งั้นตอบคำถามนี้ของผมให้ได้นะ

สมมุติว่าพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งแล้วสร้างระบบนี้ขึ้นมาจริงๆ แล้วใช้แต่ในแง่จับจีนเทา หรือคอรับชั่นเท่านั้นจริงๆ สมมุติว่าพรรคประชาชนสามารถ balance ได้ดี ผ่านไปสี่ปีไม่มีปัญหาอะไร

แต่ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือแม้แต่เกิดทหารยึดอำนาจ(ซึ่งก็มีความเป็นไปได้)

เราจะการันตีได้อย่างไรว่า เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ คนที่ขึ้นมาสู่อำนาจจะไม่ใช้มันในทางที่สอดแนมและควบคุมประชาชน

ในเมื่อเครื่องมือนี้มันถูกสร้างขึ้นมาและพร้อมให้ใช้แล้ว

คนที่ชวยจะเป็นประชาชน และคนส้มๆนี่แหละจะซวยเอง เมื่อถึงเวลาฝั่งตรงข้ามเอาเครื่องมือนี้มาควบคุมและสอดแนมตัวเอง

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมคิดว่า ถ้าเผด็จการทหารจะขัดขวางทุกวิถีทางที่จะไม่ให้พรรคส้มเข้าไปมีอำนาจรัฐเด็ดขาดครับ(ถ้าเขาจะทำรัฐประหารเขาจะทำตอนนี้ ไม่ได้ทำหลังจากที่พรรคส้มได้เข้าไปมีอำนาจรัฐแล้ว)

พรรคส้มไม่เหมือนกับทักษิณครับ เพราะทักษิณนั้นเขาก็พวกเดียวกันกับเผด็จการทหาร นักการเมืองแบบเก่าๆเขาไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรครับ(เลือกที่ผ่านมาปี66ตอนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลก็มี2พรรคเผด็จการทหาร(รทสช./พปชร.)ร่วมรัฐบาลด้วย

ถ้าพรรคส้มผ่านเข้าไปมีอำนาจรัฐได้ สังคมไทยเหมือนเกาหลีใต้เมื่อ30ปีที่แล้วแน่ๆครับ คือการเมืองไทยจะหลุดจากอำนาจเผด็จการทหาร และหัวหน้าที่ทหารที่เคยก่อการกบฏทำรัฐประหารจะถูกนำตัวมารับโทษ ผลตัดสินก็คงถูกจำคุกตลอดชีวิต(ถ้าไม่หนีออดนอกประเทศไปก่อนนะ)

คุณตอบไม่ตรงคำถามนะ ผมถามว่า

จะยืนยันได้อย่างไรว่าระบบที่พรรคประชาชนอยากสร้างขึ้นมาจะไม่ถูกใข้ในทางที่สอดแนมและควบคุมประชาชน

ผมไม่ได้ถามเลยว่าใครจะเข้าสู่อำนาจ

ประเด็นของผมคือ พรรคส้มจะได้เป็นรัฐบาลผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ไอ้ระบบนี้มันมีแต่ผลเสียในระยะยาวอย่างสร้างมันขึ้นมาซะดีกว่า

ระบบตรวจสอบทุจริตการคอรัปชั่นภาครัฐไม่ได้เพิ่งจะมีที่ไทยนะครับ(ถ้าพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล) นานาประเทศเขาก็มีใช้กันหมดและใช้กันมานานแล้วครับ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า มีในหลายๆประเทศที่ใช้แล้วไปคุกคามความเป็นส่วนตัวของประชาชน แต่ก็มีประเทศที่ใช้แล้วและไม่ไปคุกคามประชาชน เช่น ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ บลาๆ

ผมก็ตอบว่า ผมไม่สามารถการันตีได้หรอกครับ แต่เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยถ้าอีก4ปีข้างหน้ามีการเลือกตั้งใหม่ คุณก็แค่ไปกาพรรคที่คุณมั่นใจว่าพอพรรคนี้ได้เข้าไปมีอำนาจรัฐพวกเขาจะไม่ใช้อำนาจรัฐต่างๆมาใช้คุกคามประชาชนครับ

รัฐจะตรวจสอบโดยไม่สร้างไอ้นี่ขึ้นมาก็ได้นิครับ

ดีกว่าสร้างขึ้นมา แล้วไปหวังว่าจะไม่ถูกเอาไปใช้แบบผิดๆ

มันช้า ไม่ทันการกับโลกที่มันรวดเร็วในยุคนี้ครับ กว่าจะตรวจเจอพวกข้าราชการที่โกงแมร่งก็โอนเงินออกไปที่ประเทศรอบข้างแล้ว

การที่เราตามหลังคนอื่น มันมีข้อดีอยู่อย่างนึงครับ คือเราไม่ต้องคิดอะไรใหม่และไม่ต้องลองผิดลองถูกตั้งแต่ต้น

เราก็แค่ไปศึกษาในประเทศที่ภาครัฐเขาใช้ระบบตรวจสอบแบบนี้ แต่ไม่ไปคุกคามประชาชน(แม้ว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว) ว่าเขาทำยังไง เขาออกกฏหมายแบบไหนมากัน/ควบคุมไม่ให้คนที่ได้เข้ามามีอำนาจคนใหม่นำเครื่องมือนี้ในทางที่ผิด(ถึงอยากจะทำแต่ก็ทำไม่ได้/ต้นทุนที่จะทำสูงไม่คุ้มที่จะทำ)

