Avatar
Supakrit_S
d94c50871345e06b8f766d7002da3d88c3ff56434ed65d7280f5fb169e6e948e
A boy with his toys

อาทิตย์เย็นไปกินอีกรอบมั้ยครับบ😄

Replying to Avatar Tendou

ตะโหล ตะโหล มีหลายคนเรียกร้องขอแบบฟอร์มลงทะเบียนเป็น #Voluteer ในงาน TBC2024 มาอย่างล้นหลาม

งั้นเทนโด้ขอชี้แจงรายละเอียดตำแหน่งที่ค้องการก่อนนะคับ

1. ทีมเฝ้าบูทขายของ กับ ‘ท่านมหาเทพดิดิเย่’ จำนวน 4 คน (2 คน ผลัด 2 คน)

2. ทีมตรวจบัตรตอนเช้า ‘กับพี่เป็ดและแช้ดหลาม’ จำนวน 2 คน (ต้องการคนที่สื่อสารเป็น Eng ได้ มีช่วงล่างที่แข็งแรงและวิ่งเร็วเป็นพิเศษ)

3. ทีม Content ถือกล้องสัมภาษณ์ทั่วงาน กับ ‘คุณตาอิศรและพี่พง’ จำนวน 2 คน

>> สิทธิพิเศษสำหรับ Volunteer น่ะหรอ...พวกนายจะได้เข้าร่วม Thank You Party ในคืนวันสุดท้ายยังไงล่ะ คืนที่ Speaker Sponsor Partner และทุกฝ่ายที่ทำให้งานดำเนินไปได้อย่างสวยงาม จะมาสมัคคีชุมนุมกัน (ของบาหลีที่ผมไปเห็น มันออกมาแบยโคตรรรรจะอบอุ่น🧡)

>> เด็กวัยรุ่น อายุ 17-22 ปี ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณกรุงเทพและปริมณฑล **จะพิจารณาเป็นพิเศษ**

>> “รับจำนวนจำกัด” เฉพาะใน Nostr เท่านั้น ลิงก์ลงทะเบียนอยู่ตรงนี้ ลุยโลดดด https://forms.gle/oJG8WtWNZ1RESh6g8

#TBC2024 #ThailandBitcoinConference #Siamstr

อายุ 20 อยู่กรุบเทพ สมัครไปแล้วค้าบ🤚

ถ้าจะมีเวลา 1 นาทีให้โทรฯ กลับไปหาตัวผมเมื่อตอนที่มีอายุ 20 ปีได้ ผมจะบอกกับตัวเองว่า

“ขอบคุณนะ” :) ฟังดูดีใช่มั้ยละครับ ชีวิตผมไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรดีเด่กว่าตาสีตาสาหรอกครับ แต่ผมกล้าบอกได้เรื่องหนึ่ง ถ้าไม่มีตัวผมในอดีต ถ้าไม่มีการตัดสินใจที่ผิดพลาด ถ้าไม่ได้ทำตัวแย่ ๆ ถ้าไม่ได้เคยอกหัก ถ้าไม่ได้เคยเจ็บปวด ถ้าไม่ได้เคยพบกับประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ดีและร้าย มันก็จะไม่มีตัวผมในวันนี้เลย

เราต้องเผชิญกับ “การเลือก” บนการตัดสินใจที่ไม่มีความแน่นอนในตลอดการมีชีวิตของเราไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ มันเหมือนการเดิมพัน ถ้าเลือกอย่างหนึ่งเราก็จะต้องเสียอีกอย่างหนึ่งไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เราก็สามารถกลับมาทำในสิ่งที่ไม่ได้เลือกตั้งแต่แรกได้อีกครั้ง ราวกับว่าเราได้ย้อนกลับไปยังอดีตเพียงแต่มันมาอยู่บนเส้นทางของช่วงเวลาในปัจจุบัน

มีพี่คนหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่า “คุณอายุยังน้อย คุณยังล้มลงเพื่อที่จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกหลายครั้ง ในขณะที่ผมไม่เหลือเวลาให้ทำแบบนั้นได้อีกแล้ว” ในช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ “เวลา” เป็นต้นทุนที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือสำหรับคนที่อายุยังน้อย คุณเจ็บปวดได้หลายครั้งและนั่นจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะแข็งแกร่งขึ้น คุณยังผิดพลาดได้อีกหลายครั้งและความผิดพลาดจากการตัดสินใจ จากการกระทำก็จะทำให้คุณค้นพบวิธีการที่จะทำให้คุณทำในสิ่งที่ถูกและประสบผลสำเร็จ

