#คุ้มครองแรงงาน #เวลาพักผ่อน #มาตรา27 #งานวิจัย #internationalLaborOrganization
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3407/2564
จำเลยประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า งานของจำเลยเป็นงานอาชีพด้านบริการ ดังนั้น โจทก์กับจำเลยจึงตกลงกำหนดเวลาทำงานปกติต่อวันกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่เมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วเวลาทำงานปกติต่อสัปดาห์ต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2541) ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ข้อ 2 จำเลยจัดให้โจทก์มีเวลาทำงานปกติตั้งแต่เวลาถึง 8.30 นาฬิกา ถึง 18.30 นาฬิกา หรือเวลา 9 นาฬิกา ถึง 19 นาฬิกา โดยให้พักเวลา 12 นาฬิกา ถึง 13 นาฬิกา เมื่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกินห้าชั่วโมงติดต่อกัน... นั้น เป็นบทบัญญัติที่นอกจากจะกำหนดหน้าที่ให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างหยุดพักระหว่างการทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติระหว่างวันทำงานแล้ว การจัดเวลาพักจะต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย เพื่อให้ลูกจ้างมีเวลาฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายให้สามารถทำงานต่อไปได้ อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกจ้างอันเป็นประโยชน์ต่อนายจ้าง แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้จัดเวลาพักระหว่างการทำงานในเวลา 12 ถึง 13 นาฬิกา ภายหลังจากเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 8.30 นาฬิกา หรือ 9 นาฬิกา แล้ว ซึ่งถือว่านายจ้างได้จัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนดแล้วก็ตาม แต่ในการทำงานภายหลังจากเวลา 13 นาฬิกา จนถึงเวลา 18.30 นาฬิกา หรือ 19 นาฬิกา แล้วแต่กรณี จำเลยมิได้จัดให้โจทก์มีเวลาพักหลังจากโจทก์ทำงานในช่วงบ่ายมาแล้วเกินห้าชั่วโมงติดต่อกัน จึงเป็นการจัดเวลาพักที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง อย่างไรก็ดี การที่โจทก์ฟ้องขอค่าล่วงเวลาเนื่องจากจำเลยไม่จัดเวลาพักระหว่างการทำงานในช่วงบ่ายซึ่งปรากฏว่ายังเป็นเวลาทำงานปกติของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าล่วงเวลาในช่วงเวลาดังกล่าวตามฟ้อง แต่พอถือได้ว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการไม่จัดเวลาพักระหว่างการทำงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายโดยพิจารณาว่าค่าเสียหายดังกล่าวต้องไม่มีลักษณะเดียวกับค่าจ้างหรือค่าล่วงเวลา และให้คำนึงถึงการที่โจทก์ได้รับการจัดสรรเวลาพักหนึ่งชั่วโมงแล้วนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
#ใจความสําคัญ " จำเลยมิได้จัดให้โจทก์มีเวลาพักหลังจากโจทก์ทำงานในช่วงบ่ายมาแล้วเกินห้าชั่วโมงติดต่อกัน จึงเป็นการจัดเวลาพักที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง" ฎีกานี้ตรงไปตรงมาตามบทบัญญัติ มาตรา 27 วรรคหนึ่งแห่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ แต่ที่น่าสนใจและน่าสงสัยทำไมถึงต้องมีบทบัญญัติมาตรานี้ให้ลูกจ้างพัก และทำไมต้องพักอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน ทำไมพัก 15 นาทีไม่ได้ แล้วทำไมทำงานติดต่อกันเกิน 5 ชั่วโมงไม่ได้
คำถามเหล่านี้มีที่มาที่ไปครับ จากงานวิจัยหัวข้อ "Give me a break!" A systematic review and meta-analysis on the efficacy of micro-breaks for increasing well-being and performance
ใน วารสาร PLCO ONE ที่มี impact factor ปัจจุบันที่ 2.6 และ 5 ปีย้อนหลังที่ 3.2 (วารสารมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ)
งานวิจัยนี้มีคำถามว่า ": Does the efficacy of micro-breaks differ as a function of break activity and break duration?
โดยงานวิจัยฉบับนี้ได้ review งานวิจัยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาที่ศึกษาผลของการพักระหว่างการทำงานเช่น vigor (พลังงาน/แรงในการทำงาน), fatigue (ความเหนื่อย), or performance (ประสิทธิภาพ) เป็นต้น โดยระยะเวลาในการพักอยู่ระหว่าง 8 วินาทีถึง 10 นาที พบว่าการพักเท่านี้ช่วยได้เล็กน้อย และไม่ค่อยมีผลกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสักเท่าไร แต่พอที่จะมีผลดีต่อการเพิ่มพละกำลัง และลดความเหนื่อยได้ แต่ถ้าได้เพิ่มระยะเวลาในการพักจะทำให้เห็นผลชัดเจนขึ้น
อีกงานวิจัยที่น่าสนใจ Folkard, S., & Tucker, P. (2003). Shift work, safety and productivity. Occupational Medicine, 53(2), 95–101. เข้าพบว่าในช่วงการทำงานติดต่อตั้งแต่ 2-5 ชั่วโมงความเสี่ยงจะขึ้นอย่างรวดเร็วและถ้าทำงานติดต่อกัน 12 ชมความเสี่ยงจะเป็น 2 เท่าของ 8 ชมแรก ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถลดได้ด้วยการให้ผู้ปฏิบัติงานพักเบรค
จากข้อมูลของ international labor organization (ILO)
AP NIRF USDOL 28 July 2018 "Legal provisions relating to rest periods within hours of work" ได้กล่าวส่วนใหญ่ในหลายประเทศมีกฎให้พักระหว่าง 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หลังจากทำงานติดต่อกัน 5-6 ชั่วโมง
"In the majority of countries, however, the required breaks last
between 15 minute and one hour. A break is often granted after a maximum period of continuous work, normally of five or six hours."
ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกบรรทัดของบทบัญญัติของกฎหมายมีงานวิจัย ความรู้รองรับทุกประเด็น เพื่อประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานและเพื่อความสากลดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศครับ
***มีงานวิจัยที่น่าสนใจอีกมากครับถ้าสนใจลองหาดูต่อได้อันนี้ผมแค่ยกมาบางส่วนเล็กๆ***
ref: https://www.researchgate.net/.../10854999_Shift_work...
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9432722
https://www.ilo.org/media/413706/download
#แกะไปเรื่อย #กฎหมายแรงงาน #มาตรานึงไม่ได้มาง่ายๆ #นิติศาสตร์