สวัสดีครับ วันนี้จะมาแชร์การแจกยาส้มช่วงเดือน ธ.ค.66 ที่ผ่านมาของผมครับ ขอเกริ่นก่อนแล้วกันว่า อำเภอห้วยผึ้งเป็นอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมใช้ชีวิตวัยเด็กที่นี่ ตั้งแต่ อนุบาล ประถม มัธยมต้น และย้ายไปเรียน ม.ปลายที่อำเภอใกล้ๆ ทำให้ผมรู้จักคนค่อนข้างเยอะ หรือคนในพื้นที่บางคนอาจจะรู้จักผม หรือไม่ก็ครอบครัวผม เพราะพ่อมาบรรจุเป็นครูที่นี่และไม่ได้ย้ายไปไหน รวมทั้งแม่ก็ทำงานกับส่วนของนิคมสร้างต้นเอง นี่คือความได้เปรียบเชิงพื้นที่ของการแจกจ่ายยาส้มอย่างหนึ่ง

มันเป็นเรื่องค่อนข้างง่ายที่จะแจกจ่ายยาส้มให้กับคนที่เราคุ้นเคยใช่ไหมครับ พาร์ทนี้ถ้าเพื่อนๆต้องการทราบผมจะมาแชร์อีกที แล้วคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนล่ะผมทำยังไง ผมขออธิบายอย่างนี้ครับ ผมเปิดร้านกาแฟแนวสโลบาร์ และเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่ง 90% ไม่ใช้ไซรัป นมข้นหวานและนมผสม (แต่ยังใช้นมพาสเจอร์ไรอยู่นะ) ข้อดีของการบริการแบบนี้คือเรามีโอกาสได้คุยกับคนที่ไม่รู้จัก และเป็นคนที่ไม่รีบร้อนเท่าไหร่ หัวข้อที่จะเปิดคุยกันมักเป็นการถามตอบกันก่อน เช่น ดื่มกาแฟหรือเปล่าครับ ดำ/นม หวาน/ไม่หวาน ถ้าเป็นกาแฟผมมักจะตอบไปว่าหวานไม่มีเสมอ ลองดื่มดูก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ มีไซรัปที่เอาไว้เทสให้นิดหน่อย 90% คือ คนที่ดื่มได้โดยที่ไม่ต้องเติมอะไรเพิ่มครับ แม้แต่เมนูมัฉฉะเองก็ตาม

การที่มาดื่มกาแฟหรือนอนคอฟฟี่ หัวข้อถัดไปหลังจากที่ได้ลองดื่มแล้วคืออะไร คงเดาได้ไม่ยากใช่ไหมครับ วัตถุดิบนั่นเอง คราวนี้แหละข้อมูลโภชนาการสุขภาพรวมทั้ง ความเป็นเฟี๊ยสอุตสาหรรม เริ่มเป็นหัวข้อที่ผมเริ่มเล่าให้พวกเขาเหล่านั้นฟัง เป็นเหตุผลประกอบที่ทำให้ผมเสิร์ฟเครื่องดื่มแบบนี้ให้เขากิน และหัวข้อสุดท้ายก็คือ ราคา ของเครื่องดื่มที่เขาต้องจ่ายครับ โดยผมให้เขา ลองเดาราคาที่ต้องจ่าย เทียบกับประสบการณ์ที่เขาเคยกิน 100% ของการเดาราคา ไม่มีใครทายถูก เพราะราคาที่เขาจ่ายนั้นถูกกว่าที่เขาคิดมากๆ ถ้าเทียบกับ รสชาติ รวมถึงราคาที่พวกเขาเคยจ่าย เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในหัวพวกเขาทันทีและจากนั้นผมจึงพาเข้าหัวข้อเกี่ยวกับเรื่อง “เงิน” ไล่เรียงทุกอย่างเท่าที่ผมมีข้อมูล

จนถึงเรื่องของ Bitcoin จบสุดท้ายเรื่อง “การออม”

พร้อมทั้งส่ง sat ให้แต่ละคนตามอายุ

ทั้งหมดที่ว่ามาใช้เวลาในการพูดคุยไม่มากครับเร็วสุด 1 ชั่วโมง นานสุด 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเดือนที่ผมพูดเยอะมากๆที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ผมแพลนไว้ให้ตรงกับช่วงเทศกาลอยู่แล้วแหละ ถึงมันจะเยอะเกินคาดก็ตาม #siamstr #siamstrOG

ผมก็อยากทำร้านไปในแนวทางนี้ให้ได้เหมือนกันครับ แต่พอจะมีทำจริงๆ กลับต้องมานั่งคิดหนักอยู่หลายเรื่องเลย ส่วนตัวที่เราอยู่ในวงการspecialty มา ดื่มแต่กาแฟดำ ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาล น้ำหวานอื่นๆล กาแฟดีๆสามารถหวานได้ด้วยตัวมันเอง และแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงมาก แต่พอจะมาทำร้านก็คิดว่าจะมีลูกค้าที่จะเข้าใจกับเราซักกี่คน ที่จะดื่มกาแฟแบบที่เราดื่ม ต้นทุนต่อแก้วคงจะแพงเกินไปที่ลูกค้าจะเข้าใจ และยอมจ่าย ถ้าจะทำราคาที่เข้าถึงง่ายก็คงต้องใช้เมล็ดคั่วเข้ม ต้นทุนต่ำ แต่ก็คงต้องใส่น้ำตาล น้ำหวาน เพื่อพอทำให้ดื่มได้ อีกเรื่องคงเป็นรสนิยมในกาแฟของแต่ละคนมันหลากหลาย จริงๆ ดีของเรา ลูกค้าอาจจะไม่ชอบ ไม่อร่อยของเรา ลูกค้าอาจจะอร่อย ค่อนข้างพูดยากเลยครับ เลยกะว่าจะลองทำตามใจลูกค้าไปก่อน ในครั้งแรกและค่อยๆป้อนยาส้ม ทีหลัง

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมใช้คั่วกลางเบลนตัวเดียวครับ ราคาปลีก 740 ราคาส่ง 600 และ ใช้ทำทุกเมนู สำหรับกาแฟ อุปกรณ์ผมมี แฟลร์ 58 ดริปเปอร์ วัตถุดิบเรามีเท่านี้ หวดมันให้หมดครับ ดริปร้อน,เย็น ดริป 1:5 คอนเซนเทรตลาเต้ โควบริว,โควบริวลาเต้ ,ice cube cold brew ,espresso 1:1,1:2,1:4 ,ลาเต้ ,เอสเย็น อยู่นางรองใช่ไหมครับ ปลายๆเดือนผมไปบุรีรัม ถ้าต้องให้ให้ช่วยแจ้งได้นะครับ เดี๋ยวแวะไปหา^^

ต้องการคำแนะนำเลยคับลูกพี่😅