เมื่อเราส่ง output ถึงขีดจำกัด ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนผ่านความเหนื่อยล้า
แต่หารู้ไม่ว่าการรับ input ก็มีขีดจำกัด แต่ไม่ได้แสดงออกผ่านความเหนื่อย
ทำให้ทุกวันนี้สมองเราถูก overload จากข้อมูลมหาศาลผ่าน internet ซึ่งส่วนใหญ่เราแทบไม่รู้ตัว
เพราะเมื่อไม่รู้สึกถึงขีดจำกัด จึงทำให้ถูก trigger ด้วยอารมณ์ให้เกิดความอยากรับข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นี่คืออาการเดียวกับการเสพติดยา และน้ำตาล
นี่คืออาการเสพติดข้อมูล
เมื่อเราเสพข้อมูลเกินขนาด มันไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพกาย
มันส่งผลต่อสุขภาพจิต
อาการที่สังเกตได้คือ ใจลอย ไม่มีสมาธิ โฟกัสไม่ได้ เพราะมีข้อมูลในหัวให้คิดเยอะไปหมด
ผลเสียระยะยาวคือ สมาธิสั้น และถูก influence จากความคิดภายนอกได้ง่าย
และนับวันอาการนี้จะยิ่งหนักขึ้น เพราะยิ่งคุณเสพข้อมูลมากขึ้น คุณจะใช้เวลาบนหน้าจอมากขึ้น คุณจะเห็นโฆษณามากขึ้น และพวกเขาจะหาเงินได้มากขึ้น
ถ้าจะให้มากกว่านั้น คุณจะได้โง่ลง และถูกควบคุมได้ง่ายขึ้น
ที่ร้ายกว่านั้น คือพวกเขาไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ เพราะมองว่านั่นคือปัญหาของคุณ ใช่ แม่งไม่มีศีลธรรม
ผมอยากบอกว่า ทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่คุณแก้ไขมันได้
ควบคุมการรับข้อมูลจากภายนอก ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และคุณภาพที่ดี
อ่านหนังสือ แทนการอ่าน social media, ออกไปใช้ชีวิตแบบ offline ให้มากขึ้น และมองก้อนโลหะสื่อสารนี้ให้น้อยลง แล้วใจจะสงบขึ้น #siamstr