จริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเงินนะครับ ยังเอาตัวเองไม่รอดเหมือนกัน แต่ผมมีมุมมองที่ว่าถ้าเรามี “หนี้” บนการมี “กระแสเงินสดสภาพคล่องที่ดี” เมื่อเวลาผ่านไปเราจะยิ่งจ่ายคืนหนี้ได้ถูกลงเรื่อย ๆ บนโลกที่เงินถูกผลิตเพิ่ม เพราะว่าเราสามารถสร้างเงินจากการทำงานของเราได้มากกว่าปริมาณของหนี้ที่เราก่อ
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพคือ ถ้าสมัยที่พ่อของผมยังอยู่ เขาทำงานมีเงินเดือน 8,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่บ้านทาวน์เฮาส์หลังละ 450,000 บาท ต้องผ่อนค่าบ้านเดือนละ 3,000 คิดเป็น 38% ของรายได้ต่อเดือน ในเวลานั้นมันเป็นเงินค่าผ่อนบ้านที่เยอะมาก ๆ แต่ถ้าเขาเลือกที่จะไม่โปะบ้าน แล้วรอให้ผมมาผ่อนค่าบ้านให้ต่อ ในวันที่ผมทำงานมีเงินเดือน 25,000 บาท ที่ค่าผ่อนบ้านจะคิดเป็น 12% ของรายได้ของผม มันทำให้เห็นว่า “หนี้” เมื่อเวลาผ่านไปเราจะจ่ายมันได้ถูกลงเรื่อย ๆ ส่วนดอกเบี้ยถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายในการยืมเงินในอนาคตมาใช้
แต่ใด ๆ ก็แล้วแต่ ผมมองว่ามันจะอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง ในกรณีที่เราขาดสภาพคล่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ การตกงาน อุบัติเหตุ การเจ็บป่วยเฉียบพลัน การต้องใช้เงินฉุกเฉิน ก็ควรจะต้องบริหารหนี้และสร้างกระแสเงินสดสภาพคล่องให้ดี ๆ และไม่ประมาท และถึงจะได้รับข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง เรายังคงต้องตัดสินใจบนสมมติฐานของตัวเราเอง เพราะว่าเราจะรู้จักตัวของเราเองดีที่สุด
ถ้าโปะบ้านแล้วทำให้ไม่ต้องคิดมาก อยู่ในสภาพที่ลอยตัวจากหนี้ที่อยากจะทำอะไรก็จะได้ทำ จะได้เอาเงินที่จะหามาได้หลังจากนั้นไปทำในสิ่งที่ต้องการแบบที่ไม่มีชะงักติดหลังค่อยฉุดรั้งเอาไว้
จะเลือกเป็นบิตคอยน์ก่อน แต่เดิมพันก็สูงเช่นกันเพราะว่าเราเองก็การันตีมันไม่ได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ทิศทางของมันจริง ๆ แล้วจะไปในทางไหน
หรือว่าจะหาวิธีที่จะสร้างกระแสเงินสดสภาพคล่องเพิ่ม จากการทำงานเสริม การอัพสกิล แล้วเราก็เลือกมันทั้งคู่
เป็นกำลังใจให้นะครับ :) ❤️