เราว่าแต่ก่อนแบบเรียนภาษาไทย มันดีกว่านี้นะ
ตั้งแต่ได้ยินข่าวที่ "ภาษาพาที" แบบเรียนภาษาไทยหลักสูตรต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งเล่มที่เป็นประเด็นคือเล่มของหลักสูตร 2551 ที่มีเนื้อหาแปลกๆ กึ่งจะพยายามล้างสมองเด็กด้วยซ้ำ เช่น กินไข่ครึ่งฟอง ขอน้ำปลาพริกทั้งๆที่ไม่ได้ซื้อข้าวร้านเค้า บริจาคใส่ตู้จนหมดตัว แล้วก้ไม่มีใครเอะใจกันแต่อย่างใด ผอ. ที่ยุ่งกับการหาวิธีว่าจะ"กิน"อาหารกลางวันกับเด็กยังไงดีย์ ครูก้ยุ่งกะงานขาอื่นอยู่ เด็กก้ไม่รู้เรื่อง จนเรื่องไปแดงถึงผู้ปกครองที่ต้องมาตรวจสอบกันเอง (ซึ่งหลายประเด็นที่เกี่ยวกับเด็กและโรงเรียนส่วนหนึ่งก้มาจากที่ผู้ปกครองรู้เรื่องเองซะด้วย)
แล้วก่อนปี 2551 แบบเรียนภาษาไทยมันเป็นยังไงละ? สำหรับภาษาไทยที่เราทันได้เรียนเล่มของหลักสูตรปี 2544 จะมีสองเล่ม คือวรรณคดีลำนำ(มั้ง) ที่มีแต่วรรณคดีไทยและเทศ และ ภาษาพาที ที่เราจับความไม่ค่อยได้แล้วว่ามันมีประเด็นอะไรที่เขาสอนในนั้น แต่มันจะเป็นออกไปทางกึ่งๆนิยายที่มีเด็ก 4-5 คน ไปทำนู่นทำนี่ด้วยกัน กับตัวละครที่ชื่อ "ตะวัน" ที่เป็น identity ลึกลับที่ไม่มีภาพประกอบให้เห็น (แต่ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ)
ส่วนแบบเรียนภาษาไทยก่อนปี 2544 ไปอีก เท่าที่ค้นมาแล้วรู้สึกคุ้นๆ จะเป็นเล่มของหลักสูตรปี 2533 ที่รู้สึกคุ้นๆ และทัน โดยมันจะเป็นเล่มเดียวมีเนื้อหารวมทั้งส่วนวรรณคดีและเรื่องสั้นที่จบในบท ซึ่งมันจะมีอยู่เรื่องนึงที่มันติดในหัวมานาน เราจำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่เรื่องมันประมาณว่า มีพี่ผู้หญิงคนนึงไปซื้อของในร้านโชว์ห่วยแล้วเจอเด็กหน้าร้านที่จ้องมองขนมอยู่ พี่คนนี้ซื้อของเสร็จแล้วแต่เด็กนั่นก็ยังมองขนมอยู่ พี่ก้เข้าไปถามเด็กว่าอยากได้ไหมเดี๋ยวซื้อให้ แต่เด็กนั่นก้ตอบกลับมาว่าขอบคุณแต่ไม่เป็นไร หนูมีเงินซื้ออยู่ แต่หนูจะมองขนมนั่นจนกว่าน้ำลายจะสอแล้วค่อยซื้อ ถ้าน้ำลายไม่สอจะไม่ซื้อ พี่คนนั้นก็ยืนคุยกะเด็กคนนั้นต่อพักนึง สุดท้ายแล้วเด็กนั่นน้ำลายไม่สอแฮะ เลยไม่ซื้อขนม แล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้พี่เค้ายืนงงๆ อยู่อย่างงั้นแล้วก็จบตอน
พอลองมานึกๆ ดู เฮ้ยนี่สมัยก่อนแบบเรียนภาษาไทยนี่ก็ไม่ได้แย่นะ เขาสอนให้เด็กรู้จักยับยั้งชั่งใจไม่ฟุ่มเฟือย ถ้าในบริบทของ bitcoiner ก็เหมือนกับการสอนให้รู้จัก low time preference กลายๆ เลยอะ เมื่อเทียบกับแบบเรียนภาษาไทยสมัยนี้ ที่ใส่อะไรแปลกๆ แม้ว่ามันจะแค่ไม่กี่ประโยคไม่กี่บรรทัด แต่การให้ครูอ่านให้ฟัง หรือเด็กอ่านเอง แล้วอาจยังเอาไปออกข้อสอบอีก ยังไงเด็กก็เก็บไปจำอยู่แล้ว แล้วยังกลายเป็นการปลูกฝัง mindset ผิดๆ ให้อีก
#siamstr
