Avatar
Ekaphol
0d9d92d1eec47864393d2dcc01a6cf3d839b199e016bb06f725b0f8ea8497dd9
Wake up, drink coffee, weight training, ride, run, eat protein, eat protein, sleep 🔁

เมื่อหมอบอกว่าคุณควรหยุดวิ่งตลอดชีวิต!

ผมก็แค่เปลี่ยนหมอ...เพราะเราคือหมอที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา

ทำไมถึงว่าอย่างงั้น..? เท้าความก่อนว่าก่อนหน้านี้ผมวิ่งไม่ได้มาเป็นสิบปี ตั้งแต่อายุสามสิบกลางๆ ทุกครั้งที่วิ่งแม้จะแค่1-2โลก็จะเจ็บเอ็นร้อยหวายตลอด และเจ็บแต่ละครั้งก็2-3เดือนขึ้นตลอด จะเตะบอล ตีแบต โดดเชือก หรือกิจกรรมใดก็ตามที่เกิดแรงกระแทกที่ข้อเท้าจะเจ็บตลอด

ผมก็ไปหาหมอรพ.เอกชนชื่อดัง รักษาสาระพัดวิธีร่วมๆปี เปลี่ยนรพ.ก็แล้ว หมดเฉียดแสนเมื่อสิบปีก่อน ตั้งแต่สแกนตรวจ ฉีดยา กินยา กายภาพ ประคบร้อนเย็น ทำหมดแล้วจนหมอเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อสรุปว่า เหลือทางเดียวคือผ่าตัดซ่อมเอ็นร้อยหวายที่อักเสบเรื้อรัง ซึ่งหมอบอกว่าถ้าเป็นหมอหมอจะไม่ทำ เพราะมันเรื่องใหญ่ต้องใช้เครื่องช่วยผยุงหลังผ่าตัดและต้องพักกิจกรรมเกี่ยวกับเท้าประมาณครึ่งปี เหมือนขี่ช้างเพื่อจับตักกะแตนหมอบอกอย่าผ่าเลย มันไม่คุ้ม

หมอเลยสรุปว่า "คุณก็แค่เลิกวิ่งตลอดไป" อยากออกกำลังกายก็ทำอะไรก็ได้ที่ไม่กระแทกข้อเท้า ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ อะไรพวกนั้น

มันคือคำพิพากษาของผู้เชียวชาญเฉพาะทางที่เราไม่ควรตั้งข้อสงสัย?

เสียใจมั๊ยก็ไม่เท่าไหร่นะ เราก็ใช้ชีวิตปกติแค่เลี่ยงการวิ่ง แต่มันก็คาใจมาตลอด จนมีคนชวนไปรักษาแบบแผนจีน ฝั่งเข็มแล้วช็อตไฟฟ้า ผมก็ไปลองเผื่อฟลุ๊ค สรุปจบครอสก็ไม่หาย วิ่งแล้วเจ็บเหมือนเดิม

ผมก็เลิกวิ่งมาหลายปีมาก รู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์ ใช้ฟังชั่นได้ไม่ครบ แต่ก็บอกตัวเองว่าชั่งมัน จากนั้นก็หันมาเล่นเวทจริงจัง ปั่นจักรยานสปิ้นไบค์แทนเพื่อการคาดิโอบริหารปอดและหัวใจเรื่อยมาหลายปี

จนมาเมื่อสองเดือนก่อนลูกปิดเทอมแล้วมีคนนึงน้ำหนักตัวเยอะ ก็เลยปิ้งไอเดียชวนลูกลดน้ำหนัก ซึ่งปกติก็เวทกันประจำอยู่แล้วแต่อยากเพิ่มคาดิโอหนักๆหน่อยเพื่อช่วยเบิร์นแฟต แต่ถ้าเราบังคับให้ลูกวิ่ง โดยที่เราไม่วิ่งเชื่อว่ามันจะทำแบบไม่เต็มที่แน่ เหนื่อยก็หยุดอะไรทำนองนั้น สรุปคือจะให้เค้าเหนื่อยเราต้องเหนื่อยไปด้วยเป็นตัวอย่าง ทีนี้เลยรีบไปหาข้อมูลเพราะอยากรั่นหมออยากวิ่งอีกสักครั้ง มันคาใจว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้ จนไปเจอข้อมูลชุดนึงว่าการเจ็บเอ็นร้อยหวายซ้ำซากอาจเพราะกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงพอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องแถวๆหลังหน้าแข้งเพราะมันเป็นมัดที่ช่วยประคองเอ็นร้อยหวายลดแรงตึงจากการวิ่ง(ซึ่งหมอเฉพาะทางหลายคนที่ไปหาไม่เคยบอกเรา) เดิมเราก็เวทเล่นขาประจำอยู่แล้วหลายปี ก็เลยลองเพิ่มท่าบริหารกล้ามเนื้อน่องเข้าไป จนลูกกลับจากญี่ปุ่นและรองเท้าวิ่งก็มาส่งพอดี เอาว่ะเริ่มวิ่งแม่งเลย

