
เวลาที่หลายคนมีความรัก
พวกเขาคาดหวังให้อีกฝ่าย “ทุ่มเท”
ให้กับความรักนี้ในระดับที่เท่ากันกับตัวพวกเขาเอง
.
มันเป็นความคาดหวังที่ไม่น่าแปลกใจนะครับ
.
เพราะโดยทั่วไปแล้ว
เราคงไม่อยากเป็น “เดอะแบก”
ที่คอยให้ๆๆ (ส่วนแฟนก็คอยรับๆๆ)
อยู่ฝ่ายเดียวในความสัมพันธ์เท่าไหร่นัก
.
แต่ต่อให้เราไม่ใช่ “เดอะแบก” ในความสัมพันธ์
การคาดหวังให้อีกฝ่าย “ทุ่มเท” ในระดับที่พอๆกับเรานั้น
ก็ยังสามารถสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นได้…
.
…หากเรา “ล็อกเป้า” ไว้ในใจอย่างเหนียวแน่นว่า
เราอยากจะเห็นพฤติกรรมอะไรจากอีกฝ่ายบ้าง
.
เพราะมันอาจทำให้เรามองข้ามความ “ทุ่มเท” อื่นๆของอีกฝ่าย
(ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เรา “ล็อกเป้า” ไว้ในใจว่าอยากจะเห็น) ได้
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
เราเคยเสนอตัวว่าจะช่วยแฟนทำงาน
เพราะตอนนั้นเราเห็นว่าแฟนกำลังป่วย
.
ฉะนั้น พอเรากำลังป่วย เราก็คาดหวัง
อยากให้แฟนเสนอตัวช่วยเราทำงานบ้าง
และพอแฟนไม่ได้ทำเช่นนั้น
มันก็ทำให้เรารู้สึกผิดหวังในตัวแฟน
.
มันทำให้เรามองว่าตัวเองเป็น “เดอะแบก”
ที่ “ทุ่มเท” ให้กับแฟนมากกว่าที่แฟน “ทุ่มเท” ให้กับเรา
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรามองข้ามไปก็คือ…
.
แม้แฟนจะไม่ได้ช่วยเราทำงานในวันนั้น
แต่แฟนรับผิดชอบงานบ้าน
และการดูแลลูกในช่วงที่เรากำลังป่วยทั้งหมด
(ซึ่งปกติแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นความรับผิดชอบ
ร่วมกันระหว่างเรากับแฟนมาโดยตลอด)
.
เป็นต้น
.
แน่นอนครับ ผมไม่ได้กำลังบอกว่า
การคาดหวังพฤติกรรมบางอย่างจากแฟน
(เช่น การเสนอตัวช่วยทำงานในยามที่เราเจ็บป่วย)
เป็นเรื่องที่ “ผิด” นะครับ
.
อันที่จริง หากเรามีความต้องการที่ชัดเจนเช่นนั้น
ผมสนับสนุนให้เราสื่อสารความต้องการดังกล่าวกับแฟนด้วยซ้ำ
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมไม่สนับสนุนคือการฟันธงทันทีทันใดว่า
การที่แฟนไม่ได้ทำตามที่เรา “ล็อกเป้า” ไว้ในใจนั้น
มันคือการที่แฟนไม่ได้ “ทุ่มเท” ให้กับความสัมพันธ์นี้มากเท่ากับเราครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1177/00332941221092659
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33981270/
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30893363/
#จิตวิทยา #siamstr