
เวลาที่เราทำงานบางอย่าง (เช่น การเขียนบทความนี้) มันปกติมากเลยครับที่เราจะอยากทำมันให้ออกมาดีๆ
.
แต่ถ้าเราอยากจะทำมันให้ออกมาดี เราก็ต้อง “ออกแรง” กับมันเยอะ (ไม่ว่าจะเป็นแรงกายหรือแรงความคิดก็ตาม)
.
แต่มันจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะทำมันให้ออกมาดีได้โดยที่ไม่ต้อง “ออกแรง” กับมันเยอะ?
.
เป็นไปได้ครับ
.
นักจิตวิทยา Alice Boyes (เจ้าของหนังสือ Stress-Free Productivity: A Personalized Toolkit to Become Your Most Efficient and Creative Self) บอกว่า…
.
สมองของเรามีการทำงานอยู่ 2 แบบด้วยกัน การทำงานแบบที่เรา “รู้ตัว” และการทำงานแบบที่เรา “ไม่รู้ตัว”
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
ในขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความนี้อยู่ สมองของผมกำลังทำงานแบบที่ผม “รู้ตัว”
.
อย่างไรก็ตาม เวลาที่ผมพักจากการเขียนบทความนี้และไปเล่นกับแมว สมองของผมก็จะยังคงขบคิดเรื่องบทความนี้อยู่เช่นกัน (แต่เป็นการขบคิดโดยที่ผม “ไม่รู้ตัว”)
.
ฉะนั้น หลังจากที่ผมเล่นกับแมวเสร็จ และกลับมานั่งเขียนบทความนี้ต่อ ผมจะพบว่าผมสามารถเขียนบทความนี้ได้ไหลลื่นมากขึ้น
.
เป็นต้น
.
เวลาที่พวกเราหลายคนทำงาน เรามักจะใช้ประโยชน์จากการทำงานของสมองแบบ “รู้ตัว” แต่เรามักจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากการทำงานของสมองแบบ “ไม่รู้ตัว”
.
ตัวอย่างหนึ่งของการทำงานโดยไม่ค่อยใช้ประโยชน์จากการทำงานของสมองแบบ “ไม่รู้ตัว” คือการนั่งทำงานชิ้นหนึ่งไปยาวๆๆๆๆๆๆ (จนกระทั่งทำมันเสร็จ)
.
การทำแบบนี้อาจจะทำให้เรา “ได้งาน” ก็จริง แต่เราจะต้อง “ออกแรง” กับมันเยอะ
.
ยิ่งไปกว่านั้น หากเทียบกันแล้ว การทำงานแบบ “รู้ตัว” มักจะ “คิดภาพใหญ่” ได้ไม่ดีเท่ากับการทำงานแบบ “ไม่รู้ตัว”
.
ดังนั้น หากเราใช้ประโยชน์จากการทำงานของสมองแบบ “รู้ตัว” เพียงอย่างเดียว นอกจากเราจะต้อง “ออกแรง” เยอะขึ้นแล้ว คุณภาพของงานที่เราทำก็มีแนวโน้มที่จะลดลงอีกด้วย!
.
นี่จึงเหตุผลที่ทำให้หลายคนเสนอว่า เวลาที่เราทำงานบางอย่าง เราไม่ควร “ยิงยาว” รวดเดียว แต่เราควรจะจดจ่ออยู่กับงานชิ้นนั้นสักระยะ (เช่น 20-90 นาที) จากนั้น เราควรจะพักเบรกจากงานชิ้นนั้นสักหน่อย และค่อยกลับมาทำงานชิ้นนั้นต่ออีกที
.
เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้เราได้ใช้ประโยชน์จากทั้งการทำงานของสมองแบบ “รู้ตัว” (ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เรากำลังนั่งทำงานดังกล่าว) และ “ไม่รู้ตัว” (ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เรากำลังพักเบรก) นั่นเองครับ
#จิตวิทยา #siamstr