วันแรกลองที่ระยะ2โล ซึ่งปกติจะปวดในวันรุ่งขึ้น100% ผลคือเฮ้ยไม่ปวดว่ะ ก็ค่อยๆขยับไปเรื่อยๆเพราะกลัวเจ็บ ค่อยๆเพิ่มเป็น3-4-5-6-7โล อ้าวไม่เจ็บจริงๆ ทีนี้ใจเริ่มมา ดีใจมากกกก ก็เพิ่มเป็น10โล 12โล และล่าสุด15โล โดยที่ไม่กลับมาเจ็บอีกเลย ผมคิดว่าน่าจะวิ่งฮาฟได้นะแต่แค่ยังไม่อยากเร่งมาก ค่อยเป็นค่อยไป กลัวเจ็บ

มันเป็นอะไรที่แบบโคตรจะดีใจเลย เหมือนได้ขากลับมาใหม่ จากขาที่มีตำหนิโดนหมอเฉพาะทางกาหัวไว้ว่า "จะวิ่งไม่ได้ตลอดชีวิต!" แล้ววันนี้กลับมาวิ่งได้อีกครั้งในวัยเกือบ45 บอกไม่ถูกว่าดีใจขนาดไหน แต่เอาเป็นว่ามันรู้สึกดีกว่าตอนได้ออกรถใหม่ที่ชอบแบบเทียบกันไม่ติดเลย และผมก็เห่อขาคู่ใหม่มาก ตื่นมาวิ่งแม่งเกือบทุกวัน ยืนพื้นวันละ5โล แล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปคือรู้สึกว่าตลอดชีวิต"วันนี้ตอนนี้ ตอนที่อายุจะ45แก่สุดตั้งแต่เกิดมา แต่มันคือช่วงเวลาที่เราแข็งแรงที่สุดในชีวิต" ปอดและหัวใจมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก วิ่งไป15โล ชั่วโมงครึ่งแบบไม่หยุดก็ไม่ถึงกับเหนื่อยหอบ และปกติทุกอาทิตย์ผมจะว่ายน้ำในสระ1กิโล เดิมจะต้องหยุดพักหายใจทุก80-100เมตร เพราะเหนื่อยมากใจเต้นเร็ว แต่ล่าสุดสองครั้งที่ผ่านมา ผมว่ายแม่งรวดเดียวเลย1กิโล ประมาณ30นาทีแบบไม่หยุดพัก พอครบก็แปลกใจที่ยังหายใจแบบเรื่อยๆไม่หอบเหนื่อยตัวโยหรือใจเต้นแบบแรงๆ มันเหลือเชื่อมากกับสิ่งที่ร่างกายตอบสนองกลับมา

ดังนั้นทั้งหมดผมจึงอยากบอกว่า ร่างกายเรามันโคตรมหัศจรรย์ มันพร้อมจะแข็งแรงกลับขึ้นมาได้ตลอดไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพียงแค่เราฟังมันและให้เวลากับมัน โดยผมเชื่อว่าอีก5ปี 10ปี หรือมากกว่านี้ผมจะอยากแข็งแรงขึ้นกว่าวันนี้ คำตอบตอนนี้ยังไม่มีใครรู้แต่สักวันนึงมันจะเฉลยด้วยตัวมันเอง

เหมือนที่กล่าวข้างต้น เราคือหมอที่ดีสุดสำหรับตัวเรา" อย่าไปคาดหวังกับหมอตามตำรามากนัก เพราะหมอบางคนร่างกายเค้าเองยังอ่อนแอกว่าเราอีก อย่าไปหวังพึ่งเคมีหรือยาวิเศษอะไรมาก เพราะยาที่ดีที่สุดคือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเราสร้าง และมันผ่านการพิสูจน์มาแล้วกว่าแสนๆปี ในยุคก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการแพทย์สมัยใหม่ เพราะบรรพบุรุษเราก็มีเพียงภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่พาเราส่งต่อเผ่าพันธุ์กันมาได้หลายพันชั่วรุ่นอายุคนจนถึงทุกวันนี้

แต่เราชอบมองข้ามหมอในตัวและภูมิคุ้มกันในตัวเรา แล้วไปฝากความหวังกับหมอตามตำราและเคมีสมัยใหม่ต่างๆ ทั้งที่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าการแพทย์เจริญมากขึ้น แต่ทำไมคนยิ่งป่วยและยิ่งอ่อนแอมากขึ้นตาม มะเร็งเยอะขึ้น คนรอบตัวป่วยเรื้อรังมากขึ้น หลายคนต้องกินยาไปตลอดชีวิต

