เป็นคลิปการสัมภาษณ์กันไปมาที่ดีมาก ๆ เลยครับ เรื่องการออกจากระบบการศึกษา เพื่อไปสร้าง Proof of Work ที่ตัวเองจะเป็นเจ้าของมันจริง ๆ (นั้นแหละ คนเรามันควรจะทำอย่างนั้นก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น) มันมีประโยชน์กับเด็ก หรือคนอื่น ๆ ที่อาจจะผ่านมาเจอคลิปนี้ จะได้มีไอเดีย หรืออาจจะเห็นว่ามันไม่จำเป็นจะต้องทำไปตามเมนสตรีมก็สามารถเอาตัวรอดได้ มันมีทางอื่น (ไปฝึกตัวเองให้เก่งในเรื่องที่ชอบ หรือถนัด / เรียนรู้ว่าตลาดต้องการอะไร)

ผมที่ถูกจับโยนเข้าระบบการศึกษาภาคบังคับ ถูกสอนให้แสวงหา proof of acceptance / proof of money ที่การศึกษาต้องสูงไว้ก่อน งานจะดีเอง เงินจะหนักเอง ต้องรวยนะเว้ย มันมาก่อนการสร้างคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับตัวเอง มันถูกบอกกันมาตลอดจริง ๆ ตั้งแต่บรรดาญาติ ๆ ครูอาจารย์ ว่า ขยันเรียน (ตามหลักสูตร) โตไปมีงานทำ เงินเดือนจะได้เยอะ ๆ หัวมันคิดถึงแต่เรื่องเงิน

"เย้~ ผมจะตั้งใจเรียน โตไปมีงานทำหา "เงิน" ให้ได้เยอะ ๆ ครับ"

What the hell, that you wrote on my brain.

ถ้าการหา "เงิน" ให้ได้เยอะ ๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก และเป็นคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกวันนี้ผมคงไม่ได้มานั้งอยู่ในกล่องคอนกรีต หาตัง stack sats เพื่อที่จะ exist ยามชรา แบบนี้หรอก 555 (ขำ ๆ นะครับ)

ผมไม่ได้จะบอกว่าระบบการศึกษาที่มีมันผิด มันมีคนที่ประสบความสำเร็จไปกับมัน และก็มีคนที่ล้มเหลว และ.. มันไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน ดังนั้นมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีการบังคับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะเล่นหมากกระดานนี้ เด็กคนอื่น ๆ อาจจะเก่งเรื่องอื่น ๆ มากกว่าก็ได้)

มีคนกี่ % จากระบบนี้ ที่กลายเป็นคน 1% Specialist ของสาขาที่ศึกษามา ที่เงินมากมายก่ายกองพร้อมจะโถมเข้าใส่แบบนั้น?

สอนให้ลูกหาเงิน? สอนให้ลูกค้นหาความชำนาญของตัวเด็กเองให้เจอก่อนจะดีกว่ามั้ย?

ตอบยาวอีกแล้ว ฉัน~ 😆

มีคนที่ติดอยู่ในระบบการศึกษาจนอายุเกือบจะ 35 อยู่แล้ว ยังไม่หลุดพ้น

เพียงเพราะเข้าด้วยคำว่า เรียนสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ต่อ ป.โท ป.เอก หรอครับ :)

ใช่ค่ะ แต่นางชอบบ่นว่า ปสด.

ถ้าเลือกได้จะไม่มาอยู่ตรงนี้ 5555

ถึงจุดนั้นบางทีทางออกเดียวคือนักวิชาการ