เวลาที่เรารู้สึกวิตกกังวลกับอะไรบางอย่าง

บ่อยครั้ง เราจะคิดกังวลเรื่องนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

เวลาที่เรากังวลว่าเราจะนำเสนองานกับลูกค้าได้ไม่ดี

เราก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความคิดซ้ำไปซ้ำมาในใจว่า

“เดี๋ยวฉันต้องนำเสนองานกับลูกค้าได้แย่แน่ๆเลย”

.

เป็นต้น

.

และไม่ว่าเราจะทำอย่างไร

เราก็ไม่สามารถหยุดคิดกังวลเรื่องเหล่านี้ได้เสียที

.

ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น?

.

สาเหตุข้อหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า

เวลาที่เราคิดกังวลซ้ำไปซ้ำมานั้น

เรามักจะโฟกัสที่ “ปัญหา”

(เช่น โฟกัสว่าตัวเองจะนำเสนองานได้แย่)

.

…เรามักจะไม่ได้โฟกัสที่ “ทางออก” หรือ “แนวปฏิบัติ”

ที่จะช่วยให้เรารับมือกับ “ปัญหา” นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

อย่างไรก็ตาม

หากเราวาดภาพ “ปัญหา” นั้นให้ชัดเจนเวลาที่เราคิดกังวล

และเราโฟกัสพลังงานในการหา “ทางออก” หรือ “แนวปฏิบัติ”

ที่จะช่วยให้เรารับมือกับ “ปัญหา” ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

เราวาดภาพว่า เวลาที่เรานำเสนองานกับลูกค้า

“ปัญหา” ที่จะเกิดขึ้นก็คือ ลูกค้าจะถามคำถาม

เจาะลึกเชิงเทคนิคเกี่ยวกับสินค้าที่เราขาย

ซึ่งเราก็จะให้คำตอบอย่างละเอียดไม่ได้

ส่งผลให้เกิด dead air ที่น่าอึดอัดในห้องประชุมขึ้น

.

จากนั้น เราก็จะใช้พลังงานในการโฟกัสที่

การหา “ทางออก” หรือ “แนวปฏิบัติ” ที่จะช่วยให้เรา

รับมือกับ “ปัญหา” ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

ซึ่งหนึ่งใน “ทางออก” หรือ “แนวปฏิบัติ” ที่เราคิดไว้

คือการพาลูกทีมของเราที่มีความรู้เชิงเทคนิค

เกี่ยวกับสินค้าไปนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย

.

ฉะนั้น หากลูกค้าถามคำถามเจาะลึก

เราจะให้คำตอบกับลูกค้าในเบื้องต้น

และหากลูกค้ายังคงต้องการรายละเอียดเพิ่ม

เราก็จะเปิดช่องให้ลูกทีมช่วยตอบคำถามของลูกค้าในตอนนั้น

.

เป็นต้น

.

หากเราทำแบบนี้ มันมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเลยครับ

ที่ความกังวลใจดังกล่าวจะโผล่เข้ามากวนใจเราในระดับที่เข้มข้นลดลงครับ

.

อ้างอิง

https://doi.org/10.1111/joop.12290

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.