#siamstr เรื่องเกิดที่ห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์

ศูนย์พุทธโสธร เวลา 18 : 00 น.

“ อา….นาเชนก้า ”

“ อา….อาซาโกะ”

ผมครางขึ้นท่ามกลางความเงียบ ณ ห้องสมุดศูนย์แพทย์พุทธโสธร เพียงแต่วันนี้มันต่างออกไป ผมไม่ได้นั่งอ่านอยู่คนเดียว หากแต่ว่ามีพี่ผู้ชายใส่แว่น สวมเสื้อกาวน์สั้นสีขาว นั่งอ่านหนังสืออยู่เช่นเดียวกันกับผมอยู่ห่างออกไปอีก 2 ช่วงโต๊ะ จากการแต่งตัวและหน้าตา ผมขอตัดสินคนจากภายนอกว่านี่คงเป็นพี่ extern ( รุ่นพี่นักศึกษาแพทย์ ปีที่ 6 = extern )

“ อา… นาเชนก้า… อา…ซาโกะ ” ผมครางต่อ ลำคอผมเริ่มเจ็บ แต่ไม่ว่าพี่ข้าง ๆ เขาจะเป็นพี่ extern หรืออาจจะเป็นอาจารย์หรือไม่ พี่ extern คนนี่มีความสลักสำคัญเพียงใดต่อโลกใบนี่กันนะ ? แต่แน่นอนพี่เขาสลักสำคัญกับผม เดือนหน้าผมต้องขึ้นวอร์ดแล้ว พี่เขาจะต้องคอยสอนสิ่งต่าง ๆ ให้กับผม พี่เขายังมีความสลักสำคัญต่อผู้ป่วยมากมายในอนาคตอีกด้วย ผู้ป่วยคงจะดีใจที่รักษาหายดีจากการได้ตรวจรักษากับเขา แต่โอ้ ! นั่นคือความสลักสำคัญในด้านสถานภาพ แต่ในด้านจิตใจผมตอนนี้ พี่เขาไม่สามารถช่วยผมได้ ไม่ได้เลย ปัญหาในใจของผมมันไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรสำหรับพี่เขาด้วยซ้ำ

มันไม่สลักสำคัญมากพอที่เขาจะหันมามอง

ผมรู้ว่าผมกำลังทำผิด ผมกำลังเสียงดังในห้องสมุด ตาของผมเริ่มมองไม่ชัด น้ำตาผมไหลเอ่อออกมา พูดไม่เป็นภาษา พูดวน ๆ แต่คำว่า

“นาเชนก้า…อาซาโกะ” มันเริ่มดังขึ้น ดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่สั่นขึ้น หางตาผมสังเกตเห็นว่าพี่ extern หันมามองผมเช่นกัน โอได้โปรดเถอะพี่ extern ผู้น่าเคารพ โอได้โปรดอย่ามองผมด้วยสายตาสงสารเช่นนั้น ผมยังไม่รู้จักพี่ในตอนนี้ และเราอย่าได้รู้จักกันในครั้งแรกแบบนี้เลย พี่คงจะเรียนจริยธรรมทางการแพทย์มาก่อนผม เก็บความเห็นใจไปใช้กับผู้ป่วยเถอะครับ เลิกมองมาทางผมเสียที ผมในตอนนี้ไม่ต้องการได้รับ empathy จากใคร ความรู้สึกผม ให้ผมแบกรับมันไว้คนเดียวเถอะ ผมไม่คู่ควรกับความดีงาม ( ความเห็นใจ ) จากพี่หรอก แค่เมินเฉยผม เหมือนที่พี่เดินสวนคนที่ไม่รู้จักในทุกทุกวัน คิดเสียว่าผมเป็นคนแปลกหน้าเถอะครับ

โชคดีเหลือเกินที่คำขอของผมเป็นจริง คงมีแต่พระเจ้าที่รับไว้ พระองค์ทรงบันดาลให้เกิดขึ้นทันตา สังเกตว่าพี่ extern คงรำคาญ หรืออาจจะทำตัวไม่ถูก พี่เขาจัดเก็บหนังสือและไอแพดลงกระเป๋าสะพาย รีบหนีออกจากห้องสมุดทันที ผมคงตกเป็นเรื่องเล่าในกลุ่มเพื่อนของเขาที่ห้องพักแพทย์คืนนี้

