พ่อแม่หลายคนต้องการให้ลูกโตมามีความกล้าหาญ

พ่อแม่หลายคนต้องการให้ลูกโตมามีความคิดสร้างสรรค์

พ่อแม่หลายคนต้องการให้ลูกโตมามีความเข้าอกเข้าใจในผู้อื่น

ฯลฯ

.

ความต้องการเหล่านี้เป็นความต้องการที่สะท้อนถึงเจตนาที่ดีของพ่อแม่

.

อย่างไรก็ตาม ในหลายๆกรณี

พ่อแม่พบว่าลูกไม่ได้โตมามี

คุณลักษณะในข้างต้นที่พ่อแม่หวังไว้

.

…แม้พวกเขาจะพยายามพร่ำสอนลูกในเรื่องเหล่านี้ก็ตาม

.

มันเกิดอะไรขึ้น?

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?

.

เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ โดยทั่วไปแล้ว

เด็กๆมักจะเรียนรู้ผ่านการสังเกตพฤติกรรมของพ่อแม่

มากกว่าการฟังคำพูดของพ่อแม่

.

เหมือนที่คนไทยเราชอบพูดกันว่า

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”

.

ด้วยเหตุนี้…

.

หากเราอยากให้ลูกมีความกล้าหาญ

แต่เราวิ่งหนีแมลงสาบให้ลูกเห็นบ่อยๆ

มันก็มีโอกาสที่ลูกจะไม่ได้โตมาเป็นคนที่กล้าหาญ

.

หากเราอยากให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์

แต่เราทานอาหารเมนูเดิมให้ลูกเห็นทุกมื้อ

มันก็มีโอกาสที่ลูกจะไม่ได้โตมาเป็นคนที่สร้างสรรค์

.

หากเราอยากให้ลูกมีความเข้าอกเข้าใจในผู้อื่น

แต่เราตะโกนด่าทอเพื่อนร่วมถนนให้ลูกเห็นทุกครั้งที่ขับรถ

มันก็มีโอกาสที่ลูกจะไม่ได้โตมาเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจในผู้อื่น

.

ผมตระหนักดีครับว่า สิ่งที่ผมกำลังหยิบมานำเสนอนี้

มันคงจะสร้างแรงกดดันให้กับคนเป็นพ่อแม่อยู่ไม่น้อย

.

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อว่า

พ่อแม่ทุกคนจะต้อง “ประพฤติตัว” ให้ perfect นะครับ

.

เพราะนักจิตวิทยาอย่าง Donald Winnicott

ก็เคยกล่าวไว้ว่า พ่อแม่ไม่จำเป็นต้อง perfect

ก็สามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้

.

อันที่จริง Winnicott ถึงกับเคยระบุไว้อย่างชัดเจนเลยครับว่า

ต่อให้พ่อแม่จะ “เลี้ยงลูกได้ดี” ในระดับเพียงแค่ 30%

มันก็เพียงพอที่จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีคุณภาพแล้ว!

.

ฉะนั้น ถ้าพูดถึงการเลี้ยงลูกแล้ว

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” มันคือความจริงแหละครับ

.

แต่ถ้าจะให้จริงแบบชัดๆแบบ Winnicott ก็คือ

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น (ในบางครั้ง)” ครับ

.

อ้างอิง

https://www.apadivisions.org/division-37/resources/child-family/parent-role-models.pdf

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.