พ่อแม่หลายคนชอบที่จะบันทึก moment ต่างๆในชีวิตของลูก

.

ไม่ว่าจะเป็น moment ที่ลูกไปโรงเรียนครั้งแรก

moment ที่ลูกกำลังดื้องอแง

moment ที่ลูกกำลังวิ่งเล่นกับครอบครัว

ฯลฯ

.

พ่อแม่หลายคนบันทึก moment เหล่านี้ไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย

หลายคนบันทึกไว้ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ

หลายคนบันทึกไว้ในรูปแบบของไดอารี่

.

และนอกจากจะบันทึก moment เหล่านี้แล้ว

พ่อแม่หลายคนก็มีการแชร์ moment เหล่านี้กับคนอื่น

(ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะครอบครัวหรือเพื่อนที่สนิทใกล้ชิด) อีกด้วย

.

การแชร์ที่เกิดขึ้นนี้ พ่อแม่หลายคนไม่ได้มีเจตนาที่เลวร้ายเลยครับ

หลายคนเพียงแค่มองว่า moment เหล่านี้มันน่ารักดีก็เลยแชร์

หลายคนอยากแบ่งปัน “บทเรียน” ที่ตัวเองได้เรียนรู้กับเพื่อนๆพ่อแม่ด้วยกัน

.

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสิ่งที่พ่อแม่แชร์

มันคือ moment ต่างๆของลูก (ไม่ใช่ของพ่อแม่)

มันจึงมีความ “สุ่มเสี่ยง” อยู่เหมือนกันครับ

.

เพราะพอลูกเติบโตขึ้น

moment ต่างๆของเขาที่ถูกแชร์ไป

(โดยเฉพาะการแชร์ในโลกออนไลน์ที่ลบทิ้งไม่ได้)

อาจเป็น moment ที่สร้างความอับอาย

หรือความไม่สบายใจให้กับลูกได้

.

จริงอยู่ครับว่า ก่อนที่พ่อแม่จะแชร์อะไรกับคนอื่น

พ่อแม่สามารถที่จะ “ขออนุญาต” จากลูกได้

.

แต่ในทางปฏิบัตินั้น

มันยากเหมือนกันครับที่เด็ก (โดยเฉพาะเด็กเล็ก)

จะปฏิเสธพ่อแม่ของตัวเอง

เพราะถึงอย่างไร

เด็กก็ยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ในการมีชีวิตรอดสูงมาก

.

ด้วยเหตุนี้ หากเราจะยึดหลัก “ปลอดภัยไว้ก่อน”

การไม่แชร์ moment “ส่วนตัว” ของลูกในโลกออนไลน์

(โดยเฉพาะการแชร์ในรูปแบบที่ “เปิดสาธารณะ” ให้ทุกคนเข้ามาดูได้)

อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

.

อ้างอิง

Franke, S. (2025). The house of my mother: A daughter's quest for freedom. Gallery Books.

https://doi.org/10.3390/healthcare11101359

https://doi.org/10.3389/fpsyg.2023.1171611

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.