มันน่าคิดเหมือนกันครับ การที่เจ้าสัว รายใหญ่ บิลเลี่ยนแนร์ ทั้งหลายยังไม่โถมเขามาในบิตคอยน์ในพรวดเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าทันทีที่ทำแบบนั้น ทรัพย์สิน อสังหา สินค้าต่าง ๆ จะถูก settle ราคาในหน่วยของบิตคอยน์ทันที (แน่นอนละ เหล่าอินฟลูยังยอมรับ ชาวบ้านตาสีตาสาคงไม่อยู่เฉย ๆ ) และรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ของเหล่าบิลเลี่ยนแนร์ที่จะถูกตั้งกันให้หน่วยของบิตคอยน์ด้วยเช่นกัน

พวกเขาคงไม่ยอมแน่ ๆ ที่ทรัพย์สินของพวกเขาจะถูกประเมินราคาใหม่ โดยเฉพาะในเวลาที่พวกมีหน่วยของบิตคอยน์เก็บสะสมเอาไว้ น้อยกว่าพวกที่เคย adoption บิตคอยน์ตั้งแต่ตอนที่มันยังไม่มีราคาเลยด้วยซ้ำ

ลองนึกภาพดูแล้วก็ตลกดี ถ้าหากจะมีคนบ้าคนหนึ่งที่เคยขุดบิตคอยน์มาตั้งแต่บล็อกแรก ๆ แล้วเก็บไว้ไม่เคยขาย แล้วในวันที่บิตคอยน์มัน mass adoption ไปแล้ว คนบ้าคนนี้มันสามารถซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของเหล่าบิลเลี่ยนแนร์พวกนี้ได้ ด้วยบิตคอยน์จากยุคแรก ๆ ของพวกเขา

นี้มันคือการฟลิบจากยากจกให้เป็นเศรษฐี แล้วเปลี่ยนจากเศรษฐีให้กลายเป็นยาจกได้เลยนะครับ 555

และ Ref. จากที่พี่ชิตพูดเรื่องไขมันส่วนเกินเมื่อคืน บางที่ไอ้พวกบิลเลี่ยนแนร์ ที่มันถูกประเมินว่ามีทรัพย์สินมูลค่าเท่านั้นเท่านี้ ที่มันถูก pair อยู่กับ $ ที่ดูจะ Over Capacity เมื่อดูจาก P/E Ratio จากหุ้นของกิจการที่พวกเขาเป็นเจ้าของแล้ว

จริง ๆ ถ้ารีดไขมันออก พวกมันอาจจะไม่ได้ร่ำรวยกันขนาดนั้น เมื่อเอาทรัพย์สินมาประเมินด้วยการ pair ในหน่วยของ BTC ก็ได้นะ 555

เห็นด้วยครับ ในมุมมองของการประกันความเสี่ยงที่อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้

และผมชอบมากเลยคำว่า “มีทุนไร้ขีดจำกัด” จริง ๆ บางทีพวกเราก็เอาพลังงานเหลือใช้ไปเก็บไว้กับ asset. ที่มี capacity จำกัด ๆ อย่างหุ้น จนค่า p/e มันระเบิดไปใกล้ จนทำให้รัฐเจ้าของตัวจริงของทรัพย์สินพวกนั้น ต้องหาทางผ่องถ่ายส่วนที่เกินใน capacity ไปใช้ละลายเล่นในการทำสงคราม (เพราะว่าถ้าไม่ผ่องถ่ายออกไปบ้าง เดี๋ยว asset. ที่จริง ๆ แล้วมันมี capacity ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง มันจะระเบิดตูม แล้วเศรษฐกิจอาจจะล้มกันเป็นโดมิโน่ก็ได้)

narrative เรื่องโรคระบาดก็เช่นกัน

คุยกันข้างนอกเรื่องพวกนี้นี่ โดนคนหาว่าเพ้อเจ้อได้เลยนะครับ 555

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ทำสงครามคือการล้มกระดาน การชักดาป อย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งคือแอบพิมเงินเนียนๆเป็นข้ออ้างในการใช้ทำสงคราม