
เวลาที่เรานึกถึงงานอดิเรก เราอาจจะมองว่างานอดิเรกคือสิ่งที่เราทำเพื่อ “ฆ่าเวลา” เฉยๆ
.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว งานอดิเรกเป็นมากกว่าเพียงแค่ “กิจกรรมฆ่าเวลา”
.
งานอดิเรกคือสิ่งที่ช่วยให้เรารู้จักตัวเองในแง่มุมที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน งานอดิเรกคือสิ่งที่ช่วยให้เรารู้จักกับผู้คนใหม่ๆ งานอดิเรกคือสิ่งที่ช่วยให้เราเรียนรู้ความรู้และทักษะใหม่ๆ งานอดิเรกคือสิ่งที่ช่วยพัฒนาสุขภาพของเรา (ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ)
.
ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ ผมเชื่อว่าทุกๆคนที่มีงานอดิเรกคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว
.
สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอเพิ่มเติมในวันนี้ก็คือ หากเราต้องการจะได้รับประโยชน์จากงานอดิเรกอย่างเต็มอิ่ม เราไม่ควรมีงานอดิเรกเพียงอย่างเดียวครับ
.
หากเราต้องการได้รับประโยชน์จากงานอดิเรกอย่างเต็มอิ่ม เราควรมีงานอดิเรกอย่างน้อย 3 ประเภทดังต่อไปนี้ครับ
.
# 1 งานอดิเรกที่เน้นการขยับร่างกายของเรา
.
ไม่ว่าจะเป็นการเต้นซุมบ้า การว่ายน้ำ การเตะฟุตบอล การตีแบดมินตัน การเล่นโยคะ การต่อยมวย ฯลฯ
.
เราไม่จำเป็นต้อง “จัดหนักจัดเต็ม” กับการขยับร่างกาย (หากเราไม่ชอบ) แต่อย่างน้อยที่สุด ร่างกายของเราไม่ควรที่จะนั่งอยู่กับที่เฉยๆติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆในแต่ละวัน
.
อย่างน้อยที่สุด เราควรจะพาตัวเองไปเดินเล่น…วันละนิดๆหน่อยๆก็ยังดี
.
นอกจากงานอดิเรกประเภทนี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงมากขึ้นแล้ว มันยังช่วยลดความเครียดและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต (เช่น โรคซึมเศร้า) ได้อีกด้วย
.
# 2 งานอดิเรกที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเรา
.
หลายคนอาจจะมองว่าตัวเองเป็นคนที่ “ไม่มีหัว” ในด้านความคิดสร้างสรรค์
.
ตอนเรียนวิชาศิลปะก็ได้คะแนนน้อย ตอนไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนก็โดนแซวว่า “(เสียง)เพี้ยน” ตอนเขียนนิยายลงบนเว็บไซต์ก็ไม่มีใครเข้ามาอ่าน ตอนทำอาหารในบ้านก็ไม่มีใครกล้ากิน ฯลฯ
.
อย่างไรก็ตาม เวลาที่เราทำงานอดิเรกนั้น หัวใจสำคัญไม่ใช่การ “ทำได้ดี”
.
หัวใจสำคัญคือการที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้ “แสดงตัวตน” ออกมาผ่านการสร้างสรรค์ผลงานสักชิ้นหนึ่ง (โดยไม่ตัดสินผลงานดังกล่าวว่า “ดี” หรือ “แย่”) มากกว่า
.
ผลการศึกษาพบว่า เวลาที่เราทำงานอดิเรกประเภทนี้ (ไม่ว่าเราจะทำมันได้ออกกมา “ดี” หรือ “ไม่ดี” ก็ตาม) สิ่งที่เราจะได้แน่ๆคือความสุข ความพึงพอใจในชีวิต รวมถึงความรู้สึกว่า “ชีวิตนี้มีค่า” อีกด้วย
.
# 3 งานอดิเรกที่ลับคมสติปัญญาของเรา
.
ยกตัวอย่างเช่น การอ่านหนังสือ การเรียนภาษาต่างประเทศ การเล่นเกมแนวปริศนาหรือแนวกลยุทธ์วางแผน (เช่น crosswords ซูโดกุ หมากรุก) เป็นต้น
.
สำหรับช่วงแรกๆ งานอดิเรกประเภทนี้อาจจะดู “ทรมาน” หรือ “ไม่สนุก” สำหรับหลายคนอยู่บ้าง เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เรากำลัง “เรียนรู้” งานอดิเรกนั้นๆอยู่ เราจึงอาจจะยัง “ตะกุกตะกัก” อยู่ไม่น้อย
.
อย่างไรก็ตาม หากเราผ่านช่วงแรกๆไปได้ และเราเริ่ม “เป็น” ขึ้นมาได้แล้ว เราก็จะพบกับความสนุกอีกรูปแบบหนึ่ง
.
มันเป็นความสนุกจากการที่เรามองเห็นตัวเอง “ก้าวหน้า” ในเรื่องนั้นๆ มันเป็นความสนุกจากการที่เรามองเห็นตัวเองก้าวข้ามผ่านความท้าทายหรืออุปสรรคที่เคยทำให้เรา “ติดขัด” ในช่วงแรกๆมาได้
.
และสำหรับหลายๆคน งานอดิเรกประเภทนี้ทำให้พวกเขาได้ค้นพบว่า แท้ที่จริงแล้ว พวกเขาเองก็มี “พรสวรรค์” กับอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน! (จากเดิมที่พวกเขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเหมือน “เป็ด” ที่ไม่เก่งโดดเด่นในเรื่องอะไรเลย)
.
ยกตัวอย่างเช่น บางคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมี “พรสวรรค์” ในด้านการเรียนรู้ภาษาสเปน จนกระทั่งเขาได้เริ่มเรียนรู้ภาษานี้เป็นงานอดิเรก เป็นต้น
.
ฉะนั้น งานอดิเรกประเภทนี้จึงสามารถเพิ่มความรู้สึกมั่นใจในตัวเองและภาคภูมิใจในตัวเองได้ นอกจากนี้ มันยังช่วยลดความเสี่ยงของ “ภาวะสมองเสื่อมถอย” เมื่อเราอายุมากขึ้นอีกด้วย
.
อ้างอิง
https://doi.org/10.9734/BJESBS/2015/21865
https://doi.org/10.3389/fpubh.2024.1417997
https://doi.org/10.3389/fpubh.2023.1117822
#จิตวิทยา #siamstr