🔥 Javier Milei บิ่น บ้า ท้านรก! หรือแค่เพียงตัวละครปาหี่? | นำเสนอคำแปลนรกโดย nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 แด่ชาว #siamstr
nostr:naddr1qqxnzdesx5mr2vp5xq6r2wf3qgsdsv8w0d7rpgmykyjykau6lw60z4nn8laceper2zrwy6ctfesu6csrqsqqqa28am3zar
อ่านที่ Habla | https://habla.news/u/jakk@rightshift.to/1705650404591
อ่านที่ Yakihonne | https://w3.do/_bAXakYt
note นี้จะพาไปส่อง.. การตัดสินใจของ Javier Milei ที่พึ่งไปพูดบนเวที World Economic Forum (WEF) ใน Davos ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยและการตั้งคำถามตามมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ยึดมั่นในหลักการของเสรีทุนนิยมและบิตคอยน์
WEF มักถูกมองว่าเป็นแหล่งรวมของพวก Elite ต่ำช้า (ชนชั้นนำระดับโลก) ซึ่งดูเหมือนจะขัดแย้งกับอุดมคติของตัว Milei เอง
ทำไมชายผู้นี้… ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับการควบคุมแบบรวมศูนย์บ้าๆ นั่น (พวก WEF) จึงก้าวเข้าไปในสิ่งที่หลายคนต่างก็มองว่าเป็น… "ถ้ำของสิงโต" ??
เพื่อคลี่คลายปริศนาขัดใจแม่นี้..
เราต้องมาทำความเข้าใจกับแก่นแท้ของ Anarcho-Capitalism กันเสียก่อน มันเป็นปรัชญาที่ให้การยกย่องกับเสรีภาพอย่างแท้จริง รวมไปถึงตลาดเสรี และสังคมไร้รัฐ
ผู้ที่ยึดมั่นในแนวคิดนี้ล้วนมองว่ารัฐนับเป็นความชั่วร้ายที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีอยู่ พวกเขาต่างศรัทธาในพลังของตลาดที่ไร้การควบคุม และการทำธุรกรรมต่างๆ กันโดยสมัครใจ
ด้วยลักษณะที่ไร้ศูนย์กลางของบิตคอยน์ มันไร้พรมแดน และไม่ขึ้นกับรัฐบาลใด มันจึงมักถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่แสดงถึงหลักการเหล่านี้ (An-cap)
ในวันนี้ Milei ในฐานะประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอาร์เจนตินา ผู้สนับสนุนแนวคิดแห่งการมีอิสรภาพอย่างแข็งขัน ได้ก้าวเข้าสู่ WEF เวทีที่ใครหลายคนต่างก็มองว่าเป็นจุดตรงกันข้ามของความเชื่อของเขา
การเคลื่อนไหวครั้งนี้.. ดูเผินๆ เหมือนเป็นความย้อนแย้งในตัวเองของ Milei แต่ทว่า.. มันอาจจะมีเจตนารมย์บางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความบ้าบิ่นนี้หรือไม่?
นี่จะเป็นการเดินหมาก เป็นโอกาสที่จะท้าทายสถานะเดิมๆ ใช่หรือเปล่า? หรือแค่ 'เล่นละครตามบท' ที่ตัวเองไม่ได้เขียนขึ้น?
ในโลกที่กำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ "อำนาจของการพูดคุย" ยิ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญอันยิ่งยวด
การที่ Milei โผล่ไปที่ WEF แบบนี้.. มันอาจไม่ใช่การสยบยอมต่อพวกนั้นหรอกกระมัง.. แต่มันอาจเป็นโอกาสที่จะได้ไป "หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งเสรีภาพ" ในผืนดินอันแห้งผากของพวกพญาแร้งก็เป็นได้
อย่ากระนั้นเลย.. ผมอยากชวนให้พวกเราลองตรึกตรองกันดีๆ ดูเสียก่อน
การคุยกับคนต่างความคิดเนี่ย.. มันไม่ใช่การทรยศต่ออุดมการณ์ของตัวเองหรืออะไรทำนองนั้นเสมอไปหรอกนะ มันคือความกล้าหาญที่จะออกไปตอกหน้า ไปยืนบนเวทีเพื่อชักจูง หรือไปให้ความรู้กับ 'ปลาที่อาจหิวโหย' ต่างหากล่ะ.. (คุณก็เคยเห็นผู้ชายเสียงนุ่มไปยืนบนเวทีของงานคริปโตอยู่บ่อยๆ)
ยิ่งไปกว่านั้น.. การอยู่ร่วมบนเวที WEF ของ Milei เราอาจมองได้ว่า นี่เหมือนเขากำลังเล่น "เกมหมากรุกระดับโลก" กับใครบางคนหรือบางกลุ่ม ..เขาเดินย่างสามขุมเข้าไปในสนามที่มีศัตรูคุมเกม เขาได้กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกคนละขั้ว
เสียงของเขา ธงเสรีภาพของเขา ดังก้องกังวานในหอประชุมแบบที่ไม่มีใครเคยได้ยินมันมาก่อน.. นี่คือโอกาสท้าทายมุมมองเดิมๆ เสนอวิสัยทัศน์ใหม่เรื่องอิสรภาพ เศรษฐกิจ และการปกครอง
ในหมู่ผู้คนชาวบิตคอยน์ พวกอนาธิปไตยหัวอิสระ การกระทำแบบนี้อาจจะดูชวนชัง สร้างความงงงวย แต่สิ่งสำคัญเราควรมองว่านี่.. คือ "การแทรกซึมในเชิงกลยุทธ์" เอาความคิดเสรีภาพออกไปสู่เวทีโลกที่ไม่เคยมีมานานแล้ว
มันคือการเดินข้ามเส้นไปฝั่งโน้น..