โอ้คุณผู้อ่านที่แสนน่ารักเอ๋ย ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดให้ผมเรียกคุณด้วยคำนามว่าผู้อ่าน เพราะอ่านมาได้ถึงตรงนี้คุณคงจะเป็นนักอ่านในระดับนึง อนึ่งขออนุญาจต่อด้วยคำคุณศัพท์ว่าน่ารัก คุณคงมีจิตใจอันแสนงดงามที่อยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในจิตใจผมตอนนี้ คุณกำลังห่วงใยผม หาได้ยากนะครับคนที่ห่วงใยคนอื่น คุณเป็นคนดีแน่แน่เลย มันอาจจะเป็นสิ่งแปลกใหม่บางอย่างที่เกิดขึ้นในใจผมหรือเปล่า ความรู้สึกต่าง ๆ ของผมมันจึงท่วมท้นออกมาร้องไห้กลางห้องสมุดจนไม่เกรงใจพี่ extern คนนั้น โอ้คุณผู้อ่านที่แสนน่ารัก เพื่อตอบสนองความดีงามที่อยู่ในใจของคุณที่ห่วงใยเพื่อนมนุษย์เช่นผม ผมจะเล่าให้คุณฟังในตอนนี้เลย เรื่องมันไม่ไร้สาระหรอกครับ คุ้มค่าเสียเวลาของคุณ เรื่องที่ผมพบเจอมันเกิดขึ้นกับตัวคุณเช่นกัน แต่คุณไม่รู้ตัว ฟังผมให้ดี การฟังปัญหาของผมอาจทำให้คุณแก้ปัญหาของคุณได้ เริ่มเลยแล้วกันนะครับ วันนี้ทั้งวันผมต้องอ่านอาการวิทยา หากแต่ว่าผมต้องเรียนรู้มันถึง 4 รอบ โดยเรียงลำดับดังนี้ 1.เรียนจากศูนย์แพทย์หลัก 2.ทำสรุปของศูนย์แพทย์หลัก3. เรียนจากศูนย์แพทย์ที่ผมเรียน และ4.ทำสรุปจากเนื้อหาศูนย์แพทย์ที่ผมเรียน

ผมทำทั้งหมดนี้ตั้งแต่ 8 : 30 น. จนถึงเวลานี้ก็ 18 : 00 น. แล้วครับ หากจะคิดว่าผมเมื่อยล้าจากการอ่านเลคเชอร์แล้วจึงพร่ำพรรณาแล้วร้องไห้กลางห้องสมุด เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้นกับผมหรอกครับการอ่านหนังสือ มันเป็นข้ออ้างเพื่อที่ว่าถ้าไอ่โอ้หรือมีนเดินมาที่ห้องสมุดพอดี ผมจะได้อ้างว่าแค่เหนื่อยอ่านสอบ ผมไม่อยากเล่าเรื่องในหัวผมให้กับเขา เขาคงไม่มีเวลาว่างเพื่อรักษาใจผมขนาดนั้น ในขณะเดียวกันการอ่านสือทั้งวันก็เป็นแค่เหตุ

เหตุคือในตอนกลางวันเราตื่นมาพบความจริง เราตื่นมาเจอความรับผิดชอบ เราตื่นมาเจอสถานภาพที่เราต้องรับบทบาทไว้ คุณผู้อ่านที่น่ารักครับ เราทำงานหรือเรียนในช่วงเวลากลางวัน พอถึงช่วงเย็นคาบกลางคืน จิตใจกับสมองมันก็เหนื่อยล้าแล้วครับ สำหรับผมมันมากเกินไปแล้วครับที่จะเอางานหรือเลคเชอร์กลับมาตามอ่านที่ห้องนอน ถ้าจะอ่านต่อผมก็อ่านรอบดึกแต่ไม่อ่านที่ห้องนอนแน่ ๆ หลังจากใช้ชีวิตบนโลกแห่งความจริงมาค่อนวัน เวลาตกเย็นคาบดึกนี่แหละครับ ที่จะเป็นช่วงเวลาที่เสียงในหัวเปลี่ยนบทบาทจากที่คอยท่องเลคเชอร์ผ่านลูกตามาทั้งวัน สมองล้ามากครับ สมองจึงหันมารับฟังความรู้สึกกลั้นไว้ไม่ไหว ความรู้สึกที่กำลังเพรียกร้องจากหัวใจ ชักชวนให้คุณชวนค้นหาและสนใจมัน สมองกลับมารับฟังความรู้สึกของเราเอง ช่วงเวลาตกเย็นคาบดึกนี้เองครับ ที่เราเข้าใกล้ตัวเองมากกว่าพระเจ้าเสียอีก เราเข้าถึงตัวเราเองอย่างแท้จริง เราเข้าจิตเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง เรารับฟังตัวเองอย่างแท้จริง… โอ้กลางคืน กลางคืนที่เสียงหัวใจมันดังกว่าสมองนี้เองครับ ทำให้เราเข้าใจครับ ว่าเวลาที่เราตกหลุมรักใคร

มันจะเกิดขึ้นตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่เสียงแห่งงานเงียบลง ( เสียงแห่งความเป็นจริงของโลก ) ถูกทดแทนด้วยเสียงหัวใจ ( สิ่งที่เราอยากให้เกิดในอุดมคติ ) และเสียงหัวใจของผมมันดังมากในเย็นวันนั้น ผมถามหัวใจว่าต้องการอะไร หัวใจตอบกลับ ”ผมรักเธอคนนั้น”

ผมคงรักเธอได้แค่ตอนกลางคืน พอเช้ามาเสียงแห่งงานและความจริง ก็ดึงเธอจางหายไปจากใจของผม ( แต่ก็แค่ชั่วคราว )

