Replying to Avatar KuuZ

วันก่อนถามย่าว่าบ้านที่ย่าอยู่ซื้อมาเท่าไหร่ ย่าบอกสมัยนั้น ตรว.ละ 750 (บ้านแถวนนทุบรีใกล้ๆแยกแคราย ตอนนี้อยู่ใกล้ๆกับรถไฟฟ้าสีม่วง เดิน 100m ถึงสถานี หลังที่อยู่ 70ตจว. ณ ตอนนั้นก็ตก 5 หมื่นกว่าบาท) สมัยนั้นย่าสาวๆ เงินเดือนร้อยกว่าบาท ซึ่งแกก็ดูเฉยๆกับเรื่องนี้ เหมือนคิดว่าเป็นสิ่งที่มันต้องเป็นไปโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไรนะ

ทำให้สงสัยว่า Gen boomer เป็น Gen ที่ข้ามผ่านระบบ gold และ fiat รับรู้ถึงอัตราเงินเฟ้อมากที่สุด แต่กลับไม่ค่อยเห็นใครตระหนักถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ (ซึ่งดร.ยิ้มนี่ก็อายุไม่น่าต่างจากย่าผมซักเท่าไกร่) ก็เห็นมีแค่ลุงโฉลกที่พูดจนปากแฉะเกี่ยวกับเงินที่มันถดถอยด้านมูลค่า

#siamstr

สำหรับ Boomer เราว่ามันเกิดขึ้นช้า และค่อยๆเป็น ค่อยๆไป จนไม่รู้สึกตัว

แล้ว Boomer ก็มีทุกอย่างแบบที่สังคมคาดหวังและตอบสนองความต้องการของมนุษย์ว่าต้องมีไปแล้ว

มีปัจจัย 4 มีบ้าน มีที่ดิน มีรถ มีครอบครัว มีเงินเก็บ คนที่มีครบเลยเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมากหนัก

แต่ถ้ามีแล้วใช้ชีวิตต่ำมีน อันนี้จะเดือดร้อนลูกหลาน

แต่ Gen ถัดๆมา มันต่างกันมาก ไม่มีอะไรสักอย่าง แล้วยิ่งใช้ชีวิตต่ำมีนยิ่งรู้สึกแย่

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมก็เคยคิดนะบูมเมอทำไรอยู่วะ แต่มาคิดดูถ้าเราอยู่ในยุคหลังสงครามพ่อแม่ซีเรียสมากๆ แล้วแค่ขยันทำงาน ก็มีบ้าน มีทุกอย่างได้ง่ายๆ ก็อาจจะไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างอื่นก็ได้ เราอาจจะเป็นแบบเขาในยุคสมัยนั้น สมัยที่มีแต่ทีวีสี่ห้าช่องและวิทยุ ความเคยชินมันก็น่ากลัว

น่าจะจริง Gen เก่าไม่เอะใจเพราะไม่ได้เดือดร้อนมาก Gen หลังๆ เอะใจเพราะมันทำไม่ได้เหมือนรุ่นปู่ย่าตายาย ทั้งๆที่ productivity ก็เยอะกว่า ความรู้ความสามารถก็เยอะกว่า แต่ทำไมมีไม่ได้เหมือนรุ่นก่อน

เหมือนย่าผมจะรับรู้อยู่นะครับ แกชอบพูดเรื่องเงินมันเฟ้อบ่อยมาก แต่รุ่นพ่อกับแม่ผมไม่สนใจเลย