
หนึ่งในความรู้สึกที่ “รับได้ยาก” มากที่สุดคือความรู้สึกอับอาย
.
มัน “รับได้ยาก” จนถึงขั้นที่คนไทยเรา
พูดกันบ่อยๆเลยครับว่า
“อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี”
.
อย่างไรก็ตาม หากวันหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์คิดค้นยา
ที่สามารถกำจัดความรู้สึกอับอายให้หายไปได้ขึ้นมาล่ะก็…
.
ผมจะยังไม่แนะนำให้เราหยิบยานั้นมาทานครับ
.
เพราะความรู้สึกอับอายมีหน้าที่ที่สำคัญอยู่
.
มันช่วยให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราได้พูดหรือทำไปนั้น
มันผิดพลาดตรงไหน มันจะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้ยังไง
.
ฉะนั้น หากเราไม่สามารถรู้สึกอับอายได้
นั่นก็หมายความว่าเราไม่สามารถเรียนรู้และเติบโตได้เช่นกัน!
.
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้กำลังเสนอให้เรา “กัดฟันทน”
กับความรู้สึกอับอายโดยไม่ทำอะไรเพิ่มนะครับ
.
แบบนั้น…ก็ไม่ดีเช่นกัน
.
ถ้าเราเพียงแค่ “กัดฟันทน” อยู่กับความรู้สึกอับอายเฉยๆ
ความรู้สึกอับอายนั้นก็จะเข้มข้นอยู่ในใจเราไปเรื่อยๆ
.
เพราะการ “กัดฟันทน” เฉยๆนั้นไม่ได้ช่วยให้เราเกิดการเรียนรู้
(ว่าความรู้สึกอับอายนั้นกำลังพยายามบอกอะไรกับเราอยู่)
.
สิ่งที่ผมต้องการจะนำเสนอก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกอับอาย
เราอย่าปฏิเสธมัน อย่าวิ่งหนีจากมัน อย่า “กัดฟันทน” อยู่กับมันเฉยๆ
.
…ให้เราตั้งคำถามกับมันด้วยความอยากรู้ว่า “เธออยากจะบอกอะไรกับฉัน” แทน
.
หลังจากที่เราได้ยินคำตอบจากมัน
และตั้งใจที่จะเอาคำตอบของมันไปปฏิบัติในอนาคตแล้ว
เราก็จะพบว่า ความรู้สึกอับอายนั้น
มันจะค่อยๆลดระดับความเข้มข้นในใจเราลงโดยอัตโนมัติเลยครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.3389/fpsyg.2025.1678930
https://doi.org/10.2307/1131080
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37190524/
https://psycnet.apa.org/doi/10.1037/0022-3514.85.4.594
#จิตวิทยา #siamstr