Avatar
Chiepzz
cf8697e37d3014072431e62163f6cba07edfbf4b3528e26e87b243385efd0675
A full-time human with some medical knowledge and skills.

1 ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นช่วงที่ปรัชญา/ธรรมะ ไหลเข้าหัวผมเยอะที่สุดในชีวิตแล้ว อาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่สงบใจขึ้นมากๆ

ขอบคุณ BTC ที่พาผมมาเจอสังคมดีๆ 🙏🏻

#siamstr

GM คร้าบบบ #siamstr

เมื่อคืนนอนเยอะ วันนี้ได้ตื่นเช้ามาวิ่ง

ตอนนี้กำลังจิบกาแฟก่อนเริ่มงานเฟียต

เช้านี้รู้สึกดีมาก

แวะมาแจกพลังบวกครับ 55555

ขอให้เป็นวันที่ดีครับบบบ

เมื่อวานนั่งเล่าสารบัญ The bitcoin standard, the fiat standard กับ principles of economics ให้เพื่อนฟังในชมรมเล่าหนังสือเฉพาะกิจ

โคตรมันส์ 5555

เพื่อนไปซื้อ the bitcoin standard มาเรียบร้อย

#siamstr

GA ครับ #siamstr วันนี้เปื่อยๆทั้งวันเลยแฮะ หลังจากดูแลเจ้าเครื่องบดและดริปกาแฟเสร็จแล้วก็นั่งไถๆ nostr ไปเรื่อย พลางคิดขึ้นมาได้ว่า วันนี้ยังไม่ได้ส่งมอบคุณค่าอะไรออกไปเลยแฮะ เอาเรื่องที่ตัวเองได้รับข้อมูลมาแล้วกัน #coffeechain

พูดถึงกาแฟ เราสกัดอะไรออกมาบ้าง แล้วรสชาติ ทำไมถึงออกมาแบบนั้น ครั้งนี้จะอธิบายภาพรวมไม่ลงถึงรายละเอียดและปัจจัยนะ จากรูป คนสกัดกาแฟ จะทำการสกัดสิ่งเหล่านี้ออกมา ให้มีความสมดุล (บาลานซ์/กลม) สารประกอบเหล่านี้จะถูกสกัดออกมาตามขนาดของโมเลกุล ช่วงแรกของการสกัดจะเป็นกรด ให้ความสว่างความเปรี้ยว เพราะฉะนั้นกาแฟไม่เปรี้ยวไม่มี มีแต่เปรี้ยวมากเปรี้ยวน้อย เรียงไปตามลำดับ เราจะสังเกตุว่าเวลา ดริปกาแฟ ทำไมคนสกัดถึงแบ่งช่วงของการเท ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาน้ำกระทบกาแฟ มันก็โดนสกัดออกมาพร้อมๆ กันนั่นแหละ อันนี้แค่ให้เห็นภาพรวมเฉยๆ เมื่อคนสกัด ทดลองแล้วว่า แต่ละช่วงของกาแฟที่ใช้ ได้อะไรมามากน้อยขนาดไหน เขาจะทำการบาลานซ์ สารประกอบให้ได้รสชาติตามที่ต้องการนั่นเอง (เครื่องแมชชีนก็ใช้หลักการเดียวกัน) ทีนี้พอจะนึกรสชาติของกาแฟที่เราเคยดื่มคร่าวๆ ได้ใช่ไหมครับ? การที่รสชาติกาแฟ เด่นไปทางใดทางหนึ่ง เช่น เปรี้ยวโดด จาง ขม ไหม้ ฝาด เกิดจากความไม่สมดุลของการสกัดนั่นเอง การสัมผัสรสชาติของกาแฟก็สามารถฝึกสมาธิได้เหมือนกันนะ ถ้าสงสัยว่าทำยังไง แวะเวียนมาพูดคุยกันที่รังรัก เอ้ยรังนกได้ครับ^^

รอติดตามตอนต่อๆ ไปครับ 😀 ชอบบบบ

ส่วนตัวผมคิดว่า สุดท้ายแล้วคำตอบว่าจะสะสม proof of work ด้านไหน เจ้าของคำถามต้องหาคำตอบด้วยตัวเองแหละ

แต่ถ้าจะให้แนะนำ ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากๆ ของคนวัยนี้คือ “การ explore โลกให้เยอะๆ” นะ

หาโอกาสทำกิจกรรมที่คิดว่าจะสนใจ แล้วเอาตัวเข้าไปทำเลย ถ้าเราชอบ เราจะอยากทำมันต่อเอง แต่ถ้าเราไม่อิน เราก็จะได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเองครับ ผมว่าไม่มีอะไรที่ทำแล้วเสียเวลาเปล่า 100% หรอก

แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ยากของโลกเฟียต มันก็คือมันหาโอกาสดีๆ ได้ยากนี่แหละ ถ้าเรามีทุนไม่มากพอ

ส่วนตัวผมไม่ได้เชียร์ให้ต้องเดินตามระบบเฟียตนะ แต่แนะนำให้ลองมองดูดีๆ ว่ารอบตัวเรามันมีโอกาสอะไรที่เราจะคว้าไว้ได้ไหม ถ้ามีก็ลุยเลย ค่อยๆ รู้จักตัวเองไปครับ

แต่สำหรับบางคน การเข้าไปในมหาลัยมันก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้ทำกิจกรรมใหม่ๆ เยอะมาก มีโอกาสที่จะไปเจอโลกกว้างเยอะมาก และมีโอกาสที่จะได้รู้จักคนเก่งๆ ในวัยเดียวกันอีกมาก

(แม้หลายๆ อย่างมันจะเฟียตสักหน่อย แต่ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นทาสระบบนั้นนะ 5555)

วัย 20 มันเป็นวัยที่ต้องหาตัวเองก่อนแหละ

หลายอย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้ ตอนอายุ 20 ผมยังไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ 555555

เอาใจช่วยให้มีไฟใช้ชีวิต ขอให้มีพลังค้นหาตัวเองต่อไปค้าบ ✌🏼

ทุกวันนี้สนุกเวลาได้เล่าเรื่อง BTC กับระบบเงินเฟียตให้เพื่อนฟัง ชอบเวลาเห็นแววตาเป็นประกายของเพื่อนหลายๆ คน 😀

แล้วจะยิ่งตื่นเต้นเป็นพิเศษเวลามีเพื่อนที่ anti-BTC อยู่ในวง เวลาดิสคัสกันด้วยเห็นผลแล้วมันเหมือนได้ลับคมความคิดตัวเองดี เหมือนเป็นการพิสูจน์ proof of work ที่ได้ศึกษา BTC มาตลอด 1-2 ปี 😂

#siamstr

วันนี้ผมได้ไปร่วมงานศพแม่ของเพื่อนสนิทมาครับ

ปกติผมไม่ค่อยได้ตั้งใจไปงานศพใครเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการติดตามพ่อกับแม่ไปงานศพของคนที่ผมไม่เคยรู้จัก

แต่งานวันนี้มันให้อะไรกับผมมากกว่าที่คิดมากๆ

ตลอดงานผมรู้สึกสงบใจแบบบอกไม่ถูก

และพลังจากคนในงานทำให้ผมเข้าใจจริงๆ ว่า ‘การจากโลกนี้ไปอย่างเป็นที่รัก’ มันเป็นยังไง

ผมรู้สึกได้เลยว่าแม่ของเพื่อนผมท่านได้ทำหน้าที่บนโลกมนุษย์นี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และสร้างประโยชน์ให้ผู้คนมามากจริงๆ

งานวันนี้ทำให้ผมอยากใช้ชีวิตให้ดีขึ้น แล้วถ้าวันหนึ่งจะต้องมีงานของผม ผมหวังว่าคนในงานจะรู้สึกสงบใจและได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เหมือนที่ผมได้วันนี้ :)

#siamstr

เช่นกันค้าบบบ ขอให้ปี 2024 เป็นปีที่สนุกกว่าเดิมครับ!!!

#siamstr

เริ่มงานวันแรกของปี 2024 ด้วยปริมาณงานที่มากเหมือนเดิม ยากเหมือนเดิม แต่รู้สึกสนุกและท้าทายกว่าเดิม

ขอบคุณทุ่งม่วงที่มอบพลังใจให้ผมมาตลอดครึ่งปีหลังของปี 2023 🙏🏻

#Reflection2023

#siamstr

“กูโคตรชอบชีวิตตัวเองตอนนี้เลยว่ะ”

เป็นคำพูดที่ผุดขึ้นมาในหัวผมเมื่อสามวันก่อนตอนกำลังนั่งทบทวนตัวเอง หลังจากเลิกงาน Fait วันสุดท้ายของปี 2023 แล้วมันก็วนอยู่ในหัวผมมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าอยากจะแชร์ให้ทุกคนอ่านครับ 555 :D

ตอนแรกผมกะจะมาเล่าชีวิตผมในปี 2023 แต่ก็คิดได้ว่า คนอื่นอาจจะไม่ได้สนใจรายละเอียดชีวิตผมขนาดนั้น เลยจะเปลี่ยนเป็นเล่าว่าผมได้เรียนรู้อะไรที่รู้สึกว่ามีประโยชน์กับผมก็แล้วกันนะ

