#siamstr วันสิ้นปี2024 ในไอจีไพรเวทที่ผมให้แค่คนสนิทฟอล ผมตัดสินใจโพสต์เล่าเรื่องทุกอย่าง ที่ทำให้ผมเดินทางมาถึงความรู้สึกที่ปลดล็อคพันธนาการทั่้งปวง

" ไม่ต้องการอะไร ขอแค่มีชีวิตก็พอ "

มันดูเป็นคำสั้น ๆ เป็นคำทั่วไปที่สามารถพบได้เจอในหน้าสารบัญหนังสือประเภท howto ตามซีเอ็ด

แต่มีความหมายกับผมเหลือเกิน

ประเด็นคือที่จะพูดในโพสนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับโคว้ตด้านบน

คือผมนั่ง ๆ งมๆเขียน ด้วยความรู้สึกว่า

ห่าทำไมมันมีแต่น้ำวะ -

แค่ประโยคเดียวก็พอแล้วไม่ใช่หรอ -

ทำไมกุเป็นคนเวิ่นเว้อ ? -

พลันนั้น ความทรงจำในอดีตก็ย้อนกลับมาทันที

ผมรู้จักตัวเองดี ตั้งแต่มัธยมต้น ผมเป็นคนชอบอธิบาย "ชอบเรียนรู้ศาสตร์ในการอธิบาย" มากกว่าเนื้อหาที่จะนำมาอธิบายเสียอีก

ไม่ว่าจะอธิบายติวสอนเพื่อนในเนื้อหาที่จะสอบ ในเรื่องสังคมประวัติศาสตร์ที่เพื่อนไม่เข้าใจ

ผมให้เกียรติ และรู้สึกขอบคุณมากที่เพื่อนนึกถึงผมในเวลาที่เขามีปัญหา

ผมดีใจ ที่ได้มอบขนมปังกับพวกเขา

และผมก็เจอจุดเปลี่ยน

" มึงสอนกูหน่อย คณิตบทนี้ "

ไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่ ณ ตอนนั้น ผมต้องหยุด และคิดในหัวทันทีว่า เพื่อนคนนี้มีความรู้พื้นเท่าไร ต้องใช้ภาษาอย่างไร เริ่มจากตรงไหน

ผมคิดที่วิธีทำขนมปังที่ดีที่สุดให้กับเขา

คิดออกแล้ว ก็ลงมือตามเคย

แต่เพื่อนคนนั้น ไม่เข้าใจ

เริ่มออกอาการ หงุดหงิด

เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะมีคนที่ไม่เข้าใจบ้าง ผมก็แค่ต้องถามกลับว่า เริ่ม งง ตั้งแต่ตรงไหน แล้วค่อยพากันไปต่อ

" สรุปสูตรมันเป็นแบบนี้ใช่มั้ย "

" ใช่เพื่อน แต่ถ้าโจทย์มัน...."

" เออก็แค่นี้แหละ พูดอะไรตั้งยาว "

เอ้า " แล้วจะเข้าใจแค่นี้เพื่อเอาไปสอบหรอ "

เพื่อนคนนั้นไม่ตอบอะไร เดินบิดตูดหนี

เออ แปลกดี ถ้าจะกลัวเสียเวลาขนาดนั้น ทำไมไม่ตั้งใจเรียนตั้งแต่ต้นเทอมกันนะ....

แต่ตอนนั้น ผมก็เป็นแค่เพียงเด็กมอต้น

ผมคิดว่า ผมผิด

ผมผิดที่ "เร็ว" ไม่มากพอ

ความไร้เดียงสา นำพาให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนไป...ตามสังคม

เวลาผ่านไป ทุกครั้งที่เขียนอะไร ทุกครั้งที่อยากเล่าอะไร

ผมกลัว

กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามมอบให้คนอื่นอย่างประณีต มันไร้ค่า

กลัวโดนเหยียบย่ำว่าพูดอะไรของมัน

กลัวจากเบื้องลึกจากใจจริง ๆ

แต่...

ผมจะไม่กลัวมันอีกแล้ว

ผมเขียนเรื่อง LDL , foodcoma , Randle cycle ลงไอจีสาธารณะ อย่างยืดๆยาวๆ

มีหลายคนที่กดหัวใจ หลายคนที่ไม่สนิทแต่กล้ารีพลายมาว่า

" เขียนดีมากเลยครับพี่ เข้าใจมากเลย "

" ขอบคุณมากนะที่เล่าให้ฟัง ไม่เคยรู้เลย"

" เอาอีกๆๆ "

หรือไม่ว่าผมจะเขียนอะไรลง Nostr

" คุณได้รับ 21 sats จาก ..... "

" ดีครับ ทำต่อไป "

จนกระทั่งบันทึกส่วนตัวในวันสิ้นปี2024 ที่กล่าวไปข้างต้น

" ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะ "

" มึงเติบโตมาได้ดีจริง ๆ "

" มึงแก้ไขปัญหาปมตัวเองได้ดีมาก และพร้อมที่จะลุกขึ้นต่อเสมอ "

อ่า....

ทำไมเราต้องเอาคำพูดไม่กี่คำจากเพื่อนวัยมัธยมต้น มาปิดบังในสิ่งที่เราต้องการมาตลอดนะ...

ทั้งที่เราเลือก ที่จะไม่มองมันเอง

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.