หลายคนตัดสินใจมาพูดคุยกับนักจิตวิทยา และพวกเขาพบว่าการพูดคุยนี้มันไม่ตอบโจทย์พวกเขาอย่างแรง

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

เขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คิดไม่ตกว่า เขาจะเลิกกับแฟนที่กำลังคบอยู่นี้ดี หรือจะคบกับแฟนที่กำลงคบอยู่นี้ต่อดี

.

เขาอยากได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากการมาคุยกับนักจิตวิทยาว่าเขาจะ “คบต่อ” หรือ “เลิก”

.

แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับนักจิตวิทยามาระยะหนึ่ง เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนซะที

.

มันเลยทำให้เขารู้สึกผิดหวังและไม่พอใจ รวมถึงทำให้เขาฟันธงในใจว่า “การคุยกันแบบนี้มันไม่เห็นจะตอบโจทย์ฉันเลย!”

.

เป็นต้น

.

ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนเลือกที่จะเก็บความผิดหวังและความไม่พอใจนี้ไว้ในใจ นั่งคุยกับนักจิตวิทยาต่อจนครบชั่วโมง และไม่นัดหมายเพื่อพูดคุยกับนักจิตวิทยาต่อ

.

เวลาที่ผมได้ยินเรื่องราวลักษณะนี้ ผมจะรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ

.

เสียดายที่พวกเขาเหล่านี้พลาดโอกาสที่จะได้รับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่สามารถตอบโจทย์พวกเขาได้ดีกว่านี้

.

ในกรณีเช่นนี้ แทนที่จะฝืนคุยกับนักจิตวิทยาต่อจนจบ (ทั้งๆที่การพูดคุยไม่ตอบโจทย์) ผมอยากจะเชิญชวนให้เราแชร์กับนักจิตวิทยาที่เรากำลังคุยอยู่ด้วยตรงๆเลยครับว่า เรากำลังพบว่าการพูดคุยที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้มันยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเรา

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

“พี่นักจิตฯคะ หนูอยากรู้ว่าหนูควรจะเลิกกับแฟนหนูดีไหม หนูหวังว่าพี่จะช่วยให้คำตอบกับหนูได้ แต่จากที่เราคุยกันมาจนถึงตอนนี้ หนูก็ยังคงสับสนและตัดสินใจไม่ถูกในเรื่องนี้อยู่เลยค่ะ”

.

เป็นต้น

.

หลายคนอาจจะรู้สึกกังวลใจกับสิ่งที่ผมเชิญชวนให้ทำนี้ เพราะมันดูเหมือนเป็นสิ่งที่จะจุดชนวนความขัดแย้งกับนักจิตวิทยา

.

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักจิตวิทยาที่ดีทุกคนจะชอบและต้อนรับอะไรแบบนี้มากๆครับ

.

เพราะในที่สุดแล้ว สิ่งที่นักจิตวิทยาต้องการคือการที่ผู้รับบริการได้รับประโยชน์จากการมาพูดคุยกัน

.

การที่ผู้รับบริการสื่อสารตรงๆกับนักจิตวิทยาแบบนี้ มันจะเป็น feedback ที่ช่วยให้นักจิตวิทยารู้ว่า ตัวเองจะต้องปรับการทำงานตรงไหนยังไง เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้รับบริการได้มากขึ้นนั่นเองครับ

#จิตวิทยา #siamatr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.