*กำเนิด #สภายาส้ม*
"ผมไม่รู้จะไปคุยเรื่องบิตคอยน์กับใคร.."
"คนอื่นไม่ค่อยอยากฟังเราเรื่องบิตคอยน์หรอก.."
"ทำไมมันไม่มีรายการข่าวบิตคอยน์บ้างเลยวะ !?"
" .......... "

เวลาเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นกันเมื่อไหร่ ผมเหมือนครูมวยจับเป้าล่อหมัด อาวุธแม่ไม้มวยไทยถูกสาดมาจากทั่วทุกสารทิศ รับฟังกันแทบไม่หวาดไม่ไหว.. แต่นั่นก็คือบทบาทของเรา.. "ผู้ฟังที่ดี"
ปัญหา ความบกพร่อง ความไม่พอใจ ความติดขัด อุปสรรค ฯลฯ เหล่านี้ผมรวมเรียกว่า "เพนพ้อย" สิ่งนี้เอง คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม ของวิวัฒนาการบนโลกมนุษย์ ก็ถ้าทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว พอใจกันอยู่แล้ว คงไม่มีใครลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ จริงไหม? หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็ควรเป็นแบบนั้น
มันเริ่มจากการที่ผม.. ให้ทุกคนในทีมไปลองค้นหาตัวเอง ทั้งชี้แนะบ้าง ให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง ให้ไปลุยเองบ้าง ทำอย่างที่ใจอยากจะทำ.. เพราะผมรู้ดีว่ามนุษย์มักออกตามหาสิ่งที่ขาดมาเติมเต็มความรู้สึกให้ตัวเอง อะไรก็ตามที่เราเคยอยาก มันจะอยากทำให้ได้ในสักวัน มันจะคันตามนิ้วมือนิ้วเท้า นอนไม่เป็นสุข หลับไม่เต็มตื่น
เช่นนั้นพวกนายก็จงออกไปทำ.. ออกไปหาคำตอบด้วยตัวเอง เหล่านักปรุงยาส้มร่วมสิบคน ใช้เวลาเกือบครึ่งปีในการ "Discovery" สิ่งที่ตัวอย่างอยากทำ ชื่นชอบ และมีความสุขที่จะได้ทำ เกินครึ่งหนึ่งค้นพบแสงสว่างในแบบของตัวเอง เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงหามันยังไม่เจอ..
"เขา" มีความสามารถ มีความตั้งใจและแรงปรารถนาอันเปี่ยมล้น มีพลังพุ่งพล่าน ยากที่ใครจะทานได้ แต่พลังส่วนใหญ่ของเขาก็ต้องหมดไปกับการ "Try & Learn" ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ดีที่สุด เราต้องรู้ให้ได้ว่าเราไม่ชอบ ไม่เหมาะกับอะไรกันแน่ ตระหนักให้ได้ว่าเราไม่มีความสุขกับสิ่งใด รู้ให้ได้ว่าเราเสียพลังไปกับอะไรโดยเปล่าประโยชน์ และนั่นแหละคือ "การค้นพบ"
"หมอนี่" จะมีจิตวิญญาณอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่น เขาจะไม่ยอมหยุดทำอะไรจนกว่าเขาจะสร้างคุณค่าบางอย่างให้กับ Right Shift ได้ คุณค่าบางอย่างแก่ตัวเขาเอง และโดยเฉพาะผู้อื่น.. เขาเสนอไอเดียให้ผมมาเป็นสิบ ๆ เรื่อง ..วันแล้ววันเล่า ..วันแล้ววันเล่า
แน่นอนครับ... ผมไม่ตอบ ..คนที่ต้องตอบก็คือตัวเขาเอง
จนกระทั่งวันนึงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับไฟในกาย ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่..
"เรามาทำรายการอ่านข่าวบิตคอยน์กันไหมพี่?"
ผมค่อนข้างไวกับเรื่องพวกนี้ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมเห็นทุกอย่างโลดแล่นไปไกลฉิวทันทีในจินตนาการ..
"โอเค.. จะอ่านให้ใครฟังเหรอ?"