เรียนรู้มันไปเถอะครับ สำหรับทุก ๆ เรื่องราวที่จะเข้ามาในชีวิต ผิดถูกให้ลองดูว่ามันเหมาะกับตัวเราเองหรือไม่ อย่ากลัวความผิดพลาดและอย่ากลัวเมื่อได้ตัดสินใจลงไปแล้ว เผชิญหน้าและยอมรับผลของมัน “มันดีกว่าการที่ไม่ได้ลองลงมือทำอะไรเลย”

ผมมีเพื่อนที่ “เลือก” ในการเข้าเรียนในมหาลัยฯ ในคณะที่เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ เลือกไปเรียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจริง ๆ แล้วชอบอะไร เพื่อนคนนี้ต้องดร็อปเรียนและลาออกไปในเวลาต่อมา เขาใช้เวลาในช่วงที่ดร็อปเรียนเพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเรียนแน่ ๆ ก่อนจะพบว่าคืออะไร เขาใช้เวลาใน 1 ปีนั้นตั้งใจอ่านหนังสือ นั่งเรียนด้วยตัวเองเพื่อเตรียมตัวเอง ก่อนที่จะกลับเข้ามาเรียนในคณะใหม่ที่เขาเป็นคน “เลือกเอง” ซึ่งในตอนนี้ชีวิตของเขา PoW ของเขาที่ขัดเกลามา มันทำให้เขาสามารถที่จะเลือกทำงานที่ไหนก็ได้ภายใต้ตลาดแรงงานนี้

บางทีเราก็ไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรจนกระทั้งมันมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แต่บางคนก็โชคดีที่ได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปมากมายนัก แต่บางคนก็หามันไม่เจอ

ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์อย่างที่ตั้งใจจะถามไหม แต่ถ้าให้ผมแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับการเข้าเรียนต่อในมหาลัยฯ “ให้ระวังสังคมที่แวดล้อมให้ดี ๆ ” ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน รุ่นพี่ หรือครูอาจารย์ ให้ระวังให้มาก ๆ ระลึกถึงเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้ให้ดี ๆ ว่าคุณเลือกที่จะเข้าไปเรียนเพื่ออะไรตั้งแต่แรก

ถ้าเลือกที่จะไม่เรียนต่อ เราก็สามารถที่จะเอาเวลาที่มีไปศึกษาลองผิดลองถูกด้วยตัวเองได้ และอาจจะกลับมาเรียนใหม่อีกครั้งหลังจากได้เลือกแล้วว่าต้องการจะเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มองความรู้ให้กับตัวเราเอง ระหว่างนั้นอาจจะหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย ได้ทดลองทำงานจริง ๆ ในตลาดจริง ๆ ก่อนที่จะเลือกเรียนอะไรก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

ยังไงก็ขอให้ค้นพบหนทางของตัวเองในเร็ววันนะครับ :)

ขอบคุณมากครับ😅

Replying to Avatar Naphat09

การไม่เรียนต่อมันเคยเป็นปมสำหรับผมนะ ตอนแรกผมมีโอกาสที่จะเรียนต่อ แต่สุดท้ายด้วยเหตุจากตัวผมเองที่อาจจะขี้เกียจ หรือในตอนนั้นตั้งใจว่าจะทำงาน5 ปี แล้วไปยื่นเรียนแบบพิเศษ2ปีจบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำงานตามสายนั้นที่จะเรียน2 ปีได้ หรือตอนที่ตั้งใจจะไปเรียนรามจ่ายเงินค่าเทอมแล้ว สอบไปได้ 1 เทอมแล้ว สุดท้ายตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพราะตอนนั้นเริ่มรู้สึกถึงความ fiat ในระบบการศึกษาหลายๆอย่าง แต่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจ fiat นะ

ผลสุดท้ายผมกลับมาทำงานธุรกิจของที่บ้านมันเป็นงานที่ผมไม่ชอบไม่อยากทำไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่มันไม่ได้แย่อย่างที่คิด หลายๆครั้งยังฝันว่าไปเรียนอยู่เลย

จนถึงตอนนี้ PoW ของผมมาก พอที่จะกล้าบอกกับใครๆที่ถามผมว่า “เรียนจบอะไรมา?”

