ต้องไปศึกษาเรื่อง utxo เปรียบง่ายๆ เหมือนทุกๆธุรกรรมที่พี่โอนไปเก็บใน hw wallet เปรียบเทียบ เป็น 1 เหรียญมีมูลค่าตามที่โอนเข้าไป สิ่งที่น่าสนใจคือถ้า โอนเก็บทีละ 1,000 บาท เรื่อยๆ ใน hw wallet จะมีแต่เหรียญเล็กๆ เต็มไปหมด อาจจะทำให้มีปัญหาต่อไปในการโอนออกในอนาคตครับ เพราะว่าถ้าค่าธรรมเนียมการโอนมันแพงไปมาก เวลาเราจะโอนบิตคอยน์ออกสัก ส่วนหนึ่ง มันจำเป็นจะต้องไปรวบเอาเหรียญเล็กๆของเราในกระเป๋ามาจ่าย เหรียญเล็กๆที่เอามารวมมีการคิดค่าธรรมเนียมเพราะทำให้ใช้พื้นที่ของ block เพิ่มขึ้นครับ เลยจะทำให้ค่าธรรมเนียมการโอนนั้นอาจจะแพงกว่าจำนวนเงินที่โอนได้ครับ อ .ตั๊มเคยแนะนำว่าขั้นต่ำของการโอนเก็บควรจะเป็น 1,000,000 sats ต่อธุรกรรมครับ และถ้าโอนไปแล้วเราสามารถโอนรวบธุรกรรม ให้ตัวเองได้ครับ โดยใช้ เจ้าTrezor ที่เรามีได้เลยครับ ⚡⚡
Discussion
สมมติตั้งยอด ล้าน sat ระหว่างที่ซื้ออมทีละนิดก็คือฝากไว้กับ exchange ไปเรื่อยๆค่อยๆเติม หรือ ไม่งั้นก็รอรวบไปซื้อทีเดียว ล้าน sat แล้วสอยเข้า hw wallet เลยใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับผม ⚡⚡
ขอบคุณครับ เดี๋ยวลองไปศึกษาต่อจากไกด์ไลน์นี้ครับ
ครับผมจะได้โอนเก็บอย่างมั่นใจครับ 🥰💪⚡
get ละครับ ประมาณนี้ไหมครับ
บิทคอยน์ จริงๆมันเหมือน เซลล์ เวลาเราจะใช้ก็ต้องเกิดการ ออโตฟาจี้ ในเฟสสลายเซลล์ ก่อน คือระเบิดเซลล์ออกมา แล้วรวบใหม่ สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมา ส่วนที่เสียหายก็กลายเป็นรายจ่าย ส่วนที่ใช้ได้ ก็รวบสร้างเป็นเซลล์ใหม่
ทีนี้การ stack ก็คือการที่มีเซลล์เล็กๆมาเกาะรวมกัน พอเราจะใช้พลังงานมัน ก็ต้อง ออโตฟาจี้ ต้องมีการระเบิดของเซลล์หลายเซลล์ ในการทำธุรกรรมครั้งเดียว ซึ่งทำให้กินพลังงานมาก เมื่อใช้พลังงานมาก ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในธุรกรรมนั้น มูลค่า 100หน่วย การระเบิดของเซลล์ 1หน่วยจำนวน 100เซลล์ กินพลังงานมากกว่า เซลล์100หน่วยจำนวน1เซลล์
ดังนั้น ถ้าเราทำเซลล์ให้โตๆหน่อย จะเป็นดีกว่า EVO ให้เป็นร่างใหญ่ๆ แต่ไม่ใหญ่เกินไป ซึ้งถ่า 1BTC แบ่งเป็นสัก 100เซลล์ ก็คาดว่าน่าจะเพียงพออย่างพอดี นั่นก็เลยเป็นที่มาของตัวเลข 1cell สัก 1ล้าน sat
#siamstr
"ล้ำลึก" น่าจะประมาณนั้นครับพี่
เงิน1000บาท ที่เป็นเหรียญ กับแบงก์พัน น้ำหนัก(Fee) ต่างกันมากเวลาเคลื่อนย้าย ง่ายๆคงทำนองนี้ล่ะมั่งครับ
จริงด้วย 555
อนุญาตแชร์นะครับ ส่วนตัวผมมอง utxo เป็นเหมือนคูปองกระดาษา แบบศูนย์อาหารสมัยก่อนอะครับ เพียงแต่ 1 utxo คือคูปอง 1 แผ่น พอจะใช้ก็ฉีกทิ้ง และแบ่ง ออกเป็นคูปองเล็กๆแยกออกมา ประมาณ 3 แผ่น
1. แผ่นแรก คูปองที่ใช้จ่ายไป
2. คูปองเงินทอนกลับ
3. คูปองจ่ายค่าธรรมเนียมในการทำธุรกกรม
อันนี้ยกตัวอย่างสำหรับธุรกรรมที่มีความเรียบง่ายทั่วๆไปนะครับ
ขอบคุณครับ เห็นภาพเลย