55555555 รีโพสต์หน่อย พอดีกระแสอายัตบัญชีกำลังมา เราก็เคยโดนอายัตบัญชีนะ โดนแบบงงๆ เหมือนกันตอนนั้น กว่าจะปลดบัญชีได้ วุ่นวายโคตรๆ
ต่อไปเรากำลังเข้าสู่ยุคที่รัฐ อำนาจล้นมือ อย่างเต็มรูปแบบ ทุกอย่างต้องถูกตรวจสอบได้ ถ้าใครตรวจสอบไม่ได้ ก็กาหัวเป็นบัญชีม้าแม่งไว้ก่อนเลย ง่ายดี ขี้เกียจปวดหัว แก้ปัญหากันแบบมักง่ายๆ ด้วยการสร้าง “การกำกับดูแล” ให้เยอะไว้ก่อน ซึ่งสุดท้าย มันไม่เคยเวริ์ค สุดท้ายคนที่รับภาระมากที่สุดคือ “สุจริตชน“ ที่ต้องปวดหัวกับความยุ่งยาก ความซับซ้อน ต้องระแวงตลอดเวลาว่าเราจะโดนอายัตเงินของเราเมื่อไหร่ เราเหมือนถูกทำให้รับบท ”ผู้ต้องสงสัย“ ตลอดเวลา
ในขณะที่ ”ผู้ร้าย“ จริงๆ เค้าไม่มาสนหรอก รัฐจะออกกฏหมายกี่ตัว กำกับดูแลให้ตาย ยังไงพวกเค้าก็หาทางกันจนได้อยู่ดี จนเกิดเป็นวลีที่หลายคนพูดติดตลกร้ายว่า ”อายัตทุกบัญชี ยกเว้นบัญชีม้า“
เริ่มเห็นหรือยังว่าผลพวงของการอยากให้ รัฐ เข้ามาจัดการทุกอย่าง เข้ามากำกับดูแลทุกอย่าง อยากให้รัฐมีอำนาจเยอะๆ จะได้ดูแลเราได้เป็นอย่างดี อย่างเท่าเทียม มันเป็นยังไง ?
หรือเราจะต้องรอจนถึงวันที่ซื้อกล้วยทอดแล้วต้องสแกนใบหน้า ต้องตรวจสอบบัตรประชาชน ต้องสแกนนิ้วมือ ถึงจะตระหนักรู้ว่ารัฐไม่ควรมีอำนาจมากเกินไป
#siamstr
nostr:note1l4dep7fsgqqgaqg8fw5h464w052cp2kkg6td4f4k0hledk46gt2sxzmgn0
ทุนนิยม ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง
สังคมนิยม รัฐบาลเลือกสิ่งที่ (อาจจะ) ดีที่สุดให้แก่ประชาชน
#siamstr
พอออกจากทุ่งม่วงไป ในเมนสตรีมโซเชี่ยลมีเดีย เค้าบอกว่าพวกเราไม่มีความรับผิดชอบ ไม่คิดถึงคนด้อยโอกาสบ้างหรอ 🥹
https://youtu.be/XZQsraMN2jY?si=Cp8oZAhg1kWxJOSP
1984 กำลังจะมาในอีกไม่นานแล้วมั้ง อีกหน่อย กฏหมายนี้คงจะผ่าน และ ไทยเราก็คงไม่รอด จะเข้าเว็บอะไร ก็ต้อง KYC หมด แล้วก็ใช่ รัฐ จะรู้ทุกๆอย่าง อินเทอร์เน็ตคงไม่ต่างอะไรกับระบบสอดแนมขนาดย่อมๆ ของรัฐ ในอนาคต การใช้อินเทอร์เน็ตแบบที่ไม่ต้องยืนยันตัวตน มีความเป็นส่วนตัว ไม่มีใครมายุ่งกับเรา คงเป็นเพียงแค่อดีตอันหอมหวาน
อีกหน่อย CBDC ก็คงมา รัฐ จะได้รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา วันนี้ตื่นมา สั่งอะไรมากิน เอาเงินไปซื้อของที่เค้าไม่อยากให้ซื้อหรือเปล่า หากไม่เป็นเด็กดีของรัฐ รัฐก็สามารถ “อายัต” เงินเราได้ทุกเมื่อ