ไม่สลักสำคัญว่าผมรักใคร

คุณถามตัวคุณเองเถอะ คุณผู้อ่านที่แสนน่ารักของผม

คุณผู้อ่านที่กำลังเป็นห่วงเป็นใยผม ผมขอละลาบละล้วงในความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณทีเถอะนะครับ ผมขอถามว่า

คุณกำลังคุยกับคนที่คุณชอบจริง ๆ

หรือคุณกำลังคุยกับคนที่คุณถือว่าเป็นตัวแทนคนเก่าคนโปรด

โอ้ ๆ มันคงจะกระแทกใจใครบางคนไปเล็กน้อย แต่ได้โปรด ฟังผมต่อเถอะครับ ขอดึงชายเสื้อคุณไว้ อย่าหนีผมไปไหนไกลเลย ขอพูดต่อนะครับ หากคุณไม่ใช่คนประเภทที่ถือว่าใครในความสัมพันธ์ ณ ปัจจุบัน เป็นตัวแทนคนเก่าคนโปรด ( ที่คุณไม่มีวันได้รับความรักจากเขาอีกแล้ว จึงต้องหาตัวแทน ) แล้วคุณแน่ใจในตัวเองแค่ไหน ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองคุณเป็นตัวแทนคนเก่าคนโปรดของเขา ? คุณผู้อ่านที่น่ารักของผม ? ตอบสิ ! ว่าคุณแน่ใจได้อย่างไร ?

โอ้ดาวบนฟ้าเหนือศูนย์แพทย์พุทธโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่พร่างพราวเหมือนชมดาว ณ ก้ำกึ่ง คำถามที่ผมถามคุณผู้อ่านเมื่อครู่ คุณยังไม่ตอบผมก็ได้ ผมขอพักไว้ก่อน เก็บไว้ตรงนั้น แล้วค่อยเปิดออกมา ตอนนี้ผมปาดน้ำตา เดินออกมาที่ริมน้ำหน้าโรงพยาบาล ตอนนี้ผมกล้าพูดมากเลยว่าผมเป็นนักศึกษาแพทย์ริมน้ำแล้วนะ หากแต่ว่าเป็นแม่น้ำบางปะกง อา…เอาเถอะ ดาวบนฟ้าแม้มีน้อยไม่ค่อยชัดหากมองจากแปดริ้ว แต่ดวงดาวย่อมโผล่มาตอนกลางคืน ช่วงที่เรารับฟังเสียงหัวใจเราได้ชัดที่สุด ดวงดาวนี้อยู่เป็นเพื่อนผม ผมหวังว่ามันคงจะได้ยินเสียงหัวใจของผมด้วย ถ้าเอา steth มาฟัง คุณไม่ได้ยินว่า “lub dub” หรอกครับ แต่มันคงจะเป็นเสียง murmur ว่า “รัก…คุณ” “รัก…คุณ” ยิ่งดึกดาวยิ่งสว่าง ยิ่งทำให้คำว่ารักมันชัดเจนมากขึ้นจริง ๆ ด้วย

ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่น่ารักต้องเคยเจอคนคุยที่ไม่ฟูล ( แต่หน้าตาดี ) เข้ามาในชีวิตบ้างแหละครับ ถ้าถามว่าไม่ฟูลยังไง ก็คือเขาคุยกับคุณ จนคุณแน่ใจว่าคิดคิดไป ที่เธอคิดฉันคิดคิดว่าใจเราตรงกัน คิดแค่ไหนฉันว่าคงจะไม่ต่าง Baby let’s me know now ว่าใจเราไม่ต่างกัน คุณชอบเขา ! เขาชอบคุณ ! เวลาแห่งการได้คบใกล้มาถึง ! แล้วก็ บู๊ม !!!

เขาเลือกกลับไปหาคนเก่า

เรื่องราวของคนคุยคนนี้ก็ได้ตกเป็นท้อปปิคเมาท์ประจำเพื่อนคุณไปสักระยะนึง แน่นอนว่าคุณจะโดนล้อด้วย ฮ่า ๆ ผมคิดว่าคนคุยของคุณก็คงรู้ตัวจริง ๆ ว่ารักคนเก่ามากกว่าคุณ ก็ตอนที่เสียงของหัวใจมันชัดในตอนกลางคืนนี่แหละครับ

