พล็อตคล้ายเรื่อง Moon มากมั้ย
ดูหนัง Mickey 17 ไปก็คิดถึงหนังในโลก Bitcoin Standard ไปเพราะเห็นพระเอกในเรื่องต้องไปเป็นมนุษย์ใช้แล้วทิ้งเพราะติดหนี้มหาศาล (ทำไมโลก fiat มันลามไปไกลถึงอนาคตได้ขนาดนั้น) , เลยชวน AI คุยไปคุยมาได้ concept หนัง bitcoin ออกมาประมาณนี้ :
💬 : การจะสร้างหนังที่ทำให้คนดูทั่วไป "ตื่นรู้" และมองเห็นอนาคตในแบบที่ Bitcoiner เห็นนั้น จะต้องฉีกกรอบการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ ที่มักจะติดอยู่กับภาพของแฮกเกอร์, การฟอกเงิน หรือความร่ำรวยฉาบฉวย
หนังเรื่องนั้นจะต้องเน้นไปที่ "ปรัชญาและผลกระทบต่อสังคม" มากกว่าตัวเทคโนโลยีครับ Bitcoin จะไม่ใช่ "พระเอก" ของเรื่อง แต่เป็น "เวที" หรือ "กฎของฟิสิกส์" ที่โลกนั้นดำเนินไป เหมือนกับที่เราดูหนังแล้วไม่ต้องมีใครมาอธิบายว่า "ไฟฟ้า" หรือ "อินเทอร์เน็ต" ทำงานอย่างไร
นี่คือลักษณะและองค์ประกอบที่ผมคิดว่าหนังเรื่องนั้นควรจะมี:
1. แก่นของเรื่อง: ไม่ใช่ "เทคโนโลยี" แต่คือ "การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของมนุษย์"
หนังจะไม่เสียเวลาอธิบายว่า Private Key คืออะไร หรือ Blockchain ทำงานอย่างไร แต่จะแสดงให้เห็น "ผลลัพธ์" ของมันผ่านชีวิตประจำวันของตัวละคร
- ฉากหลังของเรื่อง: "The Great Transition"
เรื่องราวควรจะเกิดขึ้นในยุค "หลัง" การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐาน Bitcoin (Bitcoin Standard) อาจจะสัก 50-100 ปีให้หลัง โลกยังคงจดจำยุคเก่าที่เรียกว่า "ยุคเงินเฟียต" (The Fiat Era) หรือ "ยุคแห่งความสับสน" (The Great Confusion) ได้เหมือนเป็นบทเรียนในประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด สิ่งนี้จะสร้างมิติและความขัดแย้งได้โดยธรรมชาติ
- ไม่มีใครพูดถึง "ราคา" Bitcoin: ในโลกนั้น Bitcoin คือหน่วยวัดมูลค่า (Unit of Account) ที่เสถียร การพูดถึง "ราคา" ของมันจึงเป็นเรื่องแปลก เหมือนกับที่เราไม่ถามว่า "วันนี้ 1 เมตรราคากี่บาท" ผู้คนจะพูดถึงค่าของสิ่งของในหน่วย satoshi (sats) เป็นเรื่องปกติ
2. ลักษณะของโลกและสังคมในหนัง: ผลลัพธ์ของ "Low Time Preference"
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ โลกที่ใช้ Sound Money จะส่งเสริมให้ผู้คนมี "Time Preference ที่ต่ำ" คือการให้ความสำคัญกับอนาคตระยะยาวมากกว่าความสุขฉาบฉวยในปัจจุบัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในทุกมิติ:
- สถาปัตยกรรมและศิลปะ: ตึกรามบ้านช่องจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต สวยงาม และทนทานเพื่อให้อยู่ได้หลายร้อยปี ไม่ใช่สร้างแบบขอไปทีแล้วทุบทิ้งใน 30 ปี งานศิลปะจะกลับมารุ่งเรืองเพราะศิลปินสามารถสร้างสรรค์ผลงานเพื่อ "ความเป็นอมตะ" ได้ ไม่ต้องรีบผลิตงานเพื่อหาเงินมาใช้เดือนชนเดือน
- สินค้าและบริการ: จะไม่มีแนวคิด "Planned Obsolescence" (การจงใจออกแบบให้สินค้าพังเร็ว) อีกต่อไป ของทุกอย่างจะถูกสร้างมาให้ซ่อมได้ อัปเกรดได้ "ช่างฝีมือ" จะเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง
- การทำงานและครอบครัว: ผู้คนจะเลือกทำงานที่ตนเองรักและเชี่ยวชาญจริงๆ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่งานที่เงินเดือนสูงแต่ไม่มีความสุข การวางแผนครอบครัว การส่งต่อมรดก และการสร้างสิ่งดีๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังจะกลายเป็นค่านิยมหลัก
