Replying to Avatar Pizza 🍕

วันนี้ได้เข้า office เพื่อไปเจอกันเพราะจะได้ส่งท้ายปีเก่ากันเลย ก่อนที่จะลากันยาวๆ

มีเรื่องนี้ที่รู้สึกขัดใจอย่างมาก…เรื่อง

”ซื้อกองทุนหรือประกันดี จะได้เอาไปลดหย่อนภาษี“ ???

เดี่ยวนะ กองทุนหรือประกันมันคือการลงทุนไม่ใช่เหรอ แต่นายไม่สนใจเรื่องนั้นเลย

นายมุ่งแต่จะลดหย่อนภาษีอย่างเดียวเนี้ยนะ

ผมก็เลยบอกไปว่าผมไม่ซื้อพวกนี้เลย เพราะอ่านเงื่อนไขแล้ว การที่เอาเงินไปซื้อแล้วต้องทิ้งไว้ในนั้นหลายๆปี เพราะโดนบังคับถือ และพวกกองทุนพวกนั้นก็ไม่ได้ทำผลตอบแทนดีกว่าพวกเราหรอก เพลอๆติดลบสะด้วย

แล้วอีกอย่างการเอาเงินหลักแสนเพื่อไปลดหย่อนภาษีได้หลักหมื่นนี้มันก็ดูไม่คุ้มอยู่ดี

สู้เอาเงินหลักแสนไปลงทุนเองดีกว่าอีก จะขายตอนไหนก็ได้ และอีกอย่างสิ่งที่นายจะได้คือความรู้จากการที่ลองลงทุนเอง มันอาจจะเสียหายบ้างแต่มันก็คือประสบการณ์ (ยืมคำอาจารย์มาหน่อย อิอิ)

แล้วสุดท้ายเพื่อนก็ถามว่าแล้วนายเอาไปลงทุนอะไร…

ผมก็บอกว่าผม DCA Bitcoin อยู่…

เดาเอาสิครับว่าเพื่อนผมตอบว่ายังไง…ซื้อ Bitcoin เหรอมันเสี่ยงจะตายนะมากกว่าพวกกองทุนหรือประกันอีก

ผมนี้แบบอยากจะหยุมหัวแม้งจริงๆ แต่ก็ได้แต่อธิบายไป แต่สุดท้ายก็อธิบายได้ไม่นาน เพราะรู้สึกว่ามีหลายคนที่รู้สึกเบื่อๆ และดูเหมือนจะไม่เข้าใจจนมีแรงต้านออกมา สุดท้ายก็ได้หยุดอธิบายไป

และปล่อยให้แม้งมันเป็นเรื่องของมึงละกันไอสัส

#siamstr

โลกนี้ยังต้องมีชนชั้นแรงงานค่ะ

คนที่สามารถรับรู้นามธรรมได้ดีและมีสติปัญญาที่หลักแหลม รวมทั้งการความสามารถในการค้นหาข้อมูลความรู้ ความสามารถในการแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากภาพลวงตาได้ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถมองเห็นภาพอนาคตหรือสิ่งต่างๆที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ในหัว

แต่คนบางกลุ่มนั้นเขาสามารถรับรู้ได้เพียงรูปธรรม เขาไม่ถนัดการรับเอาข้อมูลมากๆเข้าไปในหัว อีกทั้งยังไม่สามารถเชื่อมโยงนามธรรมจากข้อมูลต่างๆได้ มันทำให้พวกเขาไม่สามารถรับรู้ภาพของนามธรรมที่เกิดขึ้นได้ จนกว่าจะมีรูปธรรมมารองรับชัดเจน พวกเขาเหล่านั้นจึงจะยอมรับ และการยอมรับของพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดจากการเข้าใจนามธรรมอีกอยู่ดี แต่เป็นการยอมรับรูปธรรมที่ส่งผลกับตัวเขา ดังนั้น ต่อให้บิทคอยน์จะมีค่าสูงขึ้นอย่างมหาศาลต่อหน้าเขาเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะยังไม่เข้าใจ และพวกเขาก็จะต้องทำงาน ทำงาน ทำงานต่อไปอย่างไม่สามารถเลือกงาน หรือหยุดทำงานได้อีกอยู่ดี

ส่วนตัวมองว่างานคือชีวิต การที่เราจะทำงานเพื่อจิตวิญญาณของตัวเราได้ ความต้องการขั้นพื้นฐานต้องมั่นคงก่อน เพราะถ้าหากเราได้ทำงานที่ตอบสนองความต้องการทางจิตวิญญาณของเรา(ทำงานในสิ่งที่เรารัก) การจะทำแบบนั้นในระบบเฟียตๆ มันอาจไม่พอกิน ผู้คนจึงสามารถทำงานเพียงเพื่อแค่ให้พอมีกินได้เท่านั้น การจะได้ทำในสิ่งที่รักพร้อมกับมีกินไปด้วยมันยากมากเลยในระบบเฟียต แม้จะมีบางคนที่ทำได้ แต่ถ้ายังไม่ Exit จากระบบเฟียต มันอาจจะจบแค่รุ่นเขา เพราะมันส่งต่อไปยังลูกหลานไม่ได้

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

นั้นละครับ เข้าใจเลย แต่…แค่อยากให้มีคนเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกสักคนก็ยังดี

และพอคิดแบบนั้นแล้ว ก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้เหมือนกัน