Replying to Avatar Xsara8

เพราะพวกเราหลงลืมไปแล้วว่า “เงินคืออะไร” ทุกวันนี้ความหมายของเงินสำหรับคนทั่วไป คงเหลือแต่เพียงสิ่งสมมติซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย, ใช้ซื้อสินค้าและบริการ, ใช้เป็นค่าจ้าง, เป็นหน่วยวัดทางคณิตศาสตร์วัดผลประกอบการ วัดความสำเร็จ ความร่ำรวย(Mean of Payment, Medium of exchange)

.

แต่เรากลับลืมคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเงิน ซึ่งคือ “สื่อแทนคุณค่า(Store of Value)” เราลืมไปแล้วว่าการซื้อขายในตลาด แท้ที่จริงมันคือการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างคน 2 คน คุณค่าที่คุณทุ่มเทแรงกาย แรงปัญญา แรงใจ สร้างสรรค์สินค้าและบริการขึ้น เพื่อแลกกับคุณค่า Proof of work ที่มากกว่า(ตามความคิดของคุณ) ของอีกคน และเขาก็มองเห็นคุณค่าในสินค้าบริการนั้นมากกว่าราคาที่เขาต้องจ่ายให้คุณเช่นนั้น การซื้อขายถึงจะเกิดขึ้น

.

จากเรื่องราวข้างต้นนี้ หมายความว่าอะไร? ก็หมายความว่าที่จริงแล้วการซื้อขายสินค้าบริการเกิดขึ้นได้ด้วย “การมองเห็นในคุณค่าของผู้อื่นมากกว่าแค่ตัวเอง”

.

ถ้าเรามองเห็นคุณค่าในสุขภาพมากกว่า ราคาของสุขภาพจะไม่ใช่ปัญหา

ถ้าเราเห็นคุณค่าของประสบการณ์มากกว่า ราคาของประสบการณ์จะไม่ใช่ปัญหา

ถ้าเราเห็นคุณค่าของการมีลูกมากกว่า ราคาของการมีลูกจะไม่ใช่ปัญหา

.

สรุปแล้วเราจะไม่พูดถึงเรื่องเงิน ถ้าเกิดเรามองเห็นคุณค่าในสิ่งๆนั้นมากกว่า Proof of work ที่เรามี เพราะนั่นหมายถึงเราได้ตัดสินใจตกลงที่จะ “ซื้อ” มันแล้วนั่นเอง

#Siamstr

ว้าว คำตอบนี้ดี ผมชอบฮะ ถึงแม้ว่าจะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า "ให้รู้คุณค่าของเงิน" "ให้เก็บออมประหยัด" รู้ความหมายของคำพูดนี้หรือไม่ก็เถอะ แต่เราก็เลือกที่จะใช้เงินก่อนเป็นอันดับแรก

ถ้าหากเพื่อนผมเลือกที่จะเก็บเงินเอาไว้ ไม่ซื้อพิงเกิลรสซาวด์ครีมหัวหอม แต่เลือกที่จะไปหาสูตรและวิธีทำมันฝรั่งทอดรสเดียวกัน ไม่แน่ว่าเพื่อนของผมอาจจะทำมันได้ดีกว่า อร่อยกว่า ของที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดก็ได้

แต่ด้วยเงินที่เสื่อมไปอย่างรวดเร็ว เงินมันเก็บกักพลังงานเหลือใช้ของเราไม่ได้ จากการแลกเปลี่ยนกันด้วย "คุณค่า" มันเลยกลายเป็นการแลก "สิ่งเสื่อมค่า" เปลี่ยนมันไปอยู่ในมือคนอื่น ให้รับ "สิ่งเสื่อมค่า" ไปแทนตัวของเราให้เร็วที่สุด

แล้วมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยนะ ถึงแม้จะไม่ได้รับรู้ว่าเงินกำลังเสื่อมค่า ไอ้ความรู้สึกอยากจะรีบใช้เงินไปเร็ว ๆ เกิดขึ้นมาเอง ไม่รู้สิ สัญชาติญาณ? บอกเราให้ทำอย่างงั้น หรือมันเป็นแค่ความเป็นธรรมชาติของเรา ที่ต้องปรับตัวเมื่ออาศัยอยู่ในยุคของ "เงินเสื่อมค่า"

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.