เหมือนเกาหลีใต้ที่เขามีประสบการณ์ไม่ดีกับทหาร(เผด็จการทาร) แต่พอเขาได้ประชาธิปไตยเต็มใบ เขาก็ไม่ได้ไม่ให้มีทหารเลย แต่เขาออกกฏหมายต่างๆมาคุมให้ถึงมีกลุ่มทหารบางกลุ่มอยากจะเป็นเผด็จการก็ทำไม่ได้หรือทำแล้วไม่คุ้มเสี่ยง(เพราะโอกาสทำสำเร็จต่ำ)

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ

สมมุติว่ารัฐสงสัยนาย A จะมีเอี่ยวจีนเทา

รัฐอยากรู้ การเดินบัญชีธนาคาร ของนาย A

รัฐควรจะต้องออกหมายศาสเพื่อขอข้อมูลจากธนาคารอะไรทำนองนี้ก่อนไหมครับ

ถ้าระบบนี้สามารถดึงข้อมูลจากธนาคารพาณิชโดยตรงได้เลย แบบนี้ผมว่าล้ำเส้นแล้วครับ (อันนี้คือตัวอย่างที่ extremeนะ) เค้าอาจมีแบบ เอาข้อมูลมาก่อนแล้วค่อยขออนุมัตศาลละมั้ง แล้วนายเอจะรู้ไหมว่าโดนค้นข้อมูล ?และสามารถฟ้องกลับได้ไหม? ถ้ากรณีศาลไม่อนุมัติแล้วเอาข้อมูลมา แล้วใครจะรับผิดชอบ? )

ถ้าแบบนี้สำหรับผมนี่ธงแดงตัวใหญ่ๆเลย คุณอาจจะบอกว่ามันสามารถควบคุมขอบเขตได้ แต่สำหรับผมอำนาจแบบนี้เมื่อรัฐได้ไปแล้วโอกาสจะยอมปล่อยมือนั้นยากมาก มีแต่จะล้ำเส้นมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเทศในยุโรปที่คุณชอบยกตัวอย่างมา ส่วนมากก็อยู่ในสหภาพยุโรป

ซึ่งปีหน้าธนาคารกลางยุโรปก็จะเริ่มใช้ CBDC แล้ว

ผมคงไม่ต้องอธิบายว่า CBDC นั้น มีแนวโน้มสอดแนมและควบคุมประชาชนขนาดไหน

สรุปอันตรายมากครับ นโยบายนี้อย่าทำเลย

ถ้าพรรคส้มชนะเลือกตั้งแล้วได้เป็นรัฐบาลผมก็ไม่มีปัญหา ความจริงชอบนโยบายบางอัน เช่น ให้สมัครทหารแทนเกณฑ์ แก้รัฐธรรมนูญ สุราเสรีอะไรพวกนี้ แต่นโยบายที่ผมชอบพวกนี้จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าจะต้องแลกมากกับการที่เสี่ยงแลกกับการมีโอกาสโดนสอดส่องควบคุม

ส่วนตัวผมนะย้ำนะครับว่าส่วนตัวผมเอง ผมคิดว่าควรทำนะ เพราะปัญหาที่ประเทศไทยเป็นเครื่องฟอกเงินใหญ่ของสแกมเมอร์/ค้ามนุษย์ที่ตั้งอยู่ติดกับไทย มันคือปัญหาใหญ่มากๆครับ ปัญหาบาทแข็งตอนนี้ที่สร้างความเดือนร้อนในคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย 1ในต้นตอสาเหตุคือมีเงินบาทที่ไม่ทราบที่มาไหลทะลักเข้าไทยเพื่อมาซื้อทอง/มาใช้ซื้อเสียงเลือกตั้ง กระบวนการการฟอกเงินมันผัวพันยุ่งเยิงไปหมด มีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการฟอกเงิน

ส่วนกระบวนการตรวจสอบข้างต้นที่คุณยกมา เท่าที่ผมฟังที่คุณเท้งอธิบายการทำงานของระบบ คือ จะใช้เทคโนโลยี AIตรวจจับพฤติกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ เช่น รายได้ไม่สัมพันธ์กับมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือครอง หรือการเปิดบัญชีม้าในหลายสถาบันการเงิน เพื่อสืบหาต้นตอ"เส้นเงินเทา"ถึงตัวการใหญ่ครับ ถ้าAIตรวจแล้วมันตรงตามเงื่อนไขระบบจะมีธงแดงแจ้งเตือน และจะค่อยถึงกระบวนการของคน(เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง)เรียกดูข้อมูลต่างๆเพื่อดำเนินการครับ ประมาณนี้

โอเคครับ ผมเคารพความเห็นของคุณสิทธิของคุณก็ตามใจคุณครับ

ส่วนตัวผม ผมคงกาให้พรรคที่มีแนวโน้มที่จะทำให้รัฐตัวเล็กที่สุดเท่าที่มีให้เลือก

เคารพในเสียงของคุณครับ ขอแค่ไปเลือกตั้งรักษาสิทธิ์ของตัวเองก็พอครับ ในวันนั้นมีการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูณด้วยนะครับ