#ขยายระยะเวลา #อำนาจทั่วไปของศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2567
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่โจทก์ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เหตุผลตามคำร้องขอขยายเวลาของโจทก์เป็นการอ้างเหตุผลอันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษ หากศาลจะมีคำสั่งให้ขยายเวลาจะต้องมีกฎหมายรองรับทดแทนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 และอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ได้ขอให้ขยายเวลาเป็นเวลาเท่าใด จึงฟังไม่ขึ้น นั้น เห็นว่า การขอขยายระยะเวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จะต้องมีพฤติการณ์พิเศษ อย่างไรก็ตาม แม้ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาของโจทก์จะอ้างเหตุผลและเรื่องส่วนตัวของโจทก์อันไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 บัญญัติไว้ก็ตาม แต่เมื่อศาลเห็นว่า โจทก์ยังประสงค์ที่จะอุทธรณ์และเพิ่งขอขยายเวลาอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 โดยไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์ประวิงคดี หากไม่ขยายให้แล้วอาจเสียความเป็นธรรมไป ศาลย่อมมีอำนาจทั่ว ๆ ไปที่จะขยายเวลาให้ได้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอันเป็นเรื่องการใช้อำนาจที่มีอยู่ทั่วไปของศาล และเมื่อศาลเห็นควรขยายเวลาให้แล้วก็มีอำนาจกำหนดเวลาที่ขยายให้ได้อันเป็นอำนาจทั่ว ๆ ไปเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาให้ขยายเวลาและกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
#ข้อสังเกต แม้ไม่มีพฤติการณ์พิเศษอันจะอ้างได้เพื่อขอขยายระยะเวลาตามมาตรา 23 แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าไม่ขยายระยะเวลาออกไปจะเสียความยุติธรรม ศาลมีอำนาจขยายได้ตามอำนาจทั่วไป