คนรักเก่าที่ฝังใจ การหนีคนคุยปัจจุบันเพื่อกลับไปคบกับแฟนเก่า หรือแม้แต่ลุงๆป้าๆที่แต่งงานแล้ว ก็ยังมีให้พบว่านอกใจไปหาคนเก่าอยู่ ฉะนั้น เรื่องอุบาทว์พรรค์นี้ มันไม่ได้เพิ่งมามี แต่มันมีมานานแล้ว ผมสามารถที่จะอธิบายได้ว่าเพราะอะไรทำไมมนุษย์จึงเหนี่ยวรั้งกับคนเก่ามากนัก คุณผู้ฟังที่แสนน่ารักครับ ความน่ารักของคุณมีมากจริง ๆ นะครับ คุณผู้อ่านที่น่ารักครับ เพราะคุณเป็นห่วงเป็นใยผม ความดีงามของคุณกำลังจะถูกตอบแทน ตอนนี้คุณกำลังจะได้คำตอบแล้วนะครับ ใจความมีอยู่ว่า ทุกวันนี้เราได้รับข้อมูลมาก ทำให้เราตัดสินใจสร้างสเปคคนรักในฝัน ( ช่วงกลางคืน ) เราเพ้อฝันในอุดมคติ เราเพ้อฝันในการมูขอแฟน เราเพ้อฝันในดินแดนอุดมคติของเราว่าเราต้องมีแฟนที่ทรีตเราอย่างดี หน้าตาดี มีความสุข เป็นคนที่ไม่ทำเราเสียใจ เป็นคนที่คบเป็นแฟนแล้วใคร ๆ ต่างอิจฉา เป็นคนที่เราอวดเพื่อนได้อย่างภาคภูมิ จริง ๆ แล้วอวดในความนิสัยดีในอุดมคติ เพื่อนคุณก็อิจฉามากกว่าการได้คนหน้าตาดีเป็นแฟนแล้วครับ บางทีคนหน้าตาดีก็ดูไม่ norm และไม่ฟูล ฮ่าๆ แต่ดินแดนอุดมคตินี้ ช่วงเวลาที่เรามีความสุขกับฝันเหล่านี้ ช่างแสนสั้น ( ช่วงเวลาที่เสียงหัวใจดังกว่าเสียงงานในตอนกลางคืน ) แปปเดียวเราก็เดินไปที่เตียง ล้มตัวลงนอน คุณอาจจะฝันอย่างมีความสุขต่อก็ได้ถ้าหากว่าคืนนั้นคุณฝันดี แต่เช้ามา ช่วงเวลากลางวันมาถึง เสียงของงานดังกว่าหัวใจมันก็ลากคุณกลับเข้าความเป็นจริงอยู่ดี แต่โอ้ ! คุณผู้อ่านที่รัก หากคุณได้ยินสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้คุณคงจะรับไว้ไม่ไหว ใจคุณบอบบางเกินไป ผมขออนุญาตจูบลงบนที่มือของคุณ เพื่อเป็นการแน่ใจว่าต่อให้คุณจะรู้สึกจุกทางใจแค่ไหนผมก็ยังอยู่ข้างคุณไม่ว่าคุณรู้สึกอย่างไร ผมหวังดีให้คุณได้ฟังมัน ฟังผมต่อให้ดีเถอะครับ คุณอาจอยู่คนเดียวมานานหรืออาจมีความสัมพันธ์ครั้งเก่าที่ดูแย่ แต่บางช่วงเวลาของชีวิต พระเจ้าก็ดันเกิดใจดีกับคุณขึ้นมา ไม่รู้สาเหตุหรอก คงมีแต่พระองค์ที่รู้ พระองค์ทรงเปิดดินแดนแห่งความฝันและดินแดนแห่งความเป็นจริงของคุณมาบรรจบกัน ทำให้คุณพบเจอกับคนรัก ( ที่จะกลายเป็นคนเก่า ) แต่ก่อนที่เขาคนนั้นจะกลายเป็นคนเก่า โอ้คุณผู้อ่านเอ๋ย ทั้งผมและพวกคุณ พวกเราช่างน่าสงสารเหลือเกิน เรื่องราวความรักที่คุณฝันในอุดมคติ เรื่องราวความรักที่คุณเคยสัมผัสในความฝันยามนิทรา ได้เกิดขึ้นบนโลกความเป็นจริงแล้ว ( กลางวัน ) คุณมีความสุขแม้จะต้องตื่นมาทำงานและเจอกับความจริงที่ว่าคุณมีคนรักที่ตามหาจนเจอ คุณมีความรักที่คุณเฝ้าฝันหามันมาตลอด คุณอยากได้มันมาตลอด มันเกิดขึ้นจริงแล้ว หัวใจคุณได้รับการตอบกลับทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ใจอันว่างเปล่าถูกเติมเต็มเสียที คุณ On top of the world แต่อาจจะด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้คุณกับเขาต้องเลิกรา ผมอนุญาตให้คุณเศร้าเต็มที่เลยนะครับ ผมจะไม่พูดว่าอย่าเศร้าไปเลย คุณต้องเศร้า คุณจะเศร้า จนกว่าคุณจะเหนื่อยที่เศร้า แต่คุณผู้อ่านครับ ใจที่ถูกเติมเต็มในคราวนั้น มันถูกเติมเต็มไปเพราะเขาแล้วนะครับ นึกมองย้อนไปก็มีความสุขมาก ( โดยเฉพาะหากคุณพบความสัมพันธ์ที่ดีมาก ๆ ) จนถึงว่าแม้ความสัมพันธ์จบไป คุณก็ยังอยากมีความรู้สึกที่ได้รักเขาอยู่ ไม่อยากให้ความรู้สึกนี่หายไป ผมจึงถามไงครับ ว่าหลังจากเลิกเราจากเขาไป คนคุยของคุณตอนนี้ คุณกำลังยึดถือมาเป็นตัวแทนหรือเปล่า ถ้าคนเก่าคุณกลับมา คุณจะกล้าทิ้งคุณที่กำลังคบตอนนี้หรือไม่ ?