- พลังงานและสิ่งแวดล้อม: หนังจะแสดงภาพเหมืองขุด Bitcoin ที่ตั้งอยู่คู่กับแหล่งพลังงานที่เคย "ไร้ค่า" หรือ "เข้าถึงยาก" เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพที่ขั้วโลก, พลังงานส่วนเกินจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในป่าลึก หรือ flare gas จากแท่นขุดเจาะน้ำมัน ทำให้แหล่งพลังงานเหล่านี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์และสร้างเสถียรภาพให้กริดไฟฟ้าทั่วโลก การสิ้นเปลืองทรัพยากรเพื่อสงครามจะลดลงมหาศาล เพราะรัฐบาลไม่สามารถ "พิมพ์เงิน" มาสนับสนุนสงครามได้อีกต่อไป
3. ความขัดแย้งและพล็อตเรื่อง
แม้โลกจะดีขึ้น แต่หนังก็ยังต้องการความขัดแย้ง พล็อตเรื่องอาจจะเป็น:
- ภัยจากอดีต (The Cantillon Remnant): มีกลุ่มคน "ชนชั้นสูงเก่า" ที่เคยได้ประโยชน์จากระบบเฟียต (คนที่อยู่ใกล้เครื่องพิมพ์เงิน) พยายามที่จะทำลายระบบ Bitcoin และนำโลกกลับไปสู่การควบคุมจากส่วนกลาง อาจจะโดยการสร้างเรื่องหลอกลวง, โจมตีทางไซเบอร์ หรือแม้แต่ใช้กำลังทหาร ตัวเอกอาจจะเป็นนักประวัติศาสตร์หรือนักข่าวที่ต้องเปิดโปงแผนการนี้
- ความท้าทายเชิงปรัชญา (The Complacent Generation): คนรุ่นใหม่ที่เกิดมาในโลกที่สมบูรณ์แล้ว ไม่เคยเข้าใจความทุกข์ยากในยุคเงินเฟียต และเริ่มมองว่าแนวคิดเรื่องการออม, การทำงานหนัก, และการมีวินัยเป็นเรื่องล้าสมัย พวกเขาอาจจะหลงไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ให้ความสุขระยะสั้น (เช่น โลกเสมือนจริงที่ให้รางวัลแบบทันที) ตัวเอกอาจจะเป็นครูหรือผู้ใหญ่ที่ต้องหาทางสอนให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ "คุณค่า" ที่แท้จริงของโลกที่พวกเขากำลังอยู่อาศัย
- การรวมศูนย์รูปแบบใหม่: อาจมีองค์กรอัจฉริยะ (AI) หรือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่พยายามสร้าง "Layer" ทับบน Bitcoin ที่สามารถควบคุมและเซ็นเซอร์ผู้คนได้ ความขัดแย้งคือการต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสรีภาพของเครือข่ายเอาไว้
สิ่งที่คนดูจะได้รับกลับไป
หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ คนดูทั่วไปอาจจะยังไม่เข้าใจเทคนิคของ Bitcoin ทั้งหมด แต่พวกเขาจะออกจากโรงไปพร้อมกับ "เมล็ดพันธุ์แห่งความคิด" และคำถามในใจว่า:
• "โลกที่เราไม่ต้องกังวลว่าเงินเก็บของเราจะด้อยค่าลงทุกปีจะเป็นอย่างไรนะ?"
• "ถ้าเราทุกคนวางแผนเพื่ออนาคตของลูกหลานมากขึ้น สังคมจะหน้าตาเป็นแบบไหน?"
• "ทำไมระบบการเงินปัจจุบันของเรามันช่างเปราะบางและไม่ยุติธรรมเลย?"
หนังเรื่องนี้จะไม่ได้เปลี่ยนให้ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญ Bitcoin แต่จะทำให้ทุกคน "ตั้งคำถาม" กับระบบการเงินปัจจุบัน และมองเห็น "ความเป็นไปได้" ของอนาคตที่ดีกว่า ซึ่งนั่นคือสิ่งเดียวกับที่ Bitcoiner ทุกคนมองเห็น
#siamstr #filmstr #bitcoin #mickey17 #geministr #hbo #max #bongjoonho 👥
รับชม #Mickey17 ได้ที่ : https://www.max.com/th/th/movies/mickey-17/fbe17356-9db7-4ab3-928e-32978e0cfbc7

Discussion
ยังไม่ได้ดูเรื่อง Moon เลยครับพี่
แต่อ่านจากพล็อตเบื้องต้นคือต่างกันมากอยู่ครับพี่
Mickey17 พูดถึงโลกอนาคตในยุคที่มนุษย์ไปตั้งถิ่นฐานในดาวดวงอื่นได้แล้วครับ และมีมนุษย์ใช้แล้วทิ้งที่เป็นเหมือนกับหนูทดลองให้ยาน ก่อนที่จะให้ผู้คนในยานลงไปอยู่ในดาวดวงนั้นๆได้ครับ
เป็นการจำลองโลกการปกครองบนยานอวกาศที่ดูสนุกดีอีกเรื่องครับ 😀🙏