#หลักเกณฑ์การพิจารณาคดีเด็กหรือเยาวชน
ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มีมาตราที่เกี่ยวคล้องดังนี้
มาตรา ๑๑๔ การพิจารณาคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนเป็นจำเลย "ไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด และให้ใช้ถ้อยคำที่จำเลยสามารถเข้าใจได้ง่าย"....
มาตรา ๑๑๕ ....ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวถือว่าประวัติ อายุ เพศ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สภาพร่างกาย สภาพจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของจำเลย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับจำเลยและของบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ หรือบุคคลที่ให้การศึกษา ให้ทำการงาน หรือมีความเกี่ยวข้องเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาด้วย
มาตรา ๑๑๘ ....ศาลมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามมาตรา ๑๑๕ ที่มิใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ถูกฟ้องโดยไม่ต้องมีพยานบุคคลประรายงานนั้นก็ได้ แต่ถ้าศาลรับฟังรายงานเช่นว่านั้นให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยแล้ว ให้ศาลแจ้งข้อความตามรายงานนั้นให้จำเลยทราบในกรณีเช่นว่านี้จำเลยมีสิทธิที่จะแถลงคัดค้านและสืบพยานหักล้างได้
#ข้อสังเกตุ "ข้อเท็จจริงในรายงานตามมาตรา 115 ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการสืบพยานของคู่ความจึงไม่อาจรับฟังในฐานะพยานหลักฐานที่นำมาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยได้" อ้างอิงจากฏีกาที่ 13533/2558