การกลับไปหาคนเก่ายังแสดงออกมาในรูปแบบภาพยนตร์และวรรณกรรมอีกด้วย

โอ้…นาเชนก้า ที่ผมครางออกมาในตอนแรก ก็เป็น 1 ในตัวละครในวรรณกรรมคลาสสิครัสเซียนั่นแหละ ผมอยากให้ทนอ่านเรื่องย่อสักเล็กน้อย เรื่องสั้นครับวางใจได้ จบใน 1 ย่อหน้า เริ่มที่พระเอกพบกับนาเชนก้าที่สันเขื่อนในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเปิร์ก นาเชนก้ายังคงคิดถึงคนรักเก่า แต่คนรักเก่าไม่กลับมาสักทีทั้งที่สัญญากันไว้ว่าจะกลับมา พระเอกจึงตัดสินใจสารภาพรักกับนาเชนก้า นาเชนก้าตกลงปลงใจที่จะคบหากับพระเอกในคืนนั้น แต่แล้วขากลับจากสันเขื่อนในคืนเดียวกัน พวกเขาเดินสวนกับคนรักเก่าของนาเชนก้าพอดี ( เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ) นาเชนก้าจึงทิ้งพระเอกไว้ตรงนั้น แล้วกลับไปหาคนเก่า พร้อมจัดงานแต่งงานทันที

อาซาโกะก็เช่นกัน มาจากเรื่อง Asako I and II ( 2018 ) หนังเข้าชิงเทศกาลหนังเมืองคานส์ พล็อตคล้าย ๆ กัน อาซาโกะกลับไปหาคนเก่า ทันทีที่คนเก่ากลับมาโผล่ต่อหน้าทั้งที่ตอนนั้นอาซาโกะมีแฟนอยู่แล้ว ( คนเก่าของอาซาโกะโผล่มาตอนกลางคืน ) หลังจากหายไปนานนับปี

ดังนั้น คำถามที่ผมยกขึ้นมาในตอนกลางบทความ มันจึงเป็นการตั้งคำถามที่ผิด แม้ตั้งคำถามผิดแต่มันไม่ไร้ประโยชน์ ตัวคำถามมัน reflect ว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณผู้ที่กำลังอ่านอันแสนน่ารักของผมนั้นเป็นอย่างไร เมื่อคุณคิดได้แล้ว คุณย่อมตัดสินใจทิศทางความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มันดีขึ้น

แต่โอ้ ! เรื่องใดที่ทำให้ใจผมขุ่นมัวไปด้วยความเศร้าจนร้องไห้ออกมากลางห้องสมุด ! มิใช่ว่าผมคิดถึงคนรักเก่า หรือผมตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่โดนทิ้งแล้วอีกฝ่ายกลับไปหาคนเก่าของเขาต่อหน้าต่อตาหรอกนะครับ หากแต่ว่าความทุกข์ที่อยู่ในใจผมตอนนี่ คือการตั้งคำถามที่ผิด ๆ กับพวกคุณนี่แหละครับ ! เพราะพวกคุณทั้งหมดแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังใช้อดีตเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง ! คุณผู้อ่านที่แสนน่ารักครับ ผมขอจูบลงบนหลังมือของคุณ พร้อมบีบมือเพื่อเตือนสติพวกคุณ อดีตเกิดขึ้นไปแล้ว ความรักความดีงามดังคนเก่าเกิดขึ้นไปแล้ว แต่คุณผู้อ่านที่แสนน่ารักครับ เรื่องราวความดีงามที่ความฝันและความเป็นจริงมาบรรจบกันมันยากที่จะลบเลือนจากใจจริง ๆ แต่โอ้ ! อดีตเกิดขึ้นแล้ว คุณจะให้อดีตเป็นเครื่องพันธนาการหรือบทเรียนล่ะครับ ?

