
ทุกวันนี้ หลายคนรู้สึกหมดไฟ
.
พวกเขาไม่ได้หมดไฟเพราะปัญหาในชีวิตตัวเอง
ถาโถมเข้ามาจนพวกเขารับไม่ไหวนะครับ
.
แต่พวกเขาหมดไฟเพราะพวกเขาเป็นห่วงคนรอบตัว
.
เวลาที่พวกเขาเห็นว่าคนรอบตัวเผชิญกับปัญหา
ใจของพวกเขาจะรีบกระโจนอยากเข้าไปช่วยเหลือ
.
เพราะพวกเขาไม่ต้องการเห็นคนรอบตัวทรมานกับปัญหาเหล่านั้น
.
ด้วยเหตุนี้ ความทุกข์ที่คนรอบตัวเผชิญ
จึงกลายเป็นความทุกข์ของพวกเขาไปด้วย
.
พวกเขาเข้าใจ (ในเชิงตรรกะ) ครับว่า
พวกเราสามารถช่วยเหลือกันและกันได้
แต่ไม่มีใครที่จะแบกรับความทุกข์แทนกันได้
.
แต่ถึงกระนั้น ใจพวกเขาก็ยังคงอยากที่จะ
“แบกรับความทุกข์แทน” คนรอบตัวในชีวิตพวกเขาอยู่ดี
.
คุณผู้อ่านรู้จักคนที่มีลักษณะเหมือน
กับที่ผมเขียนไว้ในข้างต้นไหมครับ?
.
(หรือในบางกรณี คนๆนั้นก็อาจจะเป็นตัวคุณผู้อ่านเอง…ก็เป็นได้)
.
ความท้าทายสำคัญสำหรับคนที่ผมเขียนถึงในข้างต้นก็คือ
.
เราจะบริหารจัดการใจตัวเองอย่างไร
ให้สามารถเป็นห่วงและช่วยเหลือคนรอบตัวได้
โดยไม่ถูกความทุกข์ใจถาโถมเข้ามาจนรับมือไม่ไหว?
.
สิ่งหนึ่งที่อาจจะช่วยเราได้ในเบื้องต้น
คือการ “ขีดเส้น” กับตัวเองให้ชัดเจนครับ
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
เราจะอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเป็นห่วงและ
ช่วยเหลือผู้คนในชีวิตของเราอย่างเต็มที่
.
แต่เราก็จะ “ขีดเส้น” ไว้ว่า
นับตั้งแต่ 19.00 น เป็นต้นไป (จนถึงเวลานอน)
เราจะหยุดคิดถึงคนอื่นและจะใช้เวลาดังกล่าว
ในการทำเฉพาะสิ่งที่ “เห็นแก่ตัวเอง” เท่านั้น
(เช่น อ่านนิยาย เล่นเกม เล่นดนตรี วาดรูป)
.
เป็นต้น
.
ตอนแรกๆที่เราเริ่มต้น “ขีดเส้น”
เราอาจจะพบว่า พอถึงเวลาจริงๆ
ใจเราก็ยังคงนึกเป็นห่วงคนอื่น
สมองเราก็ยังคงคิดหาหนทางที่จะช่วยคนอื่น
สองมือเราก็ยังลงมือทำนู่นนี่นั่นเพื่อคนอื่นอยู่ดี
.
หากเรา “ติดขัด” ในลักษณะนี้
ผมขอเสนอให้เราลองเริ่มต้น “ขีดเส้น”
เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆก่อนครับ
.
ยกตัวอย่างเช่น
เริ่มต้นด้วยการ block เวลานาน 30 นาที
ของแต่ละวันให้ “เวลาเห็นแก่ตัวเอง”
(แทนที่จะเริ่มต้น “ขีดเส้น” วันละเป็นชั่วโมงๆ)
เป็นต้น
.
พอเราเริ่มคุ้นชินกับช่วงระยะเวลาดังกล่าว
เราก็ค่อยๆขยายช่วงเวลานั้นให้นานขึ้นทีละนิดๆ
(เช่น จาก 30 นาทีเป็น 1 ชั่วโมง
จาก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมง
จาก 2 ชั่วโมงเป็น 4 ชั่วโมง เป็นต้น)
.
ในที่สุดแล้ว เราอาจจะยังอดไม่ได้ที่
จะรู้สึกเป็นห่วงคนอื่นหรอกนะครับ
(และเอาเข้าจริงๆ ต่อให้เราจะสามารถ “ดีดนิ้ว”
และบังคับให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ไม่ห่วงใครเลย
(นอกจากตัวเอง) ได้จริงๆ หลายคนก็คง
ไม่อยากเห็นตัวเองกลายเป็นคนแบบนั้นอยู่ดี)
.
แต่ด้วยแนวทางที่ผมนำเสนอในวันนี้
มันอาจจะช่วยให้เรากลายเป็นคน
ที่แคร์คนอื่น (โดยที่ตัวเองไม่หมดไฟ) ได้ครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1016/j.burn.2017.06.003
https://doi.org/10.1080/07317115.2022.2090879
#จิตวิทยา #siamstr