
“ขอให้ครองคู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร”
.
.
.
นี่คือหนึ่งในคำอวยพรที่เราได้ยินตามงานแต่งงานบ่อยที่สุด
.
.
.
อย่างไรก็ตาม หากเรามองดูสถานการณ์ความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เราจะพบว่าคู่รักมีการหย่าร้างกันมากขึ้นเรื่อยๆๆ
.
.
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่อายุของพวกเขาเริ่มเข้าสู่เลข 5
.
.
.
เกิดอะไรขึ้นกับความรักความสัมพันธ์ของคนกลุ่มนี้ (คู่สามีภรรยาในวัย 50)? อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนกลุ่มนี้หย่าร้างกันเต็มไปหมดในช่วงวัยนี้?
.
.
.
นักจิตวิทยาพบว่า มันมีอยู่หลายปัจจัยเหมือนกันครับ ที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์การหย่าร้างในวัย 50 มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในยุคปัจจุบัน
.
.
.
.
.
.
# 1 พวกเราคาดหวังจากคู่สมรสของเรามากกว่าสมัยก่อน
.
.
.
สมัยก่อน เราคาดหวังให้สามีของเราเป็นสามี เราคาดหวังให้ภรรยาของเราเป็นภรรยา
.
.
.
แต่ทุกวันนี้ เราคาดหวังให้สามี/ภรรยาของเรา เป็นทั้งเพื่อนสนิท เป็นทั้งนักจิตวิทยา เป็นทั้งพ่อบ้านแม่บ้าน เป็นทั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นทั้งคู่รักที่เต็มไปด้วย passion เป็นทั้งเพื่อนออกกำลังกาย ฯลฯ
.
.
.
ซึ่งความคาดหวังที่เรามีทุกวันนี้ ถือเป็นความคาดหวังที่คนหนึ่งคนยากที่จะเติมเต็มได้อย่างสมบูรณ์
.
.
.
ส่งผลให้พวกเราผิดหวังและไม่พึงพอใจกับความรักความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่ และทำให้เรามีแนวโน้มที่จะหย่าร้างกันมากขึ้น
.
.
.
# 2 ในช่วงอายุ 50 ลูกๆก็เริ่มโตขึ้นแล้ว
.
.
.
ฉะนั้น เหตุผลสำคัญของการ “ทนอยู่” ในความรักความสัมพันธ์ต่อไป (ซึ่งก็คือการ “อยู่เพื่อลูก”) จึงไม่มีอีกแล้ว
.
.
.
ทำให้คู่รักจำนวนมากตัดสินใจที่หย่าร้างได้ง่ายขึ้น
.
.
.
# 3 คนเราทุกวันนี้อายุยืนมากกว่าคนสมัยก่อน
.
.
.
ฉะนั้น หากเราอยู่ในความรักความสัมพันธ์ที่เราไม่โอเค
.
.
.
สมัยก่อน เราก็อาจจะยังบอกตัวเองได้ว่า “เอาเถอะ! ทนๆไป! เดี๋ยวก็ตายจากกันแล้วแหละ!”
.
.
.
แต่ทุกวันนี้ การบอกตัวเองให้ “ทนๆไป” จึงเริ่มเป็นสิ่งที่ทำได้ยากขึ้น
.
.
.
# 4 ช่วงวัย 50 คือช่วงเวลาที่หลายๆคนจะเริ่มมีปัญหาสุขภาพอย่างชัดเจน
.
.
.
ซึ่งความเครียดที่เกิดจากปัญหาสุขภาพนี้ ก็สามารถ “กระเซ็น” เข้ามาในความสัมพันธ์
.
.
.
ส่งผลให้คู่รักมีแนวโน้มที่จะทะเลาะกันมากขึ้น
.
.
.
และนำมาสู่การเลิกรากันได้ในที่สุด
.
.
.
# 5 คนวัย 50 (หรือมากกว่า) เริ่มที่จะเกษียณอายุการทำงาน
.
.
.
ก่อนหน้านี้ ต่อให้คู่รักจะมี “สิ่งที่เข้ากันไม่ได้”
.
.
.
แต่พวกเขาก็ยังคงสามารถต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานระหว่างวันได้ พวกเขาจึงยังไม่ได้เจอกับ “สิ่งที่เข้ากันไม่ได้” ของกันและกันเท่าไหร่นัก
.
.
.
แต่พอพวกเขาเริ่มเกษียณอายุการทำงาน พวกเขาก็จะไม่มีงานเป็น “หลุมหลบภัย” อีกต่อไป
.
.
.
ส่งผลให้พวกเขาต้องหันมาเผชิญหน้ากับ “สิ่งที่เข้ากันไม่ได้” ของกันและกันมากขึ้น
.
.
.
และสำหรับคู่รักจำนวนไม่น้อย พวกเขาพบว่า แม้พวกเขาจะพยายามแก้ไขและปรับปรุง “สิ่งที่เข้ากันไม่ได้” นี้อยู่พักใหญ่ แต่ในที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไปต่อกันไม่ไหวจริงๆ
.
.
.
ส่งผลให้พวกเขาตัดสินใจหย่าร้างครับ
.
.
.
# 6 การหย่าร้างไม่ใช่สิ่งที่คนในสังคม “เบือนหน้าหนี” มากเท่าสมัยก่อน
.
.
.
ถ้าเป็นสมัยก่อน เราจะพบว่ามีคู่รักจำนวนไม่น้อยที่เลือกที่จะ “ทนอยู่กันไป” เพราะคำนึงในเรื่องของ “หน้าตาทางสังคม”
.
.
.
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังๆนี้ ค่านิยมของสังคมก็เริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนให้การยอมรับกับคนที่ผ่านการหย่าร้างมามากขึ้น
.
.
.
ส่งผลให้คู่รักเลือกที่จะ “ทนอยู่กันไป” น้อยลงตามลำดับครับ
.
.
.
.
.
.
ท่านผู้อ่านคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ…กับสาเหตุทั้ง 6 ข้อที่ผมนำเสนอไว้ในข้างต้น? นอกจาก 6 ข้อนี้แล้ว ท่านผู้อ่านมองว่ามีสาเหตุข้ออื่นที่อยากจะหยิบมาแบ่งปันเพิ่มเติมไหมครับ?
.
.
.
ท่านผู้อ่านสามารถแบ่งปันความคิดเห็นในเรื่องนี้กันได้…ผ่านช่อง comment ด้านล่างเลยนะครับ
.
.
.
แหล่งอ้างอิง
https://doi.org/10.1093/geronb/gbw164
https://doi.org/10.1093/geronb/gbw164
https://doi.org/10.1093/geronb/gbac057
https://www.apa.org/monitor/2023/11/navigating-late-in-life-divorce
Perel, E. (2017). The state of affairs : Rethinking Infidelity. Bharper.
#จิตวิทยา #siamstr