ถ้าทำใจกับการมูฟออนคนรักเก่าไม่ได้

ก็อย่าพาลหาตัวแทน

คุณผู้อ่านอันน่ารักของผม พวกคุณคงเห็นภาพชัดแล้วว่าปัญหามิใช่ว่าเราคิดถึงคนรักเก่าเพียงใด แต่ปัญหาคือเราให้อดีตมาเป็นเครื่องพันธนาการ เหนี่ยวรั้งเราไว้เพื่อไม่ให้พบสิ่งที่ดีกว่า เพราะผมกับคุณ พวกเรานั้นน่าสงสาร หน้ามืดตาบอดเชื่อไปหมดว่าสิ่งที่เคยพบเจอนั้นดีที่สุด ฝังความคิดผิด ๆ ลงบนหัวตัวเองว่าคงไม่เจอความดีงามเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว ตื่นมาก็คิดถึงเขา กินข้าวก็คิดถึงเขา ไปมุมเดิม ๆ ที่เคยเดินด้วยกันยิ่งตอกย้ำความคิดถึงไปอีก ความคิดถึงของคุณมันจะอุบาทว์กว่าเดิมหากว่าคนรักเก่าของคุณคือคนใกล้ตัว ลองคิดดูสิครับ หากคน คนที่เคยมีใจกันอยู่ เปลี่ยนไปเป็นไม่มีเยื่อใยต่อกัน อยากลืม ลืมทุกสิ่ง ลบล้างเรื่องวันวาน หากเราไม่พบกัน คงลืมกันได้ หนักใจตรงที่ความจำเป็นบางอย่าง กดดัน พาให้เราเจอกันต่อไป มาเป็นเพลงเลยครับคุณผู้อ่านอันเศร้าหมองของผมแต่ก็ยังน่ารัก ผมขอจูบลงบนมือคุณครั้งที่ 3 เพื่อเน้นย้ำให้คุณจำคำผมไว้ให้ดี ตอนคุณโสดชีวิตของคุณสงบสุขในความฝันตอนกลางคืนมาตลอดแต่พอมีคนรักเข้ามาแล้วเขาจากไป คุณกลับมาอยู่คนเดียวเช่นเดิมแต่กลับมีความทุกข์โทมนัสทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่มีเป้าหมายว่าต้องทนพยายามมูฟออนไปอีกนานแค่ไหน ต้องคิดถึงเขาไปอีกนานแค่ไหน ต้องโหยหาสิ่งที่เคยมีถึงเมื่อใด โอ้คุณผู้อ่านที่แสนใจร้าย ! คุณก็รู้ตัวเองไม่ใช่หรือ ? ว่าการมูฟออนจากคนรักเก่าที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามในชีวิตอันเลวทรามของคุณมันยากเพียงไหน ?! แต่ทำไม ทำไมล่ะ โอ…นาเชนก้า… โอ…อาซาโกะ… ทำไมพวกเธอจึงตัดสินใจสร้างบาดแผลลึกให้กับคนอื่น ไม่ใช่แค่รอยแผลที่ลึกแต่คุณยังสาดแอลกอฮอลลงไปบนแผลนั่นอีก… ทำไมจึงตัดสินใจสร้างบาดแผลให้กับคนที่เต็มใจจะรักคุณทั้งหัวใจ… ทำไมล่ะนาเชนก้า… ทำไมล่ะอาซาโกะ… พวกคุณกำลังบิดเบือนภวะของคนคนหนึ่ง พวกคุณกำลังทำลายความเชื่อใจของคนที่เป็นตัวแทนความดีงามของโลกใบนี้ซึ่งเพียบพร้อมจะรักคุณ หากแต่ว่าความดีงามนั้นไม่ได้เกิดจากคนรักเก่าของคุณงั้นหรือ ? คุณจึงบดขยี้มันอย่างไร้ความเมตตา… คุณสนใจแต่โลกของตัวเองจนลืมโลกของคนที่รักคุณ ! ผมขอบีบมือคุณแต่จะไม่จูบลงบนหลังมือคุณอีกแล้ว ! ฟังนะ ในโลกของคนที่รักคุณไม่มีอะไรไปมากกว่าสิ่งที่เขาเห็นท่าทีของคุณ ว่าคุณรักเขามากแค่ไหน ! คุยกันมาขนาดนี้ กินข้าวด้วยกัน เดทด้วยกัน โอ้ยยยยยยย อย่าให้พูดเลย คุณนอนกับเขาด้วยซ้ำ !!!! เขาก็คิดว่าคุณชอบพอกันกับเขานั่นแหละ ! จึงได้ตกลงปลงใจที่จะเป็นคนคุยกันต่อในความสัมพันธ์นี้ โอ้คุณผู้อ่านที่น่ารักแต่ใจคุณแม่งใจร้ายชิบหาย ! คุณ ! คุณที่เป็นตัวแทนของฝันกลางคืนของเขา คุณคือตัวแทนที่ทำให้เขาคิดว่าพระเจ้าตอบรับคำขอของเขาที่เขาเฝ้าอธิษฐานขอให้มีความรักเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่ามาโดยตลอด คุณคือคนที่ทำให้กลางคืนของเขามาบรรจบกับกลางวัน ! แต่คุณกลับทิ้งเขาไปเพราะคนรักเก่าของคุณกลับมา !!? อีเหี้ย อีสันดาน อีหน้าด้าน ! มึงฟังคำกูไว้นะ ไม่มีอะไรที่เหี้ยไปกว่าการทำลายความเชื่อมั่นของคนคนหนึ่ง ! ท่ามกลางภวะความคิดของคนที่มึงใช้เขาเป็นตัวแทนคนเก่า ไม่ได้มีแค่เรื่องดาดๆเสี่ยวๆว่าเขารักมึง แต่มันลึกกว่านั้น ! เขาเชื่อว่าความพยายามและ(วงตัวแดง) การใช้เวลากับมึงเนี่ย มันจะทำให้เขาได้คบกับมึงเว้ย มันมีความพยายามและความคิดถึงของเขาในวันต่อวันตั้งแต่รู้จักกับมึงแอบแฝงไว้อยู่ ! เขาเชื่อว่าทำดีต้องได้ดี แต่นั่นแหละ ! สุดท้ายมึงกลับไปหาคนเก่า ! มึงลองคิดสิ ! ว่าในใจของคนที่ถูกทิ้งในรูปแบบนี้มันจะมีปัญญาที่จะกล้ารักใครคนอื่นอีก ? ทำดีไม่ได้ดี เขาจะทำดีไปทำไม ? ความดีงามในตัวเขาหายไปเพราะคุณ ! ตั้งใจรักไป ถึงจะได้รับความรักกลับมา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะโดนทิ้งแบบหน้าด้าน ๆ ? เกิดคำถามในใจว่าที่ผ่านมาคืออะไร ความพึงพอใจในตัวเองถูกบดขยี้ไม่มีชิ้นดี การกลับไปหาคนเก่าทั้งที่มีคนปัจจุบันอยู่แม่งเป็นการทำลายความเชื่อใจ ทำลายชีวิตของใครบางคนไป เขาอาจจะต้องแบกรับบาดแผลนี้ไปตลอดชีวิตเสียด้วยซ้ำ !! ฟังก์ชั่นความรักของคนที่มีความดีงามแม่งเสียไป ปัญหาแม่งเกิดจากคุณไม่มีปัญญารับผิดชอบหัวใจตัวเองให้มันเสร็จก่อนขึ้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ !

ยืดตรง ! อกผาย ! ไหล่ผึ่ง ! ยืดรับปัญหาซะ !

ยกอก !! ปึ้บปึ้บ !! ( หันคอตวัดกลับ ) นี่คือประโยคคำสั่งคลาสสิคตอนเรียนรอดอ ความหมายแฝงมันเป็นแบบนี้ครับ โอ้ คุณคงจะตกใจสินะที่ผมหลุดคำหยาบออกมา ผมขอโทษนะครับ ผมไม่น่าหยาบคายกับคุณเลย ขอโทษที่ทำให้กลัวจริง ๆ ครับ ให้ผมจูบคุณแทนคำขอโทษนะคุณผู้อ่านอันแสนน่ารักของผม กล้าดียังไงถึงจูบฉัน ! คุณคิดแบบนี้สินะ ใช่ครับ ปัญหาไม่มีทางแก้ไขได้ หากคุณไม่กล้าที่จะมองปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ความโหยหาอดีตกำลังฆ่าคุณให้ตาย และการมูฟออนไม่ได้นั้นกำลังทำให้คุณตายอย่างช้า ๆ เป็นผีดิบไร้จิตวิญญาณใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน คุณผู้อ่านครับ คุณเศร้าโศกขนาดนี้ แต่ทำไมโลกใบนี้ไม่อนุญาตให้คุณเสียใจเลย… มนุษย์เรามีความสามารถในการใช้ชีวิตดีกว่าที่เราคิดนะครับ อารมณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมีความสุขหรือทุกข์ใจ ทุกอารมณ์มีเพื่อปกป้องตัวเราเอง แต่เมื่อคุณเศร้า เพื่อนคุณกลับบอกว่าไม่เป็นไรนะมึง มันเป็นครับ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณแน่นอนคุณถึงเสียใจนานนับปีขนาดนี้ หากแต่ว่ามันไม่เป็นไรสำหรับเพื่อนของคุณเพราะเพื่อนของคุณไม่ได้สวมรองเท้าเดียวกันกับคุณ ถึงคำปลอบใจจะดูไม่ดี แต่เพื่อนคุณหวังดีครับผมเข้าใจดี และคุณก็เข้าใจมากเสียด้วยว่าเพื่อนคุณหวังดี แต่ลึก ๆ แล้วสมองคุณไม่รู้หรอกนะครับ พอได้ยินว่าไม่เป็นไร คุณก็จะเก็บเรื่องนั้นไว้พักนึงโดยอัติโนมัติ แต่เมื่อช่วงเวลากลางคืนมาถึง เสียงหัวใจของคุณกลับมาดังขึ้น ความโหยหาของคุณก็กลับมา คุณยังคงโหยหาต่อไปอย่างไร้จุดหมาย พยายามปลอบใจด้วยคำอันแสนวิเศษว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แต่ก็ช่วยได้ชั่วคราว

ความโหยหาคนรักเก่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณเศร้า แต่สิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจยิ่งกว่าคือคุณปฏิเสธตัวเองว่าไม่อยากทุกข์ แต่ผมจะบอกให้คุณกางความทุกข์ออกมา จงโหยหา โหยหาให้มากเท่าที่คุณต้องการ นี่คือการเผชิญความกล้าอย่างแท้จริง ยอมรับตัวเองซะว่าคิดถึง ยอมรับตัวเองซะว่าทุกข์ใจแค่ไหนที่ตั้งแต่เลิกราไปยังคิดถึงแต่เขา อาการคุณหนักถึงขนาดที่ว่าเพื่อนที่คณะยังทักว่าคุณซูบลง คุณรู้ตัวเองดีว่าคุณไม่กินลง ยิ้มน้อยลง แต่ ฟังให้ดี

