GN Nostr, 🙏📖

พระยาห์เวห์พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอาศัยอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและดูแลสวน พระยาห์เวห์พระเจ้าจึงตรัสสั่งมนุษย์นั้นว่า “ผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ตามใจชอบ แต่ผลของต้นไม้แห่งการรู้ถึงความดีและความชั่วนั้น ห้ามเจ้ากิน เพราะในวันใดที่เจ้ากิน เจ้าจะต้องตายแน่”

‭‭ปฐมกาล‬ ‭2‬:‭15‬-‭17‬ ‭THSV11‬‬

เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าต้นไม้นั้นดีน่ากิน ทั้งเป็นต้นไม้น่าปรารถนาที่ทำให้เกิดปัญญา จึงเก็บผลไม้นั้นมากิน แล้วส่งให้สามีที่อยู่กับเธอกินด้วย เขาก็กิน ตาของเขาทั้งสองคนก็สว่างขึ้น จึงรู้ว่าพวกเขาเปลือยกายอยู่ ก็เอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดกายไว้

‭‭ปฐมกาล‬ ‭3‬:‭6‬-‭7‬ ‭THSV11‬‬

-

สิ่งที่มนุษย์กระทำเป็นสิ่งแรกเสมอเมื่อกระทำความผิด คือ "การปกปิด"

เราอาจจะคิดว่าเพราะอาดัมและเอวา ต่างก็รู้ตัวแล้วหลังจากได้กินผลแห่งความรู้ดีรู้ชั่วเข้าไป สติปัญญาที่เกิดอาจจะบอกพวกเขาว่า เขาทั้งสองต่างเปลือยกายอยู่ จึงได้เย็บเอาใบมะเดื่อเพื่อใช้ "ปกปิด" ร่างกายที่เปลือยเปล่า

แต่หากมาลองคิดดูดี ๆ สิ่งที่พวกเขาทำลงไปอาจจะเป็นไปเพราะว่าพวกเขา "รู้ตัว" ดีว่าได้ "กระทำความผิด" ต่อพระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่สั่งห้ามพวกเขาไว้ว่าอย่าเด็ดกินผลแห่งความรู้ดีรู้ชั่ว และเมื่อเป็นแบบนั้น พวกเขาจึงได้นำเอาใบไม้นั้นมาเพื่อ "ปกปิด" ความผิดที่เขาได้กระทำลงไป เพราะคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเพียงพอที่จะใช้ซ่อนเร้นความผิดของตัวเองจากสายตาของพระผู้เป็นเจ้า

มนุษย์ เมื่อกระทำความผิดแล้ว สิ่งที่เรามักจะทำหรือนึกถึงเป็นสิ่งแรกภายในหัวมักจะเป็น "การหาวิธีที่จะปกปิดความผิดที่เรานั้นได้กระทำลงไป" เรามักจะไม่ยอมรับสารภาพความผิดนั้น ทั้ง ๆ ที่ถ้าหากเราได้สารภาพผิด เราอาจจะได้รับการอภัย ความผิดที่เกิดขึ้นก็อาจจะได้รับการแก้ไข และจบลงไปเป็นเพียงแค่บทเรียน ๆ หนึ่ง

แต่เรามักจะเลือกหนทางที่ยากกว่า "ใบไม้" ที่เราใช้เพื่อปกปิดความผิดที่เรากระทำจะยังยื่นได้นานแค่ไหนกัน ใบไม้ที่จะแห้งเหี่ยวโรยราไปและในไม่นาน เราจะต้องเด็ดเอาใบไม้ใบใหม่ มาใช้เพื่อปกปิดความผิดนั้นไปจนกว่าร่างกายที่เรามีจะหวนกลับคืนสู่ผืนดิน เราจะซ่อนเร้นความผิดเหล่านั้นไปได้นานแค่ไหน

สารภาพผิดเถิด ลึก ๆ ในใจของมนุษย์นั้น ถึงแม้จะเป็นความตั้งใจที่จะกระทำความผิด จะต้องมีเศษเสี้ยวแห้งความรู้สึกผิดหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน

ลึก ๆ ภายในใจที่เจ็บปวดจากการกระทำที่ไม่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไข ขอเพียงสารภาพผิดเถิด

หากอาดัมและเอวา สารภาพผิดต่อพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาก็คงจะไม่ถูกขับไล่ออกจากสวนสวรรค์แห่งเอเดน คงจะมีความสุขและได้อยู่กับพระผู้เป็นเจ้าไปชั่วนิจนิรันดร์