ต่อไป คงจะมี Social credit score หรือ คะแนนความประพฤติ มาใช้ แบบที่มีในจีน ใครคะแนนความประพฤติไม่ดี เคยวิจารณ์รัฐบาล, เคยเข้าใช้งาน Browser เถื่อน (Browser ที่เน้นความเป็นส่วนตัว ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ ไม่ต้อง KYC) จะโดนหักคะแนนความประพฤติ หากคะแนนน้อย ก็อาจถูกตัดสวัสดิการบางอย่าง ถูกตัดการเข้าถึงบริการบางอย่างในสังคม ถูกสั่งห้ามแต่งงาน บลาๆ
ต่อไป คงมีการฝังชิปขนาดเท่าเหรียญบาท ไว้ในหัวทุกคน เพื่อที่ รัฐ จะได้เข้าถึงความคิดของทุกคนได้ เพราะ รัฐ ห่วงใยทุกคนอย่างเท่าเทียม รัฐ อยากจะสร้างสังคมในอุดมคติ ที่ทุกคนเป็นเด็กดี เชื่อฟัง ไม่ตั้งคำถาม และไม่ต่อต้าน เราคงไม่มีอิสระแม้แต่จะมี “ความคิด” เป็นของตัวเอง
This is messed up!
#siamstr
555555
Mainstream Media กำลังประโคมข่าวไมโครพลาสติกอย่างบ้าคลั่ง เห็นบ่อยมาก ถี่มาก เปิดเฟสไปยังไงก็ต้องเจอเรื่องนี้
#siamstr
สมัยผมเด็กๆ กินก๋วยเตี๋ยวแถวบ้าน แถมกากหมู กินกันจนเลี่ยน
สมัยนี้ กินก๋วยเตี๋ยว อยากกินกากหมูต้องเพิ่มเงินอีก 25
คิดเล่นๆ ในอนาคต กินน้ำเปล่า จะต้องเสียเงินเพิ่มไหมนะ
#siamstr
ใช่ครับ ค่าเงินมันพัง ส่วนน้ำมัน ลิตรละบาท เพราะบ้านเค้าผลิตน้ำมันเองได้ 555555
เงินเฟ้ออิหร่านน่ากลัวมาก มีสงคราม = เงินเฟ้อ ค่าเงินพัง
#siamstr
อะเห้ย 55555 nostr:note18ym09krh6nrmt5h784n8e29p2faz8cyksqukaefd7tfsk0hhr0tq2kt4p0
เวลามีค่า ศึกษาบิทคอยน์
#siamstr 
ผมเห็นต่างครับ ย้อนกลับไปปี 2021 ตอนนั้นคนรอบตัวผมที่ขุด bitcoin มาด้วยกันก็พูดแบบนี้ มี MSTR เข้ามาแล้ว Twitter ก็มา ไหนจะ Elon Musk อีก ที่ให้ Tesla ถือ bitcoin ช่วงปลายปี 2021 มีเอลซัลวาดอร์ ที่โอบรับ bitcoin อีก ถึงมันจะลง มันก็คงลงไม่เละเทะแล้วแหละ ไหนจะบริษัทใหญ่ ไหนจะประเทศ Mass adoption มาแล้ว bitcoin ต่ำๆ 100,000$ ยังไงก็นอนมา
โดยเฉพาะตอนที่ Elon Musk เข้ามานี่ มันก็ไม่เคยเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นเหมือนกันใน cycle ที่ผ่านๆมา Tesla ถือ bitcoin แถมยังรับชำระเป็น bitcoin ด้วย ถึงแม้หลังจากนั้น Tesla จะยกเลิกรับชำระด้วย bitcoin รวมถึงขาย bitcoin ส่วนใหญ่ออกเกือบหมดก็ตาม
แต่สุดท้าย จาก 69,000$ ตอนพฤศจิกา 2021 สู่ 15,000$ ในปี 2022 ส่วน 2025 ผมมองว่า cycle นี้ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่น่าเป็นห่วง ทั้งพฤติกรรมการออก “หุ้นกู้แปลงสภาพ” ที่ MSTR ทำ ก็แอบน่าเป็นห่วง บางบริษัทก็เริ่มทำตามแล้ว ถ้าราคามันลงจนบริษัทพวกนี้โดน Liquidate ไม่อยากจะคิด ไหนจะ Recession ของอเมริกา ที่ถ้ามันเกิดจริง ยังไง bitcoin ก็กระทบครับ นี่ยังไม่พูดถึงความเสี่ยงของพวก ETF ทั้งหลายที่เก็บ bitcoin ไว้กับ Third party ด้วย
