🦷จากเรื่องของการใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฝันผุ ซึ่งภาพลักษณ์ของสารตัวนี้ดูดีมากในการใช้ดูแลสุขภาพช่องปาก แต่ในอีกชุดข้อมูลก็พบว่าเป็นสารให้ผลเสียกับสุขภาพอยู่ครับ

แล้วทำไม? เราถึงต้องใช้ฟลูออไรด์กันล่ะ

โพสนี้เลยเอาผลของฟลูออไรด์ในการดูแลช่องปากมา ซึ่งพบว่าสารตัวนี้เพียงลดความเป็นกรดในช่องปาก จากการยับยั้งเชื้อในช่องปากที่สร้างกรดขึ้นมาทำให้ฟันของเราผุ

คำถามต่อมาคือแล้วทำไม? เชื้อตัวนั้นถึงสารกรดขึ้นมา เพราะการสร้างกรดนี้มาจากการทานอาหารกลุ่มน้ำตาลสังเคราะห์ที่ใส่อาหารเป็นประจำเป็นเวลานานที่สัมผัสในช่องปาก ส่งผลให้ช่องปากมีความเป็นกรดขึ้นมามากแล้วก็ต้องหันมาใช้ ฟลูออไรด์จากยาสีฟันเพื่อแก้ปัญหานี้

ทั้งที่จริงแล้วจุดเริ่มต้น มาจากการทานอาหารที่ส่งผลให้เสี่ยงกับโรคฟันผุซึ่งก็เป็นของที่เราทุกคนแทบจะทานกันทุกวันครับ ดังนั้นเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์มาช่วยครับ

เป็นเหตุให้ยาสีฟันสมัยนี้ต้องมี รวมถึงทันตแพทย์ก็แนะนำอีก ทั้งที่จริงไม่ต้องทำตามก็ได้ถ้าเราไม่ได้ทานอาหารกลุ่มเสี่ยงนี้

พอเราได้รับข้อมูลนี้ ผมเองยังรู้สึกว่าทุกๆอย่างล้วนเชื่อมโยงกันในการจะดูแลสุขภาพช่องปาก

เราต้องกินขนม และยังต้องซื้อยาสีฟับฟลูออไรด์ไปด้วยเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ครับ

💥หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนอ่านไปวิเคราะห์กันดูนะครับ แล้วปรับใช้ในการดูแลช่องปากคระบ🪥😄

#KdentistTH

#siamstr #nostr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับคุณหมอ 🙏🏻🙏🏻

ยินดีครับผม😄🪥

อย่าว่าแต่ขนมเลยฮะ อาหารกลุ่ม carb ในปัจจุบัน อย่างข้าวขัดสี อาหารที่ทำจากแป้ง หรือผลไม้ที่เหนียวติดฟันได้ ล้วนสามารถกระตุ้นเชื้อก่อฟันผุได้หมด และที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ ต่อให้ไม่เกิดฟันผุ แต่เชื้อมันก็สามารถเซาะทำลายเนื้อเยื่อรอบรากฟัน(เนื้อเยื่อปริทันต์)ได้อยู่ดี ทำให้เหงือกร่นจนรากฟันโผล่ ฟันโยก จนฟันหลุดในที่สุด

สำหรับผู้ใหญ่เราๆ พอมี awareness เรื่องพวกนี้มันปรับ lifestyle ได้อยู่ แต่กับเด็กเล็กวัยอนุบาล-ประถมต้นก็จะดูแลยากหน่อย อย่างโฆษณาขนมคั่นเวลาดูอนิเมยามเช้า ร้านน้ำร้านขนมหวานหน้าโรงเรียน แม้แต่พ่อแม่หลายครอบครัวที่ยังคงปล่อยให้ลูกกินขนมดูดขวดนมก่อนนอน นี่ก้ทำให้ปัญหาฟันผุในเด็กยังคงมีอยู่ตลอด โดยเฉพาะในเด็กประมาณ 6 ขวบที่ ”ฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่ง” ขึ้นมาเต็มๆแล้ว และทำความสะอาดไม่ดีจนวันดีคืนร้ายเกิดปวดขึ้นมาจนต้องถอนออกตั้งแต่วัยเด็ก ฟันแท้นั่นก้จะหายไปอย่างถาวร เป็นอะไรที่น่าเศร้าเพราะเดี๋ยวนี้โครงการต่างๆก้ยังคงเป็นไปในแนว ตรวจฟันเคลือบฟลูออไรด์ใน รร หรือสถานเลี้ยงเด็ก หรือบอกให้ลดกินหวาน แต่ไม่กล้าที่จะแตะไปที่ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมรอบ รร อย่างร้านขายขนมหวานตอนเย็นหน้า รร หรือการโฆษณาขนมให้เด็กดูคั่นเสลา ซึ่งเอาจริงต้นตอปัญหาก้หนีไม่พ้นเรื่อง fiatๆ อยู่ดี

ใช่ครับ เห็นด้วยว่าสิ่งรอบตัวเราเองยังทำให้เราเข้าใจว่าความจริงก็แบบนี้แหละ จากสิ่งที่สื่อหลัก โรงเรียนสอนเรามาครับ😅

ผมมีความรู้เดิมว่าfluoride มันทำหน้าที่แทนสารเคลือบฟันบางอย่างในปากที่ปรกติจะถูกขวางในการทำหน้าที่จากน้ำตาลหรือการที่ทานบ่อยทานจุบจิบ ทำให้มันไม่ได้มาเคลือบฟันซักที เลยต้องอัดฟลูออไรด์แทน ไม่ทราบว่าข้อมูลนี้ถูกต้องแค่ไหนครับ

เพราะว่าเราทานน้ำตาลกับแป้งสังเคราะห์ พวกเราถึงจำเป็นต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ เพื่อช่วยป้องกันครับ เพราะสารที่เกาะฟันจะเหนียวขึ้นเมื่อเราทานอาหารสังเคราะห์จึงต้องใช้สารฟลูออไรด์มาช่วยครับ ทั้งที่จริงเราแก้ได้ตั้งแต่การทานอาหารจากธรรมชาติ การแปรงฟันอย่างเดียวก็จะเพียงพอแบบไม่ต้องใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ครับ😄

ผมก็สงสัยมานาน มนุษย์ถ้ำอาศัยกันไม่มียาสีฟันหรือแม้แปรงสีฟันทั้งชีวิตก็อยู่กันได้ไม่เหมือนลูกหลาน ที่ไม่แปรงซัก3-4เดือนก็ฟันผุแทบทั้งปาก ตอบข้อสงสัยผมได้เยอะเลย