ผู้หญิงเก่งที่เป็น working woman หลายคนบอกผมว่า ชีวิตการทำงานของพวกเธอไม่ได้ยากลำบากเพราะตัวงาน

.

.

.

แต่ชีวิตการทำงานของพวกเธอยากลำบากเพราะคนที่พวกเธอเจอในที่ทำงาน

.

.

.

คนที่พวกเธอเจอในที่ทำงานเหล่านี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพฤติกรรมที่ถือว่า “ร้ายแรง” กับพวกเธอเท่าไหร่นัก (เช่น ไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศ)

.

.

.

แต่คนที่พวกเธอเจอในที่ทำงานเหล่านี้ จะมีพฤติกรรมที่บั่นทอนพลังใจในการทำงานของพวกเธอทีละเล็กทีละน้อยในรูปแบบต่างๆอยู่เรื่อยๆ (เช่น เพิกเฉย ใช้คำพูดดูถูกถากถาง นินทาลับหลัง)

.

.

.

และที่สำคัญที่สุดก็คือ บุคคลที่บั่นทอนพลังใจของพวกเธอเหล่านี้ มักจะไม่ใช่ผู้ชายในที่ทำงาน

.

.

.

แต่มันมักจะเป็นผู้หญิงด้วยกันเอง!

.

.

.

ตอนที่ผมได้ยินเรื่องราวทำนองนี้เป็นครั้งแรกๆ ผมอดไม่ได้ที่จะเกิดข้อสงสัยอยู่ในใจว่า

.

.

.

ทำไม?

.

.

.

ทำไมผู้หญิงเหล่านี้จึงมีพฤติกรรมที่ “บั่นทอน” เพื่อนผู้หญิงด้วยกันแบบนี้?

.

.

.

สำหรับข้อสงสัยนี้ นักจิตวิทยามีคำตอบในเบื้องต้นให้ดังนี้ครับ

.

.

.

.

.

.

# 1 นักจิตวิทยา Allison S. Gabriel (และทีมวิจัยของเธอ) พบว่า แม้หลายคนจะมองว่าผู้ชายเป็นเพศที่ชอบการแข่งขัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแข่งขันก็เกิดขึ้นภายในกลุ่มผู้หญิงด้วยกันเช่นกัน

.

.

.

ฉะนั้น ผู้หญิงคนไหนที่เป็นผู้หญิงเก่ง ผู้หญิงคนไหนที่มีความโดดเด่นขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็มีแนวโน้มที่จะถูกผู้หญิงคนอื่นๆ “บั่นทอน” ในรูปแบบต่างๆที่กล่าวไว้ในข้างต้นได้

.

.

.

# 2 สิ่งที่ผมนำเสนอใน # 1 อาจจะทำให้บางคนเกิดคำถามต่อขึ้นมาว่า “อ้าว! แล้วทำไมผู้หญิงถึงเปรียบเทียบเฉพาะผู้หญิงกันเองด้วย? ทำไมผู้หญิงถึงไม่เปรียบเทียบกับทุกๆคนในที่ทำงาน (ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม) เล่า?

.

.

.

สำหรับคำถามนี้ นักจิตวิทยา Erika Holiday และ Joan Rosenberg ให้เหตุผลไว้ว่า…

.

.

.

ถ้าผู้หญิงเปรียบเทียบกับทุกๆคนในที่ทำงาน (ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม) นั่นหมายความว่า มันจะต้องมีการเปรียบเทียบกับผู้ชายด้วย

.

.

.

และถ้ามันมีการเปรียบกับผู้ชายด้วย นั่นหมายความว่า มันจะต้องมีการแข่งขันกับผู้ชายด้วย

.

.

.

ซึ่ง Holiday และ Rosenberg มองว่า สำหรับผู้หญิงจำนวนไม่น้อย พวกเธอรู้สึก “ปลอดภัย” ที่จะมี “คู่แข่ง” เป็นผู้หญิงด้วยกันเองมากกว่าผู้ชาย

.

.

.

นี่จึงเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงมีการเปรียบเทียบกับภายในกลุ่มผู้หญิงด้วยกันเองมากกว่าที่จะเปรียบเทียบกับผู้ชายครับ

.

.

.

# 3 นอกจากเหตุผลในเรื่องของการแข่งขันแล้ว Gabriel (และทีมวิจัยของเธอ) ระบุว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลให้ผู้หญิงบางกลุ่มมีพฤติกรรมที่ “บั่นทอน” เพื่อนผู้หญิงด้วยกันเองในที่ทำงาน (โดยเฉพาะผู้หญิงเก่งๆ) คือปัจจัยในเรื่องของ “มาตรฐานทางสังคม” ครับ

.

.

.

กล่าวคือ “มาตรฐานทางสังคม” บอกว่า ผู้หญิงควรจะมีท่าทีที่ “ใจดี ดูแลคนอื่น อ่อนหวาน ประณีประณอม ฯลฯ”

.

.

.

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงเก่งหลายคนไม่ได้มีท่าทีเช่นนั้น

.

.

.

ผู้หญิงเก่งหลายคนเป็นคนที่ “กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด มีความเป็นผู้นำ ตรงไปตรงมา ฯลฯ” ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สวนทางกับ “มาตรฐานทางสังคม” อย่างชัดเจน

.

.

.

ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงเก่งจึงถูกผู้หญิงคนอื่น “ลงโทษ” ด้วยพฤติกรรมที่ “บั่นทอน” เหล่านี้นั่นเองครับ

.

.

.

.

.

.

ท่านผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับกับประเด็นทั้ง 3 ข้อในข้างต้น? มีประเด็นข้อไหนที่ท่านผู้อ่านเห็นด้วยหรือพบเจอด้วยตัวเองบ้างไหมครับ?

.

.

.

ท่านสามารถร่วมแบ่งปันความคิดเห็นและประสบการณ์ของท่านกันได้ทางช่อง comment ด้านล่างนี้เลยนะครับ!

.

.

.

แหล่งอ้างอิง

https://psycnet.apa.org/doi/10.1037/apl0000289

Holiday, E., & Rosenberg, J. I. (2009). Mean girls, meaner women: Understanding why women backstab, betray and trash-talk each other and how to heal. E. Holiday, JI Rosenberg.

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

Don't try to understand woman. Woman understand woman, and they hate each other.