ไม่ผิดเลยที่คุณจะมีความทุกข์ ในพื้นที่ตรงนี้ ผมอนุญาตให้คุณยอมรับตัวเองว่าทุกข์ ทุกคนจะรีบปัดความทุกข์ของคุณ แต่ผมจะให้เวลาคุณเสียใจอยู่กับผมและผมให้เกียรติความทุกข์ทนในใจที่คุณพบเจอมา ถ้ามันหนักจนอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย จำไว้เถอะว่าน้ำตามีเพื่อปลดปล่อยทุกข์ และสุดท้ายน้ำตานั้นจะแห้งเหือดหายไป ไม่ว่าคุณรู้สึกอย่างไร ผมอยู่ข้างคุณ

มันจะเจ็บมาก เจ็บมากเมื่อคุณยอมรับว่าตัวเองเสียใจ และจะยิ่งเจ็บมากเนื่องจากคุณปฏิเสธความทุกข์มานาน ยิ่งนานก็เหมือนคุณกำลังเหยียบคันเร่ง อัตราเร่งคุณเร่งไปเรื่อย ๆ ปฏิเสธความทุกข์มานานเท่าไหร่ความเร่งก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งคุณกล้าที่จะดริฟเข้าไปหากำแพงที่ชื่อความจริง ชนมันตรง ๆ ยอมรับมันตรงๆ คุณจะร้องไห้ผสมกับสำลักน้ำตาด้วยความเจ็บที่คุณหลีกหนีมาโดยตลอด เมื่อรถแห่งความโหยหาชนเข้ากำแพง รถของคุณก็จะถูกบังคับให้หยุดลงไปเอง รถยนต์แห่งความโหยหาของคุณจะถูกหยุดลงที่กำแพงนั้น กระจกแตก กันชนพัง แต่คุณไม่ต้องขับรถนั้นอีกต่อไปแล้ว คุณออกมาก้าวเดินต่อด้วยตัวเอง คุณจะพบว่าความโหยหาไม่ได้หายไปเพราะคุณเลือกที่จะเหยียบเบรกด้วยตัวเอง ความโหยหาไม่ได้หายไปคำพูดแบบว่ามูฟออนเถอะมึง ความโหยหาไม่ได้หายไปจากการวิ่งเข้าใส่ความสัมพันธ์ใหม่ทันทีหลังจากเลิกรา ความโหยหาไม่ได้หายไปจากการคิดหาเหตุผลในเรื่องที่ไม่มีเหตุผลแต่แรกว่าทำไมเขาถึงจากไป คุณไม่ต้องทำอะไรกับความคิดถึงความโหยหา คุณไม่ต้องบอกตัวเองว่าจะเลิกคิดถึงเขา การมูฟออนไม่ใช่เรื่องที่คุณเลือกความคิดตัวเองได้ว่าจะต้องคิดอย่างไรถึงจะมูฟออนได้ จนกว่าคุณจะวิ่งเข้าหาความจริง คุณจะถูกความจริงบีบบังคับให้คุณมูฟออนได้โดยปริยาย ความโหยหาของคุณหายไปเพราะคุณถูกบังคับให้ชนกำแพงความจริงจนรถของคุณพังจนขับต่อไม่ได้อีกแล้ว รถยนต์แห่งความโหยหาอดีตจะจบอยู่แค่ตรงนั้น จงยืดตัวตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง จงกล้า จนชนมัน จงเจ็บและยอมรับมัน รับผิดชอบตัวเอง นี่คือกลไกที่แท้จริงของการมูฟออน

ผมว่าคุณผู้อ่านที่แสนน่ารักก็คงใจชื้นขึ้นมาอยู่บ้าง หลังจากที่ผมบอกว่าผมให้เกียรติความทุกข์ของคุณ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าเพียงแค่เราใจกล้าที่จะชนปัญหามากกว่านี้ กล้าที่จะชนมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บในความสัมพันธ์เพราะอีกฝ่ายลืมคนรักเก่าไม่ได้ ก็คงไม่มี พวกเขาเหล่านั้นมีคนเดียวบนโลก และเขาไม่สมควรถูกแทนที่ใครในความคิดอีกฝ่าย พวกเขาควรเกิดมาที่จะได้รับความรักบริสุทธิ์ พวกเขาเหล่านั้นไม่สมควรเลยที่จะต้องใช้ชีวิตภายใต้การแบกรับความทุกข์ที่เกิดจากความไม่รับผิดชอบสภาพจิตใจของคนที่โหยหาคนเก่า

ขอให้คุณเจอกับความรัก ที่คุณไม่ได้ให้เขาแทนที่ใคร ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้ใช้คุณแทนที่ใครอีกคนเช่นกัน

อ่านจนจบเลยนะครับ คุณน่ารักกับผมขนาดนี้ ขอให้โลกน่ารักกับคุณบ้าง อย่าลืมยืดตัวตรง ขอบคุณครับ ผมรักคุณนะ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ขอบคุณ zap มากๆเบยครับ nostr:npub1dp4gc3vcww4ln2gr3wspwz4nhusar92dzwu52ncuc7y808l5vfassxvwmh