ไม่ใช่เพื่อไปยอมแพ้ แต่ไปเพื่อการส่งเสียง..
เพื่อ... เปลี่ยนความคิดของพวกมันซะ!
ทำไมผมจึงมองโลกในแง่ดีได้มากขนาดนี้?
ก็เพราะผมได้ฟังเนื้อหาสุนทรพจน์ของ Milei มาแล้วน่ะสิ.. (จนผมรู้สึกคันปากอยากจะบอกพวกเราต่ออยู่นี่ไง)
การบุกเข้ารัง WEF ของ Milei เนี่ย.. มันช่วยเตือนสติพวกเราว่า.. การเปลี่ยนแปลงน่ะ.. มักต้องก้าวขาออกจากคอมฟอร์ตโซนให้ได้เสียก่อน ออกไปคุยกับคนที่เห็นต่าง.. ไปแหกปากตะโกนความเชื่อในที่ๆ มันจะส่งผลสะเทือนเลื่อนลั่นได้แรงๆ จริงๆ ซะ
มันบ้าบิ่นนะ..
แต่เฮ้ย! ถ้าโชคดีแล้วล่ะก็.. มันอาจปูทางให้ผู้คนได้เข้าใจ.. ได้เห็นถึงคุณค่าของเสรีภาพแบบอนาธิปไตย ในวงการที่ถูกปิดหูปิดตามาซะนานแล้วก็ได้!
อย่างน้อยๆ คนฟังก็คงจะตาสว่างกันขึ้นมาบ้างล่ะนะ..
แต่เหรียญไม่ได้ด้านเดียว.. เวทีก็ไม่ได้มีแค่เพียงด้านหน้า ในขณะที่เรามองเห็นการแสดง มันก็แปลว่าเราไม่เห็นหลังเวที
เหตุผลอะไรที่ทำให้พวกอีลีทยอมปล่อยให้ประธานาธิบดีชาวร็อค ขึ้นมาร้องแรกแหกกระเชอ พูดจาชวนขมคอบนเวทีของตัวเอง?
ตกลงว่านี่คือเกมของใครกันแน่?
ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงที่ผ่านการสมรู้ร่วมคิดมาอย่างดีแล้ว เพื่อจุดระเบิดดึงความสนใจจากบรรดาเมนสตรีม เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อย่างเลวๆ กันในอนาคต หรือก็แค่เราจะคิดมากกันไปเอง?
WEF อยากจะปรับภาพลักษณ์เพื่อจะกลายเป็นพ่อพระผู้กว้างเปิดกว้างในเวทีระดับโลกอย่างนั้นหรือ? หรือพวกเขาไม่ได้มอง Milei เป็นเสือร้ายตัวความหวังอย่างที่พวกเราคิด?
มันป่วยกาลที่ผมจะพยายามคาดการณ์หรือวิเคราะห์สิ่งที่ยังไม่สามารถจะหาคำตอบได้ในตอนนี้.. มันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้หากผมรีบทำนายทายทักอะไรออกไป แต่มันไม่ผิดที่ผมจะตั้งคำถามและวางบางอย่างไว้เป็นข้อสังเกตุ
เอาเป็นว่า เราควรที่จะ Don't trust, verify กันต่อไป
ลองไปอ่านคำกล่าวสุนทรพจน์ของ Milei ที่ผมได้แปลเอาไว้ จากนั้นก็แค่ติดตามดูผลลัพธ์และหารกระทำของคนเหล่านี้กันต่อไป
เพราะเสียงของการกระทำนั้น มันมักจะดังกว่าคำพูดของคนเสมอ..
https://m.youtube.com/watch?v=Pfcd0gWNIog
#SiamstrOG #Jakk #Milei
#m=image%2Fjpeg&dim=466x461&blurhash=%7CAByjp9s%7ESRX-%3AoKR%25acbe9sIWE2ITRjxbV%40WYV%3Fn0R%3AtAR%7DxaR%2BtRj%5Enzka%24%7E%24vo%25aeM%7BNas7XBIqjbE1ahWYods.jbkBxljKNhs6t6X9soR%3As%25o%25%25KV%3Ft8NGoMRPRijdIvRiM%5EWFjJt5k9t6ogxnxbWZoaofWVf8WEjq&x=80b34bbd9b042615bc5312bff6b112e9264bbebf5ba9a77350ccfff14abda1ab