กำลังอยากหาเรื่องเศรษฐศาสตร์เข้ม ๆ อ่านพอดี ได้อ่านโน้ตนี้แต่เช้าก่อนจิบกาแฟนี่โคตรถึงใจ
ผมเชื่อว่า longform re-adoption นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของ Nostr ที่จะแผ่ขยายกิ่งก้านออกไปอีกแบบคาดเดารูปทรงไม่ได้เลย (ส่วนตัวผมรอผู้ผลิตหนังมาฉายบนนี้แบบสตรีมแซตดู กับ decentralized online server ไว้เล่นเกมกับเพื่อน)
ผมมองย้อนกลับไปถึงตอนที่เริ่มเขียนบล็อกแรก ๆ ตอนนั้น FB ยังเป็นวุ้นอยู่เลย แล้วเขียนเพราะอยากเขียนด้วย ไม่ได้อยากเรียกร้องหรืออวดโอ้อะไร แต่จู่ ๆ บล็อกก็เริ่มมีคนมาอ่าน แล้วคนอ่านก็มีบล็อกของเขาเอง และมีคนอ่านบล็อกเขาด้วย เผลอแปบเดียวมัยกลายเป็นชุมชนบล็อกเกอร์ย่อม ๆ ขึ้นมาอย่างค่อนข้างธรรมชาติ และแน่นอนว่าทุกคนเขียนแบบ longform แทบ 100%
เข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาเจอบล็อกเพราะอัลกอฯ ในการเสิร์ชกูเกิล และระบบของบล็อกที่จะมีการอัปเดต What's New? ประจำวันขึ้นมา แต่ก็อาจจะเรียกได้ว่ามันแทบไม่ชี้นำหรือปั่นหัวรุนแรงแบบทุกวันนี้ ตอนนั้นชุมชนเว็บบล็อกที่ผมอยู่ เรียกว่ามิตรภาพมันอบอุ่นไม่ต่างจากชาวยาส้มและยาม่วงตอนนี้เลย
หลายคนกลายเป็นเพื่อนซี้กันในชีวิตจริง หลายคนแต่งงานกันด้วยซ้ำทั้งที่ต่างวัยกันร่วม 20 ปี เป็นการเติบโตอย่างธรรมชาติที่สุดในสังคมออนไลน์นึงที่ผมเคยเห็น
แต่สุดท้ายพอคนเริ่มทยอยย้ายไปโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กกันหมด สังคมนั้นก็ร้าง และหลายคนก็ค่อย ๆ นิสัยเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ บ้างโพสต์บ่นชีวิตบัดซบทุกวัน ทั้งที่แต่ก่อนเขาคือคนที่เขียนบล็อกบอกเล่าเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข บ้างก็คลั่งไคล้การเมืองและตำหนิผมที่ไม่คลั่งไคล้ตามเขา บ้างกลายเป็นคนเสพติดยอดไลก์ โพสต์ไหนยอดไม่ดี ลบทิ้ง จนล่าสุดที่ทราบข่าวคือเข้ารับรักษาอาการโรคซึมเศร้าแล้ว
สังคมที่ผมเคยเห็นมันเติบโตมาด้วยตาตัวเองตอนนั้น ทุกวันนี้พังไม่เหลือซาก ด้วยสิ่งที่เรียกว่าอัลกอริ "ทึ่ม"