ผมระดมหมัดสวนออกไปมากมาย คราวนี้ผมไม่ใช่นักล่อเป้าอีกแล้ว ถึงคราวเขาต้องรับมือกับผมบ้าง
ให้ตายเถอะ.. ไอ้เด็กคนนี้มันเอาจริงว่ะ มันรับมือเราได้หมดทุกคำถาม แสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัววางแผนมาอย่างดี คิดคาดการณ์มาหมดแล้วแทบทุกด้าน..
ผมยอมรับว่าไอเดียในช่วงแรกก็ยังเรียกได้ว่าหยาบๆ หลวมๆ แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะสำหรับผมแล้ว "Look promising " ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบได้แต่แรก แต่การเริ่มต้นที่ดีจะพาเราไปสู่จุดนั้นได้ในสักวัน..
"เอาชื่อ 'สภายาส้ม' ก็แล้วกัน"
ผมก็แนะนำชื่อไวไวไปแบบนั้นเอง ปรากฏไอ้เด็กพวกนี้มันชอบ.. อืม "โอเค.. งั้นลองดู ขอให้สนุก"
แม้ไอเดียตั้งต้นจะมาดีแลัว.. แต่ก็อย่างที่เราเคยได้เห็นกันในอีพีแรก ๆ นั่นแหละ ทุกอย่างยัง "ดิบ" สำหรับช่วงเริ่มต้น และมันก็ถูกต้องที่จะเป็นแบบนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการหมั่นรีวิวตัวเอง รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ น้อมรับมาปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาไอเดียต่อไปให้แหลมคม
- พวกแกต้องเป็นตัวของตัวเอง
- พวกแกต้องเข้าใจวิธีการพูดของเพื่อน
- พวกแกต้องเชื่อใจกันและกัน ให้เกียรติกัน
- พวกแกต้องฝึกเริ่มจากการเป็นผู้ฟังที่ดีก่อน
- พวกแกต้องพูดไปเรื่อยๆ พูดจนคอแห้ง วันนึงจะพูดเก่งเอง
- พวกแกต้องเล่าให้สนุก ให้เหมือนเพื่อนคุยกัน อย่าตึง
- พวกแกอยากจะพูดสั้นๆ หรือยาวก็ตามใจ
- พวกแกอย่าโชว์เดี่ยว ทำงานกันเป็นทีม อย่าอยากดัง
- พวกแกต้องหาแคแรคเตอร์ของรายการให้เจอ
- ฯลฯ
กว่าจะมาเป็น "สภายาส้ม" อย่างที่เราเห็น จากเด็กๆ ขี้อาย 5-6 คน กลายเป็นบิตคอยเนอร์กลุ่มนึงที่ชอบแย่งกันพูดได้ในที่สุด ผมมองอยู่ห่างๆ ไกลๆ อย่างมีความสุข
ถ้าพวกนายมีความสุข คนดูมีความสุข พี่เองก็มีความสุข..
ในที่สุด "นิว" ก็ได้รับรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง เขาเริ่มเข้าใจความหมายเชิงนามธรรมที่ผมมักกรอกหูอยู่ทุกวัน
"ส่งต่อคุณค่าไปสู่ผู่อื่น ไปสู่คอมมูนิตี้"
ทำเพราะเราอยากทำ อย่าไปหวังเงินทองเป็นที่ตั้ง สิ่งนั้นเราจะได้ก็เมื่อเราคู่ควรที่จะได้ ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นให้เป็นเสียก่อน..
สภายาส้มวันนี้กลายมาป็นรายการที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าคนฟังจะอยากฟังกันมากแค่ไหน ก็เด็กพวกนี้มันคุยกันยาวเสียเหลือเกิน ที่ผมรู้คือผมเห็นคนเหล่านี้มีความสุข มีรอยยิ้ม ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว..
"พี่ไม่เข้าสภาฯ บ้างหรอพี่?"
"ถ้าไม่กลัวรายการจะออกมายาว 7-8 ชม. ก็ลองดูกันได้นะ"
" ......... "