และถึงแม้จะเป็นตัวเราเองที่พลาดพลั้งไป สารภาพผิดต่อตัวเองเถิด และหลังจากนั้นจงอภัยให้กับตัวเราเอง เพื่อที่เราจะได้เริ่มใหม่ และเรียนรู้ความผิดพลาดนั้นเพื่อเป็นบทเรียนให้กับตัวเราเอง เพื่อที่เราจะได้ไม่กระทำความผิดนั้นอีก

#Siamstr

GM Nostr, ☀️☀️☀️

รีบไปปั่นงานก่อน สายแล้ว 😂เดี๋ยวมาเล่นด้วย

ขอเปิดด้วยการรียูส note เมื่อคืนแล้วกัน ฮ่า ๆ

nostr:note1s0vxwewgfu8yhjw5ej4c257hahw093lwkxeuv8nys8p2kla9dhzsz3njec

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อวิชชา เป็น รากเหง้า

ของทุกสิ่ง ...

ถ้าต้องอยู่ในเอเดนแบบไร้สติปัญญหา

ขอลงมาลำบากบนโลกแบบที่ตื่นรู้แล้วดีกว่าครับ 😄

ผมตอบกลับแบบยาว ๆ ข้าม ๆ ไปก็ได้ครับ 😆

ถ้าตามที่ผมตีความเอาเองจากที่อ่านในไบเบิล ผมมองว่าอาดัมกับเอวาน่าจะมีสิติปัญญาอยู่แล้วครับ จากบริบทหลังจากถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า อาดัมคือผู้ที่ไถ่พรวนผืนดินในเอเดน รวมถึง "ตั้งชื่อ" ให้กับสัตว์ต่าง ๆ ภายในสวน แปลว่าเขามีสิติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเขาเองอยู่แล้วแน่ ๆ ไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาดินปั้น ไร้ซึ่งสติปัญญาที่ทำงานตามโปรแกรมที่พระเจ้าสร้างให้ แปลว่าเขาอาจจะพัฒนาระดับสติปัญญาสูงขึ้น เหมือนกับที่เรา ๆ เป็นกันในปัจจุบันนี้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้คือ เขาไปกินผลแห่งความรู้ดีรู้ชั่ว (คือเกิดการแยกแยะได้ ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งไหนคือสิ่งชั่วราย) มันทำให้เขารู้ตัวว่าเขาสามารถเลือกได้ที่จะกระทำหรือเป็นแบบไหน ระหว่างคนดีกับคนชั่ว

และเพราะในสวนเอเดนนั้นมีต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตรงใจกลางสวน เป็นต้นแห่งการมีชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าที่รู้ว่าอาดัมกับเอวาแยกแยะสิ่งดีสิ่งชั่วได้แล้ว เลยกลัวว่าพวกเขาจะเด็ดกินผลแห่งความเป็นอมตะนั้น เพราะความต้องการจะเป็นอมตะเหมือนกับพระเจ้า ก็เลยขับไล่พวกเขาออกมา (จริง ๆ พระเจ้าอาจจะไม่ได้หวงความเป็นอมตะนั้นก็ได้ แค่มันยังไม่ถึงเวลาที่สมควร 🤣)

และผลลัพท์ก็เป็นไปตามคาด ก่อนที่น้ำจะท่วมโลก มนุษย์เหล่าลูกหลานของอาดัมกับเอวา เลือกที่จะทำแต่สิ่งชั่วร้าย ปล.ตามที่เขียนในไบเบิลเด้อ~ (คือมีสติปัญญาในการเลือกได้ว่าจะทำดีหรือทำชั่ว แต่พวกเขาก็เลือกที่จะทำแต่สิ่งที่ชั่ว เพราะว่าพวกเขาพอใจแบบนั้น) พระเจ้าก็ทำการกวาดล้างมนุษย์ไปพร้อมกับน้ำที่ท่วมโลก โดยเหลือไว้แค่โนอากับครอบครัว

ถ้าตัดการรับรู้ว่า สิ่งนี้ทำแล้วดีนะ สิ่งนี้ทำแล้วเลวออก เราอาจจะไม่ต่างจากเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง บริสุทธิ์และไร้เดียงสา ถ้าเราโตมาโดยที่ไม่ได้มีใครมาคอยกำหนดค่านิยมความดีความเลวให้กับเรา เมื่อเราไม่รู้ถึงสิ่งนั้นก็น่าสนใจว่าเราจะเติบโตมาเป็นคนแบบไหนกัน

ปล. ผมไม่ใช่คริสเตียน แค่ชอบอ่านอะไรไปเรื่อย ขอบคุณที่มาคุยกันฮะ 🙏🥰