1. สิ่งที่จำกัดที่สุดของมนุษย์ คือ “เวลา”

ข้อแรกนี่ตรงไปตรงมา มนุษย์ทุกคนมีเวลาจำกัด เพราะสักวันหนึ่งเราต้องตาย หรือบางทีแม้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ อายุที่มากขึ้นก็อาจจะเป็นข้อจำกัดที่จะทำให้เราใช้เวลาที่เหลืออยู่ได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเดิมแล้ว

2. ทุกอย่างในชีวิตต้องใช้ “เวลา” เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การงาน ความสัมพันธ์ สุขภาพ กีฬา ดนตรี หรืออื่นๆ หากเราต้องการพัฒนาชีวิตด้านใดด้านหนึ่งให้ดี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องใช้เวลาทั้งสิ้น

ทักษะ/ความรู้/ความสัมพันธ์ที่ดี มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราค่อยๆ สร้างมันทีละน้อย เพราะสมองมนุษย์ไม่เหมือนคอมพิวเตอร์ ที่สามารถดาวน์โหลดสิ่งต่างๆ ลงไปในเวลาไม่กี่นาที สมองมนุษย์เรียนรู้โดยการเชื่อมต่อกันของโครงข่ายเส้นประสาท ซึ่งต้องอาศัยการทำซ้ำและจำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อให้มันเกิดขึ้นมาได้

ส่วนสุขภาพหรือรูปลักษณ์ที่ดีนั้น เราจะมีได้มาก็ต่อเมื่อเรากินอาหารที่ดี และออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านั้น การไปฟิตเนสเดือนละครั้งอาจจะไม่ได้มีผลกับสุขภาพของเราขนาดนั้น

3. เงิน ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

เงิน เป็นแค่สิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นมาเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน เพื่อให้มนุษย์สามารถนำไปแลกสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์ “ให้คุณค่า” ได้ ดังนั้นสิ่งที่สนุษย์ต้องการจริงๆ มันก็คือสิ่งที่คุณให้คุณค่าเหล่านั้นแหละ ไม่ใช่เงิน

นอกจากนั้นเงินมันไม่สามารถแลกได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอะไรก็ตามที่ต้องอาศัย “เวลา” เพื่อให้ได้มา เช่น ความสัมพันธ์ สุขภาพ หรือความสุขสงบในใจที่แต่ละคนมีความต้องการที่ต่างกัน

—-----------------------------------------

แค่สามข้อนี้รวมกันก็ให้อะไรผมเยอะมากๆ

ตลอด 26 ปีที่ผมอยู่บนโลกนี้มา ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทกับการเรียนมาตลอด ตั้งแต่ประถม มัธยม จนเข้ามาตรากตรำในคณะแพทย์อีกร่วม 6 ปี เพื่อที่จะจบมาแล้วพบว่า เราแทบไม่มีอิสระอะไรในชีวิตตัวเองเท่าไหร่เลย ในระบบที่มีอยู่มานานนี้ เราก็เป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่ถูกกำหนดให้ต้องจ่ายเวลาส่วนตัวทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยมี “เงิน” จำนวนหนึ่งเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

จนเมื่อปีที่แล้วที่ผมได้มีเวลาว่างมากขึ้นเพียงพอที่จะหยุดพัก แล้วถามตัวเองว่า “ถ้าต้องถอดบทบาทหมอออกไป ผมจะอยากเป็นอะไรในสังคมวะ”

คำตอบที่ได้ทำให้ผมแปลกใจตัวเองเหมือนกัน

ทั้งที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองมีความชอบ ความรู้ หรือทักษะมากพอที่จะย้ายสายงานได้ไม่ยากนัก แต่คำตอบของผมก็ยังเป็น “แพทย์” อยู่เหมือนเดิม

แต่ผมไม่ได้อยากเป็นแพทย์เป็นอย่างแรกนะ

“ผมอยากเป็นมนุษย์ที่มีความรู้แพทย์” ถ้าต้องเลือกระหว่างต้องเป็นหมอ หรือเป็นมนุษย์แค่อย่างเดียว ผมจะเลือกเป็นมนุษย์ ผมอยากมีชีวิตที่มีความสุขกับชีวิตประจำวัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว มีสุขภาพที่แข็งแรง และมีโอกาสได้พัฒนาความรู้ความสามารถในสาขาที่ผมชอบ ไม่ว่าจะเป็นในวงการแพทย์หรือนอกวงการแพทย์ก็ตาม

