
การมีแผนในอนาคตร่วมกัน
(เช่น แผนที่จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน
แผนที่จะแต่งงาน แผนที่จะมีลูก)
คือเรื่องปกติของคู่รัก
.
แต่สำหรับบางคน แผนในอนาคต
ได้กลายเป็นเครื่องมือในการชักใย
ให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
.
ยกตัวอย่างเช่น
สัญญากับแฟนว่าจะคุยกับผู้ใหญ่เพื่อขอหมั้น
เพื่อให้แฟนมองข้ามเหตุการณ์ที่ตัวเองคิดจะนอกใจแฟน
เป็นต้น
.
มันทำให้ฝ่ายที่ถูกชักใยรู้สึกดีใจ
กับภาพอนาคตที่สวยงามนั้น
ส่งผลให้ฝ่ายที่ถูกชักใยเลือก
ที่จะ “ตามใจ” แฟนตัวเอง
(เช่น มองข้ามเหตุการณ์ที่คิดจะนอกใจ)
.
ประเด็นสำคัญก็คือฝ่ายที่วาดภาพหรูนั้น
เขาเพียงแค่ “ขายผ้า (ภาพ) เอาหน้ารอด” เท่านั้น
.
เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะ “ลงมือทำ” ให้ภาพ
อนาคตดังกล่าวเป็นจริงขึ้นแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้น เมื่อฝ่ายที่ถูกชักใยมีการ “ทวง”
(เช่น “ผ่านมานานแล้วนะ ทำไมเธอถึงยังคุยกับผู้ใหญ่เสียที”)
ฝ่ายที่วาดภาพหรูก็จะบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ
.
…ซึ่งสามารถนำมาสู่ความขัดแย้งในเวลาต่อมาได้
.
และที่ตลกร้ายก็คือ บ่อยครั้ง ฝ่ายที่วาดภาพหรู
จะแก้ไขความขัดแย้งครั้งใหม่นี้ด้วยการ
วาดภาพอนาคตที่สวยงามภาพใหม่ขึ้นมาอีก!
.
มันจึงกลายเป็น loop ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
.
ขัดแย้ง => ให้คำสัญญาที่สวยงาม => ไม่ลงมือทำ => มีการทวง => ขัดแย้ง => ให้คำสัญญาที่สวยงาม (อีกแล้ว)
.
ฝ่ายที่ถูกชักใยจึงได้แต่รอ รอ และก็รอ
รอด้วยความหวัง…ซึ่งในที่สุดก็จบลงด้วยการ “รอเก้อ” อยู่เรื่อยไป
.
การรอคอยด้วยความหวัง
(ด้วยตัวมันเอง)
ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายนะครับ
.
แต่ถ้ามันเป็นการรอคอย
แบบที่อีกฝ่ายมีแต่ “คำสัญญา”
(แต่ไม่มีการ “ลงมือทำ”)
ติดต่อกันต่อเนื่องเป็นเวลานานล่ะก็
.
นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคนๆนี้ไม่ “ควรค่า” แก่การรอคอยของเรา…ก็เป็นได้ครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1037/a0021857
https://doi.org/10.1111/pere.70028
https://psycnet.apa.org/doi/10.1017/jrr.2014.8
#จิตวิทยา #siamstr