แล้วความเห็นส่วนตัวผม ยังไงก็ตาม ถ้าอะไรมันขึ้นไปแรงๆ สุดท้ายมันก็ต้องลงแรงๆ ให้คนส่วนใหญ่เจ็บตัวเสมอครับ ตลาดมันไม่ใจดีแจกเงินให้คนไปตลอดแน่นอน ถ้า bitcoin มีความคาดหวังมากเกินไป, FOMO เกินเหตุ, เก็งกำไรกันแบบสุดขีด ยังไงฟองสบู่ก็ต้องมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ครับ
ผมบอกคนรอบตัวเสมอว่าให้ออมนะ เก็บแล้วมองอนาคตให้ไกลเข้าไว้ ทำสายตาให้ยาวเข้าไว้ เพราะคนที่เก็บออมคือคนที่จะได้ประโยชน์จาก bitcoin สูงสุด ส่วนนักแสวงโชค นักเก็งกำไร พวกมองผลประโยชน์ระยะสั้น คือคนที่จะเจ็บปวดกับ bitcoin มากที่สุดเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น
รอยแตกหมา
คอปเตอหมองแมว
ชะลาล่าสายรุ้ง https://video.nostr.build/e553f6486f7e16817ac514c1c2ec2a20661338eaf1e37ff00ad8832053417a7d.mp4
#siamstr
ชวาลาขายมุง 55555555555555555555444 แทบสำลักข้าว บอสพิชัยของผม
โห 5555555555 เห็นไปอ่านคอมเม้นต์แล้ว มีแต่ก็อป วางๆๆๆๆๆ อารมณ์เหมือนคนคลั่งลัทธิอะไรสักอย่าง ส่วนโพสต์ในเพจ ไม่แซะก็คำคม 🤮🤮🤮
ใช้ Proof of work ไม่ได้หมายความว่าจะต้อง Decentralized เสมอไปนะ
#siamstr
Good morning
Velma 2023 คือหนึ่งในการ์ตูนที่ตกเป็นเหยื่อของ woke อำมหิต รวมถึง feminism แบบสุดโต่ง ในเรื่องเต็มไปด้วยการดูถูกเพศชายว่าต่ำต้อย รวมถึงบทพูดที่มีแต่การส่อเสียดสัญญะทางการเมือง (ฝ่ายซ้าย) เรียกได้ว่าเหล่าซ้ายจัดอำมหิตทำลาย scooby doo ซึ่งเป็น 1 ในความทรงจำดีๆในวัยเด็กยุค 2000 อย่างผม ให้พังพินาศป่นปี้ 
เคยจินตนาการไหมว่าวันนึงจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าจู่ๆ คุณแค่อยากวาดรูปๆนึง แล้วมีคนมาบอกกับคุณว่า เห้ยๆ คุณวาดรูป อย่าลืมใส่ผู้หญิงเข้าไปด้วยนะ เห้ยๆ อย่าให้ผู้หญิงในรูปสวยมากเกินไปนะ เห้ยๆ เพิ่มคนเพศทางเลือกเข้าไปในรูปด้วยนะ เห้ยๆ แก้ผู้หญิงในรูปให้มันดูแข็งแรงหน่อย
นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับวงการบันเทิงในฝั่งตะวันตก แล้วเหมือนมันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการยัดเยียด propaganda การเมือง “ฝ่ายซ้าย” เข้ามาในสื่อบันเทิงรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการ สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของชนชั้น, Black Lives