ว่า ผมเรียนไม่จบครับ

เรื่องราวของผมมันอาจจะตอบคำถามอะไรไม่ได้มากนัก แต่อย่างน้อยในตอนนี้ นอกจากอารมณ์คิดถึงเพื่อนเก่าๆ หรือญาติผู้ใหญ่ที่จากไป ผมไม่เคยอยากย้อนอดีตอีกเลย

#siamstr

ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์นะครับ🙏

ขอบคุณมากครับพี่ คิดแบบนี้เหมือนกัน ถ้าไม่มีอดีตในวันนั้น ก็คงไม่มีปัจจุบันในวันนี้

Replying to Avatar Chiepzz

ส่วนตัวผมคิดว่า สุดท้ายแล้วคำตอบว่าจะสะสม proof of work ด้านไหน เจ้าของคำถามต้องหาคำตอบด้วยตัวเองแหละ

แต่ถ้าจะให้แนะนำ ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากๆ ของคนวัยนี้คือ “การ explore โลกให้เยอะๆ” นะ

หาโอกาสทำกิจกรรมที่คิดว่าจะสนใจ แล้วเอาตัวเข้าไปทำเลย ถ้าเราชอบ เราจะอยากทำมันต่อเอง แต่ถ้าเราไม่อิน เราก็จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเองครับ ผมว่าไม่มีอะไรที่ทำแล้วเสียเวลาเปล่า 100% หรอก

แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ยากของโลกเฟียต มันก็คือมันหาโอกาสดีๆ ได้ยากนี่แหละ ถ้าเรามีทุนไม่มากพอ

ส่วนตัวผมไม่ได้เชียร์ให้ต้องเดินตามระบบเฟียตนะ แต่แนะนำให้ลองมองดูดีๆ ว่ารอบตัวเรามันมีโอกาสอะไรที่เราจะคว้าไว้ได้ไหม ถ้ามีก็ลุยเลย ค่อยๆ รู้จักตัวเองไปครับ

แต่สำหรับบางคน การเข้าไปในมหาลัยมันก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมใหม่ๆ เยอะมาก มีโอกาสที่จะไปเจอโลกกว้างเยอะมาก และมีโอกาสที่จะได้รู้จักคนเก่งๆ ในวัยเดียวกันอีกมาก

(แม้หลายๆ อย่างมันจะเฟียตสักหน่อย แต่ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นทาสระบบนั้นนะ 5555)

วัย 20 มันเป็นวัยที่ต้องหาตัวเองก่อนแหละ

หลายอย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้ ตอนอายุ 20 ผมยังไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ 555555

เอาใจช่วยให้มีไฟใช้ชีวิต ขอให้มีพลังค้นหาตัวเองต่อไปค้าบ ✌🏼

ขอบคุณมากค้าบ

จริงๆผมก็มีสิ่งที่ชอบ ที่สนใจอยู่หลายอย่างเลย แต่แค่ไม่รู้จะทำอะไรกับมัน

Replying to Avatar Mr.Note

ถ้าย้อนเวลากลับได้ ผมอยากจะกลับไปตั้งใจเรียนและติดหญิงให้น้อยๆหน่อย ช่วงนั้นพ่อแม่เครียดมากๆกลัวผมไม่จบ...แต่เอาจริงๆนะครับ ผมคงไม่ย้อนเวลากลับไปแน่นอนครับ เพราะอดีตคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นตัวตนในตอนนี้ อดีตทำให้เรามีประสบการณ์การชีวิตที่เราจะไม่กลับไปผิดพลาดหรือเดินทางไปซ้ำอีก มันทำให้เราต้องปรับตัวในปัจจุบันและก้าวไปอนาคตครับ

ผมขอแนะนำการใช้ชีวิตว่า เราต้องทบทวนตัวเองว่า เป้าหมายในชีวิตเราต้องการอะไร,อยากทำอะไร,อยากเป็นอะไร,มีชีวิตแบบไหน ผมไม่สามารถแนะนำได้ อันนี้สำคัญมากๆ น้องต้องคิดเอง แล้วมองไปปั้นปลายชีวิตเลยครับ ถ้าเราได้เป้าหมายแล้วให้ลองทำแบบนี่

