
เวลาที่เราเดินเข้าไปในร้านหนังสือ
หนังสือหมวดหนึ่งที่ขายดีสุดๆคือหนังสือหมวด self-help
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง self-help ในด้านจิตวิทยา
.
คำถามสำคัญก็คือ
หนังสือที่ขายดีเหล่านี้มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน?
.
ผลการศึกษาที่มีอยู่…ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่เลยครับ
.
นักวิจัยพบว่า เทคนิคหรือวิธีการส่วนใหญ่
ที่หนังสือเหล่านี้แนะนำกับผู้อ่าน (ราวๆ 52%)
เป็นเทคนิคหรือวิธีการไม่มีหลักฐานหรืองานวิจัยรองรับ
.
นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบอีกด้วยว่า
ทางออกที่หนังสือส่วนใหญ่นำเสนอ (ราวๆ 66%)
เป็นทางออกที่ช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกดีเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ
แต่พอมองกันในระยะยาวแล้ว
ทางออกเหล่านี้มันไม่ได้ “ตอบโจทย์” ขนาดนั้น
.
และหากเรามองดูการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราจริงๆ
สิ่งที่เราจะพบก็คือ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
มักจะไม่ได้เกิดจากการที่เราอ่านหนังสือ self-help
ตั้งใจที่จะเอาแนวทางที่อยู่ใน self-help นั้นไปปฏิบัติ
และลงมือปฏิบัติจนชีวิตเราเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
.
ความเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรานั้น
มักจะเกิดขึ้นแบบ “ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย” เสียมากกว่า
.
กล่าวคือ เรากำลังใช้ชีวิตของเราตามปกติ
และอยู่ดีๆ มันก็มีอะไรบางอย่างมาสะกิดใจเราอย่างแรง
จนทำให้เราเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
วันนี้ เราเข้าไปในทำงานใน office ตามปกติ
และหลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว
เราก็เดินทางไปร่วมงานศพของคุณพ่อเจ้านาย
.
และในระหว่างที่เรากำลังนั่งอยู่ในงานศพนั้น
อยู่ดีๆ ในใจของเราก็ปิ๊งขึ้นมาว่า
“เฮ้ย! ชีวิตคนเรามันสั้นนะ!”
.
ส่งผลให้เราตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนสนิท
(หลังจากที่กลับจากงานศพ)
และบอกกับเพื่อนคนนั้นว่า
“ฉันแอบชอบเธอมาหลายปีแล้วนะ
แต่ที่ผ่านมา ฉันไม่เคยกล้าบอกเธอเลย”
.
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์
ระหว่างเรากับเพื่อนสนิท (ในฐานะแฟน)
จนในที่สุด เราก็แต่งงานกับเพื่อนสนิทคนนั้น
และมีลูกด้วยกัน 2 คนในเวลาต่อมา
.
เป็นต้น
.
ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้
มันเหมือนผมกำลังพยายามจะบอกว่า
เราควรจะเลิกอ่านหนังสือ self-help เหล่านี้เลยนะครับ
.
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เจตนาของผมครับ
.
จริงอยู่ครับว่า เทคนิคหรือวิธีการที่ถูกนำเสนอ
ในหนังสือ self-help จำนวนมาก
อาจจะเป็นวิธีการที่ “ไม่ได้ผล”
หรือ “เน้นความรู้สึกดีๆระยะสั้นเพียงอย่างเดียว”
.
แต่หลายคนก็พบว่า
ในระหว่างที่พวกเขาอ่านหนังสือ self-help เหล่านี้
พวกเขาก็ไปเจอกับบางประโยคในหนังสือ
ที่สะกิดใจพวกเขาอย่างแรง
ส่งผลให้พวกเขาเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
แบบ “พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ” ในเวลาต่อมา
.
หรือสำหรับหลายๆคน
แม้พวกเขาจะไม่เคยเจอกับ “ประโยคสะกิดใจ”
ในการอ่านหนังสือ self-help
แต่สิ่งที่พวกเขาได้อ่านมันก็ได้ตกผลึกอยู่ในใจพวกเขา
(โดยที่พวกเขาเองก็อาจจะไม่รู้ตัว)
จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาก็ไปเจอกับเหตุการณ์บางอย่าง
ที่สะกิดใจพวกเขาอย่างแรงขึ้นมา
ทำให้พวกเขานึกถึงสิ่งที่เคยอ่านในหนังสือ self-help
และนำมาสู่การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงชีวิต
แบบ “พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ” ในเวลาต่อมา
.
ดังนั้น หนังสือ self-help จึงมีประโยชน์อยู่เหมือนกันครับ
เพียงแต่ว่า มันอาจจะไม่ได้มีประโยชน์
ในลักษณะที่หลายๆคนคิดเท่านั้นเองครับ
.
อ้างอิง
https://psycnet.apa.org/buy/2008-14602-009
https://doi.org/10.1111/nyas.12360
Camus, A. (2000). The myth of Sisyphus (J. O’Brien, Trans.). Penguin Classics.
#จิตวิทยา #siamstr