Matter, Wokeism, Feminist, Sexual Indentity ทั้งอย่าง Little Mermaid ที่ยัดเยียดคนผิวสีมาในหนัง รวมถึงเอานางเอกที่ไม่มีความสวยในแบบ Beauty Standard หรืออย่างในเกม Dragon Age The Vailguard ที่มีการ Empower ตัวละครเพศทางเลือกแบบสุดลิ่มทิ่มประตู, การแสดงรอยแผลผ่าตัดแปลงเพศ (ทั้งๆที่ theme เกมเป็น theme fantasy ยุคกลาง) รวมถึงบทพูดในเกม ที่ตัวละครแต่ละตัวต้องสุภาพขั้นสุด แทบจะไม่มีคำพูดไม่ดีออกจากปากตัวละคร เพื่อไม่ให้เกมมันไป Offend ใครทั้งนั้นเพื่อไม่ให้มี hate speech (แต่ชาติพวกเอ็งสนับสนุน free speech นะ เอ๊ะยังไงวะ) เน้นการยัดเยียดเนื้อหาไปในทางของการขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่ฝั่งซ้ายต้องการ สร้าง Utopia ในฝันของพวกเค้าให้เป็นจริง
ที่เลวร้ายที่สุดคือ หากใครไม่ทำตามที่กลุ่มคนพวกนี้ต้องการ พวกเค้าก็จะใช้สื่อในมือของเค้าในการบดขยี้ผู้เห็นต่างทันที เหมือนในตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับเกม Black Myth Wukong ที่มีข่าวว่าทางทีมพัฒนา ปฏิเสธจะร่วมงานกับ sweet baby inc (บริษัทที่ให้คำปรึกษาเรื่องความหลากหลาย) หลักจากนั้นไม่นาน ทางทีมพัฒนา ก็เริ่มถูกสื่อข่าวฝั่งตะวันตกเขียนข่าวออกมาโจมตี ทางบริษัทถูกกล่าวหาว่า “เป็นบริษัทที่มีความกีดกันทางเพศ” รวมถึงการโดนกดคะแนนรีวิว จากสำนักรีวิวบางค่าย อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่ง ของการจัดการผู้ที่เห็นต่าง จริงๆเชื่อว่ามันยังมีเยอะกว่านี้
ได้แต่หวังลึกๆว่าวันหนึ่ง ลมจะเปลี่ยนทิศ การผลิตสื่อบันเทิงจะมุ่งเน้นไปที่ความสนุกของผู้คน การใส่อะไรมาอย่างถูกบริบท ภาพยนตร์ หรือ วิดิโอเกม มันคืองานศิลปะแบบนึงที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานควรมีอิสระในการกำกับเนื้อหาของงานนั้นๆ ไม่ใช่ถูกใครคนนึงมาตีกรอบว่า ต้องลดทอนความสวยของนางเอกหน่อยนะ เพราะมัน beauty standard มากเกินไป ต้องใส่บทตัวเอกให้เป็น LGBTQ หน่อยนะ ต้อง Empower Woman ด้วยนะ เป็นไปได้ ให้ตัวละครสวยๆ หล่อๆ เป็นตัวร้ายนะ อ้อ ใส่คนดำกับคนเอเชียเข้าไปเยอะๆ หน่อย เพื่อเติมความหลากหลาย แล้วก็ต้องใส่เนื้อหาที่สนับสนุนการแปลงเพศด้วยนะ กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่านี่เป็นยุคตกต่ำของสื่อบันเทิงฝั่งตะวันตกจริงๆ แล้วเหมือนจะกู่ไม่กลับในเร็วๆนี้ด้วย
#siamstr

People who see Bitcoin as a store of value will get the most benefit from it.