- กำหนดเส้นทางการเดินของชีวิตให้ไปถึงปั้นปลายชีวิตเราเลย โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จเป็นช่วงๆ เอาที่เป็นไปได้ไม่เพ้อฝัน

- กำหนดเส้นทางเและเป้าหมายเสร็จสร็จ ก็ให้ลงมือทำเลยวันนี้!!! การที่ไม่ลงมือทำมันไม่รู้หรอกครับว่า จะเจออุปสรรค,ปัญหาหรือจะทำมันสำเร็จใหม่

- Focus on ตั้งใจในสิ่งที่ทำ เรียนและรู้ตลอดเส้นทางที่ทำ ทำผิดได้แต่อย่าผิดซ้ำ ทำเป้าหมายสำเร็จในแต่ละช่วงของเส้นทาง ให้รางวัลตัวเองตลอดทางมันจะสร้างความมั่นใจและความสุขให้กับเรา

- Balance เรื่องการเงิน,เรื่องส่วนตัวและครอบครัวให้ตลอดเส้นทางเรา..ทำ Proof of Work ที่มีคุณค่าตลอดเส้นทางที่เรากำหนด โดยที่ไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น เหลือก็แบ่งปันครับ

....จากประสบการณ์ชีวิตคนทำงานคนหนึ่ง...ลองทำดู ชิวีตเป็นของเรา เราต้องกำหนดเองครับ...เป็นกำลังใจให้ครับ ...ตลอดเส้นทางอย่าลืม Stack Sats อันนี้สำคัญมากๆ^^

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆครับ

ผมก็ยังคิดไม่ออกครับว่าจริงๆแล้วชีวิตผมต้องการอะไรกันแน่ หรืออยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่ตอนนี้ก็ stack sats ไปเรื่อยๆก่อนครับ

#siamstr

ถ้ามีพลังวิเศษสามารถย้อนเวลากลับไปในช่วงอายุ20ปีได้ อยากย้อนกลับไปแก้ไขหรือทำอะไรกันครับ

จริงๆแล้วที่ถามคำถามนี้ก็เพราะอยากจะขอคำแนะนำจากพี่ๆครับ เพราะผมก็อายุ20ปี และตัดสินใจว่าจะไม่ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย(ส่วนตัวได้อ่าน fiat standard และ fiat ruins everything และค่อนข้างอินกับเรื่องนี้)เลยกำลังสับสนกับตัวเองว่า ถ้าเราไม่เรียนแล้วเราจะหาอะไรทำดี เราจะเอาเวลาของเราไปสะสมproof of work ในด้านไหนดี เหมือนกำลังหลงทาง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน อยากได้คำแนะนำจากพี่ๆที่มีประสบการณ์ช่วยแนะนำแนวทางหน่อยครับ 🙏

สวัสดีครับ วันนี้จะมาแชร์การแจกยาส้มช่วงเดือน ธ.ค.66 ที่ผ่านมาของผมครับ ขอเกริ่นก่อนแล้วกันว่า อำเภอห้วยผึ้งเป็นอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมใช้ชีวิตวัยเด็กที่นี่ ตั้งแต่ อนุบาล ประถม มัธยมต้น และย้ายไปเรียน ม.ปลายที่อำเภอใกล้ๆ ทำให้ผมรู้จักคนค่อนข้างเยอะ หรือคนในพื้นที่บางคนอาจจะรู้จักผม หรือไม่ก็ครอบครัวผม เพราะพ่อมาบรรจุเป็นครูที่นี่และไม่ได้ย้ายไปไหน รวมทั้งแม่ก็ทำงานกับส่วนของนิคมสร้างต้นเอง นี่คือความได้เปรียบเชิงพื้นที่ของการแจกจ่ายยาส้มอย่างหนึ่ง