หมอในตำราไม่เคยรักษาเราที่ต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วย แต่เค้าใช้วิธีที่ง่ายกว่าคือเอาเคมีไปกินทั้งๆที่เราป่วยด้วยตัวเราปากเรา แต่กลับไปแก้ที่เคมี ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้นก็รอกรอกยากันต่อไปนะ

สุดท้ายเมื่อหมอคนใดก็ตามพิพากษาว่าเราจะต้องเป็นอย่างนั้น ทำได้แค่นั้น เราก็แค่ลุกขึ้นมาขบถต่อคำตัดสินนััน แล้วรื้อสำนวนตัวเราขึ้นมาพิจารณาอีกรอบ ไม่แน่มันอาจจะมี "คดีพลิก" ก็อาจเป็นได้

เหมือนวลีที่เหล่าบิทคอยเนอร์ชอบพูดติดปากกันเสมอว่า don't trust verify.

#siamstr

เมื่อกี้ลูกมาบอก "ป๊าเงินเหลือซื้อบิทคอยหน่อยพันนึง" เราก็ดีใจที่มันรู้จักเก็บออม

สักพักนึกขึ้นได้ชิปหายวันนี้มันราคาถูกนิหว่า เราแลกมาตอนแพง งี้ขาดทุนยับเลย

เลยถามมันนึกไงมาซื้อวันนี้ มีคนบอกหรอว่าวันนี้มันถูก "ป่าว นึกอยากซื้อวันนี้เฉยๆ"

ขายก็ขายวะ end month sale 20%

#siamstr

โคตรดีเลยครับ ผมพึ่งเริ่มอ่านวันนี้ ซัดไป140หน้าเลย ปกติอ่านเล่มอื่นไม่เกิน20หน้าต้องพักง่วงนอน เล่มนี้โคตรมันส์เลยครับเพลินมาก

ถ้ามีเมียแล้วจะชินกับอะไรที่เหวี่ยง555

Replying to Avatar Pruk S.

หลายคนอาจซื้อบิตคอยน์ด้วยความหวังว่าจะขายมันได้ในราคาที่สูงกว่าในอนาคต

.

อาจมองว่ามันคือการลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบหนึ่ง หรืออาจมองว่ามันเป็นเพียง “store of value” เครื่องมือสำหรับเก็บรักษามูลค่าเท่านั้น

.

วันนี้ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นอีกความสามารถหนึ่ง "บิตคอยน์" ที่มากกว่าแค่การซื้อ-ขาย นั่นคือการเป็น “สื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ”

.

เพียงแค่คุณเริ่มต้น ด้วยการนำบิตคอยน์ของคุณออกจาก Exchange มาเก็บไว้ในกระเป๋าของคุณเอง จะเป็น Hot Wallet, Cold Wallet หรือ Hardware Wallet ก็ได้ เริ่มต้นด้วยจำนวนเล็กน้อย แค่สำหรับการทดลองก็พอ

.

จากนั้นลองทำธุรกรรมดูสักครั้ง โอนจาก Address หนึ่งไปยังอีก Address หนึ่ง จะเป็นการโอนเข้ากระเป๋าตัวเองก็ได้

.

แล้วคุณจะพบกับความอัศจรรย์!

.

การทำธุรกรรมนี้ ไม่ต้องขออนุญาตใคร

การทำธุรกรรมนี้ โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ไม่ต้องเปิดเผยให้ทั้งโลกรู้

การทำธุรกรรมนี้ เกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ไร้พรมแดน

การทำธุรกรรมนี้ สามารถข้ามโลก โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาที

การทำธุรกรรมนี้ ไม่มีวันหยุด ไม่ถูกจำกัดเวลา และไม่มีตัวกลางควบคุม

.

นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่มันคือ “เงิน” รูปแบบใหม่ที่ใช้งานได้จริง

.

"เงิน" ที่มอบอำนาจให้แก่ผู้ที่ถือครองมันได้อย่างเต็มที่

.

ผมไม่ได้อยากให้คุณเชื่อ แต่แค่อยากให้ลองด้วยตัวของคุณเอง

Don’t trust, verify

.

วันนี้คุณได้ลองทำธุรกรรมบิตคอยน์แล้วหรือยัง?

#siamstr

ใครไม่รู้จะโอนไปไหน ผมยินดีเป็นหนูทดลองโอนให้ครับ🤣

ตอกเบาๆครับ เด๋วแตก

ช่วงนี้ชิทคอยแตกกันถี่ครับ

ผู้หญิงในภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อปี 1946

เธอคนนี้คือซูซาน ชี อายุ 45 ปี มีลูกแล้ว 2 คน

ซูซานไม่เคยออกกำลังกายเลย

นอนดึก กินทุกอย่างที่อยากกิน

ดื่มเบียร์แทนน้ำเปล่า

..

ซูซานมีเคล็ดลับอะไร???

ชูชานไม่มีเคล็ดลับใดๆ

ซูซานคือผู้หญิงตรงมุมขวาบนของภาพ...

#siamstr