#siamstr #bitcoin
วันนี้ผมถูกอายัดเงินในบัญชีธนาคาร โดยที่ผม “ไม่ได้ทำอะไรเลย” เรื่องมันเป็นงี้ครับ
วันนี้ พอเกิดเรื่องบัญชีถูกอายัดขึ้น ผมก็รีบพกสมุดบัญชี กับ บัตรประชาชนไปธนาคารที่ผมเปิดบัญชีทันที คุยไปคุยมา สรุปใจความได้ว่า บัญชีธนาคารของผม ถูกสวมรอยโดยแก๊งค์มิจฉาชีพในการไปโกงการซื้อขายกับคู่กรณี (ที่เป็นใครก็ไม่รู้) ตามกฏหมาย เลยต้องอายัดบัญชีนี้ไปก่อน หากผมจะทำเรื่องปลดอายัด ต้องรอ 72 ชั่วโมง หากระหว่างนี้ไม่มีหมายจากตำรวจ หรือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็สามารถมาทำเรื่องกับธนาคาร แล้วทางธนาคารจะส่งเรื่องไปสาขาใหญ่ เพื่อให้ปลดอายัดบัญชีต่อไป ผมด้วยความสงสัย เลยถามกับทางธนาคารว่า เป็นไปได้หรอ บัญชีผมไม่เคยไปให้อะไรกับใครเลยนะ แถมรายการเดินบัญชีที่ผมเช็ค ก็ไม่ได้มีธุรกรรมอะไรแปลกๆเข้ามาเลย เพราะบัญชีนี้ เป็นบัญชีเงินสำรองยามฉุกเฉินผม รายการธุรกรรมในบัญชีมันเลยน้อย เจ้าหน้าที่ตอบแค่ว่า พอดีในระบบมันแจ้งว่าอย่างงี้ (ที่ได้เล่าไปข้างต้น) ตอนนี้ ทำได้แค่ทำตามกระบวนการค่ะ
เพิ่งได้เจอกับตัวจังๆ ว่า “เงินของเรา มันไม่ใช่ของเรา “ ก็วันนี้แหละ ยังดีว่านี้เป็นแค่เงินสำรองของผมที่ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่ใช่ Wealth ของผม Wealth ของผม เป็น bitcoin อยู่ใน trezor หมดแล้ว ลองมองในมุมกลับว่า หาก Wealth ของผมเป็นเงินกระดาษที่ถูกเก็บในบัญชีธนาคาร แล้วมาถูกอายัดกันดื้อๆ โดยที่ผมไม่รู้ตัวแบบนี้ สภาพผมตอนนี้คงแย่น่าดู
เป็นอุทาหรณ์ครับ ใครจะเก็บเงินสำรองในบัญชีธนาคาร กระจายๆ ไปหลายบัญชี หลายธนาคารบ้างก็ดีครับ เราไม่รู้เลย วันดีคืนดี จะโดนอายัดบัญชีได้ตอนไหน หากโดนกลั่นแกล้ง โดนสวมรอย โดนใส่ความ เงินในบัญชีคุณสามารถถูกใครบางคน “ระงับการใช้งาน” ได้ทุกเมื่อ อย่างผม ทำมาหากินสุจริต ไม่ได้มีปัญหากับใคร อยู่เฉยๆ รู้ตัวอีกที บัญชีก็ถูกอายัดเงินไปแบบไม่ทันตั้งตัว นี่ถ้าผมไม่ได้มายุ่งอะไรกับบัญชีนี้ ผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเงินในบัญชีนี้ถอนออกไม่ได้ ตลกสิ้นดี
นี่ยังไม่นับแก๊งค์ดูดเงิน ลิงก์ดูดเงิน บลาๆ อีกนะ จะถอนเงินในบัญชีธนาคารทั้งหมดมาเก็บในตู้เซฟก็กระไรอยู่ โจรขึ้นบ้าน ไฟไหม้บ้าน คงแย่น่าดู เก็บเป็น bitcoin แบบ self custody ง่ายกว่าเยอะเลย ดูแลเอง ปลอดภัย สบายใจ ไม่ต้องกังวลวันดีคืนดีจะมีใครหน้าไหนมาอายัดเงินในบัญชีแบบนี้ ส่วนผมตอนนี้ทำได้แค่รอ 72 ชม.
#siamstr #warning #bitcoin 