
ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก หนึ่งในดาราฝรั่งที่ผมรู้จัก (ซึ่งผมรู้จักอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน) คือ Robin Williams
.
ผมรู้จัก Williams ผ่านภาพยนตร์ “สำหรับเด็ก” (เช่น Jumanji และ Aladdin)
.
พอผมโตขึ้น ผมก็เริ่มรู้จักผลงานการแสดงของ Williams ผ่านภาพยนตร์ที่ “ซีเรียส” มากขึ้น (เช่น Good Will Hunting, Mrs. Doubtfire, Bicentennial Man และ Good Morning, Vietnam)
.
นอกจากนี้ ผมยังได้รู้จักกับความตลกที่มีเสน่ห์ของ Williams เวลาที่เขาปรากฏตัวตามรายการ talk show ต่างๆอีกด้วย
.
แต่แล้ว…
.
ในปี 2014 ผมก็ได้ข่าวว่า Williams เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย
.
ผมจำได้ว่าตอนนั้น ข่าวการเสียชีวิตของ Williams ถูกสื่อนำมารายงานเยอะมาก (มีการลงรายละเอียดถึงวิธีฆ่าตัวตาย รวมทั้งยังมีวิธีการนำเสนอในลักษณะที่ “ขยี้ความรู้สึก” อย่างเข้มข้น)
.
ผมเชื่อว่าสิ่งที่สื่อทำในตอนนั้นไม่ได้มีเจตนาร้าย
.
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวการเสียชีวิตของ Williams จำนวนคนที่ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (โดยเฉพาะการฆ่าตัวตายด้วยวิธีเดียวกับที่ Williams ใช้)
.
จริงอยู่ครับว่า จำนวนการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นนั้น มันค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
.
แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่า การนำเสนอข่าวการเสียชีวิตของ Williams มันส่งผลต่อจำนวนการฆ่าตัวตายในช่วงเวลานั้นจริงๆ
.
แล้วเราควรจะทำอย่างไร หากว่าในอนาคต เราเจอกับกรณีที่มีดาราดังทำร้ายตัวเองได้สำเร็จแบบ Williams อีก? เราควรจะปิดข่าวการเสียชีวิตอย่างนั้นหรือ?
.
แน่นอนครับว่าเราคงจะไม่ปิดข่าว
.
อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ต้องการให้ “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” อีก ลักษณะการนำเสนอข่าวจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมครับ
.
จากเดิมที่มีการลงรายละเอียดว่าผู้เสียชีวิตทำร้ายตัวเองด้วยวิธีอะไร จากเดิมที่มีการรายงานในลักษณะ “ขยี้ความรู้สึก” หรือทำให้การทำร้ายตัวเองดูเป็นเรื่องที่ romantic => เราควรหยุดการรายงานลักษณะนี้ (แม้ว่ามันอาจทำให้ rating ดีก็ตาม)
.
สื่อควรจะใช้โอกาสนี้ (หลังจากที่ได้นำเสนอรายละเอียดการเสียชีวิตอย่างคร่าวๆแล้ว) ในการแจ้งให้ผู้ชมทราบถึงแหล่งบริการสุขภาพจิต (โดยเฉพาะแหล่งบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและเข้าถึงได้ง่าย เช่น สายด่วนสุขภาพจิต 1323) รวมถึงนำเสนอแง่มุมที่สะท้อนถึงความหวัง ความเข้มแข็ง และการฟื้นตัวจากปัญหาสุขภาพจิตมากกว่า
.
หากสื่อมีการรายงานข่าวในลักษณะนี้ นอกจากมันจะไม่ส่งผลให้อัตราการทำร้ายตัวเองเพิ่มขึ้นแล้ว มันยังสามารถช่วยให้อัตราการทำร้ายตัวเองลดลงอีกด้วยครับ
.
อ้างอิง
https://doi.org/10.1126/sciadv.adq4074
#จิตวิทยา #siamstr