มันเป็นเรื่องค่อนข้างง่ายที่จะแจกจ่ายยาส้มให้กับคนที่เราคุ้นเคยใช่ไหมครับ พาร์ทนี้ถ้าเพื่อนๆต้องการทราบผมจะมาแชร์อีกที แล้วคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนล่ะผมทำยังไง ผมขออธิบายอย่างนี้ครับ ผมเปิดร้านกาแฟแนวสโลบาร์ และเครื่องดื่มอื่นๆ ซึ่ง 90% ไม่ใช้ไซรัป นมข้นหวานและนมผสม (แต่ยังใช้นมพาสเจอร์ไรอยู่นะ) ข้อดีของการบริการแบบนี้คือเรามีโอกาสได้คุยกับคนที่ไม่รู้จัก และเป็นคนที่ไม่รีบร้อนเท่าไหร่ หัวข้อที่จะเปิดคุยกันมักเป็นการถามตอบกันก่อน เช่น ดื่มกาแฟหรือเปล่าครับ ดำ/นม หวาน/ไม่หวาน ถ้าเป็นกาแฟผมมักจะตอบไปว่าหวานไม่มีเสมอ ลองดื่มดูก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ มีไซรัปที่เอาไว้เทสให้นิดหน่อย 90% คือ คนที่ดื่มได้โดยที่ไม่ต้องเติมอะไรเพิ่มครับ แม้แต่เมนูมัฉฉะเองก็ตาม

การที่มาดื่มกาแฟหรือนอนคอฟฟี่ หัวข้อถัดไปหลังจากที่ได้ลองดื่มแล้วคืออะไร คงเดาได้ไม่ยากใช่ไหมครับ วัตถุดิบนั่นเอง คราวนี้แหละข้อมูลโภชนาการสุขภาพรวมทั้ง ความเป็นเฟี๊ยสอุตสาหรรม เริ่มเป็นหัวข้อที่ผมเริ่มเล่าให้พวกเขาเหล่านั้นฟัง เป็นเหตุผลประกอบที่ทำให้ผมเสิร์ฟเครื่องดื่มแบบนี้ให้เขากิน และหัวข้อสุดท้ายก็คือ ราคา ของเครื่องดื่มที่เขาต้องจ่ายครับ โดยผมให้เขา ลองเดาราคาที่ต้องจ่าย เทียบกับประสบการณ์ที่เขาเคยกิน 100% ของการเดาราคา ไม่มีใครทายถูก เพราะราคาที่เขาจ่ายนั้นถูกกว่าที่เขาคิดมากๆ ถ้าเทียบกับ รสชาติ รวมถึงราคาที่พวกเขาเคยจ่าย เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในหัวพวกเขาทันทีและจากนั้นผมจึงพาเข้าหัวข้อเกี่ยวกับเรื่อง “เงิน” ไล่เรียงทุกอย่างเท่าที่ผมมีข้อมูล

จนถึงเรื่องของ Bitcoin จบสุดท้ายเรื่อง “การออม”

พร้อมทั้งส่ง sat ให้แต่ละคนตามอายุ

ทั้งหมดที่ว่ามาใช้เวลาในการพูดคุยไม่มากครับเร็วสุด 1 ชั่วโมง นานสุด 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเดือนที่ผมพูดเยอะมากๆที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ผมแพลนไว้ให้ตรงกับช่วงเทศกาลอยู่แล้วแหละ ถึงมันจะเยอะเกินคาดก็ตาม #siamstr #siamstrOG

ผมก็อยากทำร้านไปในแนวทางนี้ให้ได้เหมือนกันครับ แต่พอจะมีทำจริงๆ กลับต้องมานั่งคิดหนักอยู่หลายเรื่องเลย ส่วนตัวที่เราอยู่ในวงการspecialty มา ดื่มแต่กาแฟดำ ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาล น้ำหวานอื่นๆล กาแฟดีๆสามารถหวานได้ด้วยตัวมันเอง และแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงมาก แต่พอจะมาทำร้านก็คิดว่าจะมีลูกค้าที่จะเข้าใจกับเราซักกี่คน ที่จะดื่มกาแฟแบบที่เราดื่ม ต้นทุนต่อแก้วคงจะแพงเกินไปที่ลูกค้าจะเข้าใจ และยอมจ่าย ถ้าจะทำราคาที่เข้าถึงง่ายก็คงต้องใช้เมล็ดคั่วเข้ม ต้นทุนต่ำ แต่ก็คงต้องใส่น้ำตาล น้ำหวาน เพื่อพอทำให้ดื่มได้ อีกเรื่องคงเป็นรสนิยมในกาแฟของแต่ละคนมันหลากหลาย จริงๆ ดีของเรา ลูกค้าอาจจะไม่ชอบ ไม่อร่อยของเรา ลูกค้าอาจจะอร่อย ค่อนข้างพูดยากเลยครับ เลยกะว่าจะลองทำตามใจลูกค้าไปก่อน ในครั้งแรกและค่อยๆป้อนยาส้ม ทีหลัง