Replying to Avatar satuser

The Last Jigsaw & The Second Runner 🏃‍♂️🏃‍♀️🏃

ความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่าง Hal Finney กับ Satoshi Nakamoto

RPOW ไม่ได้ "plug in" เข้ามาในโค้ดของ Bitcoin โดยตรงครับ แต่มันคือ "บรรพบุรุษทางแนวคิด" (Conceptual Precursor) ที่สำคัญอย่างยิ่งยวด RPOW คือ "ก้าวสุดท้าย" ก่อนที่จะเป็น Bitcoin

พูดง่ายๆ คือ RPOW คือระบบที่ "เกือบจะใช่" แต่ยังขาดสิ่งสำคัญที่สุดที่ Bitcoin มี นั่นคือ "การกระจายอำนาจ" (Decentralization)

1. RPOW ของ Hal Finney มา "plug in" ตอนไหน?

RPOW (Reusable Proof-of-Work) คือระบบที่ Hal Finney สร้างขึ้นในปี 2004 (4 ปีก่อน Bitcoin)

แนวคิด: Hal Finney ต้องการสร้าง "เงินสดดิจิทัล" โดยต่อยอดมาจากแนวคิด Hashcash (Proof-of-Work) ของ Adam Back

- ปัญหาของ PoW ธรรมดา: PoW ของ Hashcash ถูกออกแบบมาให้ "ใช้แล้วทิ้ง" (เช่น ใช้เพื่อพิสูจน์ว่าคุณได้ใช้พลังคอมพิวเตอร์ในการส่งอีเมล 1 ฉบับ เพื่อป้องกันสแปม)

- สิ่งที่ RPOW ทำ: Hal Finney สร้างระบบที่ทำให้ PoW "ใช้ซ้ำได้" (Reusable) หรือพูดอีกอย่างคือ "โอนต่อได้" เขาสร้าง "โทเค็นดิจิทัล" จาก PoW ได้สำเร็จ

แต่... RPOW แก้ปัญหา Double Spending อย่างไร?

นี่คือจุดที่แตกต่างครับ RPOW แก้ปัญหา Double Spending โดยการใช้ "เซิร์ฟเวอร์กลางที่เชื่อถือได้" (Trusted Central Server)

- เวลาคุณจะสร้าง RPOW คุณต้องส่ง PoW (Hashcash) ของคุณไปให้ "เซิร์ฟเวอร์" ของ Hal

- เซิร์ฟเวอร์นี้จะตรวจสอบว่า PoW นี้ยังไม่เคยถูกใช้ แล้วจะออก "โทเค็น RPOW" (ซึ่งเป็น RSA-signed token) ให้คุณ

- เวลาคุณจะโอนโทเค็นนี้ให้คนอื่น คุณก็ต้องทำผ่านเซิร์ฟเวอร์นี้

ดังนั้น RPOW จึงยังไม่ใช่ P2P Cash ที่แท้จริง เพราะมันยังต้องพึ่งพา "คนกลาง" (Trusted Server) ซึ่งนี่คือจุดที่ Bitcoin (2008) เข้ามา "ปฏิวัติ" ครับ

Satoshi Nakamoto หาวิธีสร้างระบบ P2P Cash ที่แก้ปัญหา Double Spending (ปัญหา BGP) ได้ โดยไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์กลาง โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Blockchain

2. Hal Finney พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างไร?

นี่คือส่วนที่น่าทึ่งที่สุดครับ

เพราะ Hal Finney "เคยลองทำ" และ "ติดปัญหา" เรื่องเซิร์ฟเวอร์กลางกับ RPOW มาก่อน...

เขาจึงเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกๆ ของโลกที่ "เข้าใจ" ในทันทีว่า Bitcoin White Paper ที่ Satoshi ส่งมานั้น "ยิ่งใหญ่" แค่ไหน

ในขณะที่ Cypherpunks คนอื่นๆ ยังคงสงสัยและตั้งคำถาม Hal Finney คือคนที่กระโดดเข้าร่วมทันที

ในโพสต์ระดับตำนานของเขาที่ชื่อ "Bitcoin and Me" (มีนาคม 2013) Hal Finney เขียนเล่าถึงช่วงเวลานั้นไว้ชัดเจนมากครับ:

> "ผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเสมอ ผมสนใจในแนวคิดเงินสดดิจิทัลที่เข้ารหัสมานานแล้ว...

> ...เมื่อ Satoshi ประกาศ Bitcoin ในรายชื่ออีเมลเข้ารหัส (cryptography mailing list) ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะไม่สนใจ แต่ผมค่อนข้างสนใจ

> ผมเคยพยายามสร้างสกุลเงินบน Proof of Work ของตัวเองมาก่อน เรียกว่า RPOW ดังนั้นผมจึงพบว่า Bitcoin มันน่าทึ่งมาก (I had made an attempt to create my own proof of work based currency, called RPOW. So I found Bitcoin facinating.)

> เมื่อ Satoshi ประกาศซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรก ผมก็คว้ามันมาลองทันที ผมคิดว่าผมน่าจะเป็นคนแรกนอกจาก Satoshi ที่รัน Bitcoin"

สรุปสิ่งที่ Hal พูดคือ:

- เขาสนใจเรื่อง P2P Cash มาตลอด

- เขาเคยลองทำเองแล้ว (RPOW) แต่ก็รู้ว่ามันยังมีจุดอ่อน (คือต้องรวมศูนย์)

- พอเขาเห็นแนวคิดของ Satoshi ที่แก้ปัญหา "การรวมศูนย์" ได้สำเร็จ เขาจึง "ทึ่ง" และ "เข้าใจ" มันในทันที

#siamstr #RPOW #HalFinney #P2PCash 🧩💯👥

Satoshi นำ RPoW มาแก้ Byzantine General Problem ในระบบกระจายศูนย์ขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เป็นการออกแบบที่คมและกลมสุดๆ 🙏