เวลาที่เรามี “งานสำคัญ” รอเราอยู่ในวันพรุ่งนี้

(เช่น เราจะต้องไปนำเสนองานกับหัวหน้าแผนก)

เรามีแนวโน้มที่จะรู้สึกกังวลใจหรือตื่นเต้น

.

…ส่งผลให้คืนนี้ เรายากที่จะข่มตาให้หลับได้

.

เรารู้แหละครับว่า เราควรจะต้องนอนให้หลับ

เพราะถ้าเรานอนไม่หลับ ร่างกายเรา

จะไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

.

…และเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องทำ “งานสำคัญ”

เราก็จะทำมันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

.

แต่ถึงเราจะรู้หรือเข้าใจในจุดนี้

ความรู้หรือความเข้าใจดังกล่าว

ก็ดูจะไม่ช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้นเลย

.

อันที่จริง การที่เรารู้หรือเข้าใจในจุดนี้เป็นอย่างดี

อาจจะทำให้เรารู้สึกกังวลใจเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

(ว่าจะทำ “งานสำคัญ” ได้ไม่เต็มที่เพราะนอนไม่เต็มอิ่ม)

.

…ซึ่งก็ยิ่งทำให้เราข่มตานอนหลับได้ยากเข้าไปใหญ่!

.

ในกรณีแบบนี้ ผมขอนำเสนอว่า

เราอย่าไปยึดติดการนอนให้หลับเลยครับ

.

ผมขอนำเสนอให้เรามองสถานการณ์

ที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่เข้าใจและอ่อนโยนกับตัวเองว่า

ในเมื่องานที่กำลังรอเราอยู่คือ “งานสำคัญ”

มันจึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะกังวลจนข่มตาไม่หลับแบบนี้

.

จากนั้น ผมขอเสนอให้เราเปลี่ยนเป้าหมายของคืนนี้ครับ

.

เดิมทีเราอาจจะพุ่งเป้าไปที่การนอนให้หลับ

แต่ผมอยากจะชวนให้เราเปลี่ยนมาโฟกัส

ที่การผ่อนคลายร่างกายของเราแทน

.

เราจะจุดเทียนหอมในห้องเราก็ได้

เราจะหลับตาและใส่หูฟังที่มีเสียงคลื่นทะเลก็ได้

เราจะยืดเส้นยืดสายคลายกล้ามเนื้อของเราก็ได้

ฯลฯ

.

เรียกได้ว่า…ทำอะไรก็ได้ครับที่ช่วยให้ร่างกายของเราผ่อนคลาย

.

สิ่งที่มักจะเกิดก็คือ สำหรับหลายๆคนนั้น

พอพวกเขาขยับโฟกัสจาก “การนอนหลับ”

มาเป็น “การผ่อนคลาย” แบบนี้แล้ว

.

แม้พวกเขาจะยังกังวลกับ “งานสำคัญ” ในวันพรุ่งนี้อยู่

แต่ความกังวลในเรื่อง “ทำงานไม่เต็มที่เพราะนอนไม่หลับ”

ก็ดูจะลดความเข้มข้นลง

.

…ส่งผลให้พวกเขานอนหลับง่ายขึ้นซะอย่างงั้น!

.

แน่นอนครับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่นอนหลับได้

แต่อย่างน้อยที่สุด คนที่ไม่ได้นอนหลับ

ก็ยังได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อ “พักฟื้น”

ร่างกายของตัวเองให้ผ่อนคลายมากขึ้น

(แทนที่จะนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมาทั้งคืน)

.

…ส่งผลให้คนที่ไม่ได้นอนหลับเหล่านี้มีแรง

ที่จะลุยกับ “งานสำคัญ” ในวันถัดไปได้มากขึ้นครับ

(แม้จะไม่ได้ fresh เท่ากับกรณีที่นอนหลับก็ตาม)

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.