
ในฐานะที่ผมทำงานเป็นนักจิตวิทยา
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายคน
ที่มีปัญหาความรักความสัมพันธ์
.
ผมได้มีโอกาสพบเจอกับ
ปัญหาความรักความสัมพันธ์
ที่หลากหลายรูปแบบ
.
สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่พูดกับผมว่า
“ความรักของฉันมีปัญหาในตอนนี้เพราะแฟนของฉันเข้าใจฉันมากเกินไป”
.
แต่ถ้าเป็นกรณี “ความรักของฉันมีปัญหาในตอนนี้เพราะแฟนของฉันไม่เข้าใจฉันเลย” ล่ะก็…อันนี้ผมพบได้บ่อยๆเลยครับ
.
อีกหนึ่งสิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ
ในกลุ่มคนที่พูดกับผมว่า “แฟนไม่เข้าใจฉัน” นั้น…
.
แฟนของคนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อย
มีความเชื่อมั่นว่าตัวเองเข้าใจแฟนเป็นอย่างดี!
.
มันจึงเป็นสถานการณ์ที่แลดูสับสนอยู่เหมือนกันนะครับ
.
เพราะฝ่ายหนึ่งกำลังบอกว่า “เธอไม่เข้าใจฉัน”
ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งกำลังบอกว่า “ฉันเข้าใจเธอ”!
.
หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้
อาจจะสงสัยอยู่ในใจนะครับว่า “มันเกิดอะไรขึ้น?”
.
ผมพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับคู่รักหลายๆคู่ก็คือ…
.
เวลาที่คู่รักพูดคุยสื่อสารกัน
ฝ่ายที่เชื่อว่าตัวเองเข้าใจแฟนเป็นอย่างดี
มักจะนั่งฟังแฟนพูดอยู่เงียบๆ
.
เขาเข้าใจว่าการนั่งฟังแฟนพูดเงียบๆโดยไม่ “พูดแทรก” นี้
มันคือการ “เปิดพื้นที่” ให้แฟนได้พูดอย่างเต็มที่
.
เขาเข้าใจว่าเขากำลังทำสิ่งที่ “ดี”
.
แต่ปัญหาข้อหนึ่งของการนั่งฟังแฟนพูดเงียบๆแบบนี้ก็คือ
แฟนของเขาไม่รู้ว่าเขากำลังฟังแฟนอยู่จริงๆ
หรือเขากำลังฟังแบบ “เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา” กันแน่
.
ความไม่รู้ (บวกกับท่าทีที่นิ่งเงียบของเขา)
จึงนำมาสู่การที่แฟนฟันธงว่า “เธอไม่เข้าใจฉัน”
.
ทั้งๆที่จริงๆแล้ว เขาอาจจะกำลังฟังแฟนอยู่จริงๆ
(และเข้าใจสิ่งที่แฟนกำลังพูดอยู่จริงๆ) ก็ได้!
.
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิดในลักษณะนี้
สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะแนะนำก็คือ เวลาที่เราฟังแฟนพูดนั้น
เราอย่าเพียงแค่นั่งฟังแฟนอยู่เงียบๆอย่างเดียว
.
เราควรจะพูดสรุปสิ่งที่แฟนกำลังเล่าให้เราฟังเป็นระยะๆด้วย
.
ถ้าเราทำแบบนี้ แฟนก็จะได้มั่นใจว่า
เรากำลังตั้งใจฟังแฟนอยู่จริงๆ
(ไม่ใช่ฟังแบบ “เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา”)
.
นอกจากนี้ ถ้าเราฟังและเกิดเข้าใจแฟนผิด
แฟนก็จะได้ช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดของเราอีกด้วยครับ
#จิตวิทยา #siamstr