แต่ในเมื่อผมไม่ต้องเลือกแค่อย่างเดียว ผมก็เลยยังอยากเป็นหมอด้วย เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจสมัครเรียนต่อเฉพาะทางอายุรศาสตร์ที่บ้านริมน้ำที่รักในปีการศึกษาที่จะถึงนี้

คำตอบนี้ทำให้ผมยังต้องทำงานเป็นหมอเหมือนเดิมแหละ แต่ผมโคตรมีความสุขกับการทำงานเลย เพราะพอคิดได้แบบนี้ผมก็รู้แล้วว่าผมชอบเนื้องานของแพทย์ แต่ผมแค่ไม่ชอบ ‘ระบบราชการ’ บวกกับการมีคู่คิดที่รู้ใจและมีความคิดแบบเดียวกัน เลยได้จับมือกันลาออก จ่ายเงินชดใช้ทุนราคาหกหลัก เพื่อมาทำงานเป็นแพทย์ ในกทม.ซึ่งผมยืนยันได้เลยว่าระบบมันคนละชั้นกันเลย

ผมได้มีชีวิตแบบที่อยากมี ได้ออกกำลังกาย ได้อ่านหนังสือนอกเวลา ได้ศึกษาความรู้ และพัฒนาตัวเองไปทีละน้อยในทุกวัน มันมีคุณค่ากับผมมากจริงๆ มากกว่าที่เงินจะให้ผมได้หากผมต้องแลกมันด้วยเวลาที่มีค่าของผม

—-----------------------------------------

ปี 2024 ผมตั้งใจว่าผมจะมุ่งมั่นสร้างคุณค่าในด้านต่างๆ ให้มากขึ้นอีก และจะใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ปลายปีหน้า ผมจะสามารถพูดได้อีกครั้งว่า

“กูโคตรชอบชีวิตตัวเองตอนนี้เลยว่ะ!!!” :D

#siamstr

รู้สึกกันไหมครับว่าช่วงนี้บรรยากาศรวมๆ มันสงบสุข คนรอบๆ ตัวดูมีความสุขกันกว่าช่วงปีก่อนเยอะเลย

มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็นแค่รอบตัวผม หรือเป็นเพราะอยู่แต่ในทุ่งม่วงนะ 😅

วันนี้ลองพยายามเล่าเรื่องบิทคอยน์ให้น้องสาวฟัง ปรากฎว่าน้องสนใจมากกว่าที่คิด

ได้ข้อคิดว่า

แต่ละคนมี pain point จากระบบ Fiat ที่ต่างกัน ถ้าเราแตะให้ถูกจุด แล้วเริ่มจากตรงนั้น เราก็เริ่มบทสนทนาเกี่ยวกับบิทคอยน์กับคนใหม่ๆ ได้ไม่ยาก 🙂

#siamstr

#siamstr

วันนี้นั่งคิดเรื่องการให้เงินลูกของพ่อแม่ แล้วได้เห็นว่ากระบวนการที่ต่างกันมันมีผลต่อวิธีคิดของเด็กมากกว่าที่คิดมากเลยนะ

สมมติเด็กคนที่ 1 ได้เงินเดือนจากพ่อแม่เป็นเงินก้อนรอบเดียวจบ สิ่งที่เขาต้องทำคือไปจัดการเงินของตัวเอง กินข้าวให้อิ่ม กินขนมเท่าที่เห็นสมควร ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องเก็บออมเอง จนมีเงินพอไปซื้อของที่อยากได้

กับเด็กคนที่ 2 ได้เงินเป็นวันๆ ไป ถ้าอยากได้ของอะไรเพิ่มเติมก็มาบอกพ่อกับแม่ให้ซื้อให้

สุดท้ายเด็กทั้งสองคนอาจจะได้เงินรวมทั้งเดือนเท่ากัน อาจจะได้ของต่างๆ เท่ากัน แต่วิธีคิดน่าจะต่างกันพอสมควรเลย

สำหรับผม ผมชอบแบบแรกนะ ผมว่าเด็กน่าจะได้ฝึกจัดการตัวเอง ได้รู้จักการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ

ผมว่าเราไม่ควรปลูกฝังความรู้สึกว่าเงินเป็นอะไรที่มีไม่จำกัด อยากได้เมื่อไหร่ก็มาขอเพิ่มได้เรื่อยๆ ให้เขาตั้งแต่ยังเด็ก

ซึ่งจริงๆ มันไม่มีผิดมีถูกหรอก…เอาเป็นว่ามันเป็นวิธีคิดที่ผมไม่คลิกแหละครับ