ช่วงที่ทำงานกรมประมง 1 ปี คือช่วงที่เราเรียนรู้ทางด้านสังคม นั่งฟังปรัญชา ผลร้ายของเงินที่เสื่อมมูลค่า รวมไปถึงน่าจะเป็นผลรวมๆของการไปบ้านคุณหมอ ที่เป็นร้านขายของในระแวกของห้องเช่าของผู้คนรายได้ขั้นต่ำ มันได้เห็นสังคมที่กว้างขึ้น และสิ่งเหล่ามันทำให้มุมมองต่องานที่เราทำเปลี่ยนไป แม้เราจะสนุกกับงานสำรวจเหมือนเดิม ตื่นเต้นและดีใจที่ได้ใช้จินตนาการในการออกแบบการสำรวจ การเปลี่ยาแปลงแก้ไข วางแผน เพื่อการพบเจอสิางที่เรียกว่าสัตว์ทะเลหายาก แต่สิ่งที่เราเปลี่ยนไปคือ มุมมองต่อผู้ใช้ทรัพยากรใน layer 1 หรือง่ายๆคืออาชีพที่ใช้ทรัพยากรโดยตรงนั่นแหละ มันเหมือนเราเห็นใจเขาขึ้น เรามอง

เขาในมุมมองของการเป็นวิทยาศาสตร์พลเมือง ด้วยเหตุผล ไอ่ปรัญชาที่เงินเสื่อมมูลค่านี่แหละ มันบังคับให้เขาต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น มากขึ้น เพื่อตลอดสนองต่อเงินที่เสื่อมมูลค่าจาก money supply แต่มันก็ไม่พอ และที่สำคัญคือ มัยคือเรื่องของ skin in the game ในระดับของการมีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้คนที่มักบอกให้ผู้คนใน layer 1 เลิกประกอบอาชีพ หรือ เป็นคนไม่ดี ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่บอกเหล่านั้น คือเขาอยู่ใน layer 3 4 5 ไปแล้ว โดยที่ไม่ต้องระบผลกระทบ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราคิดอยู่ในใจว่า ทำไม คนเรานั้นสามารถบอกใฟ้คนอื่นเลิกประกอบอาชีพได้ง่ายดายแบบนั้น เพียงเพราะเขาไม่ได้มี skin in the game หรือ การอนุรักษ์ที่เขาถวิลหา ทำไมมันช่างรุนแรงแบบนั้น

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.