สืบเนื่องจากโพสในกลุ่มในภาพ

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/arCSxtwQs5LunRAx/?mibextid=xfxF2i

จริง ๆ แล้วเราเองก็เคยคิดว่ามูลค่าของสินค้าและบริการต่าง ๆ นั้นอาจเพิ่มขึ้นเพราะประชากรที่มากขึ้นจนทรัพยากรขาดแคลน แต่มนุษย์นั้นเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และไม่สามารถบริโภคมากกว่าที่ผลิตได้ แต่ระบบเฟียตนั่นเองที่ทำให้ผู้ที่ผลิตมากกว่าบริโภคดำรงอยู่ได้

หากจะกล่าวถึงที่ดินที่มีน้อยลงจนขาดแคลนคุณลองขับรถออกไปต่างจังหวัดดูสิ หลังบ้านของเราเองก็มีแต่ทุ่งหญ้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นี่ไม่ใช่การที่ที่ดินขาดแคลนตามธรรมชาติหรอก แต่มันเกิดจากการที่เงินไม่สามารถเป็นที่กักเก็บพลังงาน ผู้คนที่ไม่ต้องการ liquidity ต้องเก็บที่ดินไว้โดยมันไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินในบางพื้นที่นั้นยังเกิดจากการอพยพจากชนบทสู่เมือง ลองคิดดูสิว่ามันเกิดจากอะไร บางทีการที่บริษัทใหญ่สามารถเข้าถึงเงินผลิตใหม่ได้ก่อนก็คงจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้

คุณอาจบอกได้ว่าเมื่อมีเครื่องจักรมาทดแทน มนุษย์จึงมีราคาลดลงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คุณก็คงจะลืมไปว่ามนุษย์ไม่ใช่แรงงาน ไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่ง มนุษย์สามารถอัปเกรดแล้วส่งต่อทักษะ และความรู้ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นได้ เราสามารถยืนอยู่บนไหล่ของพ่อและแม่ได้ แต่ระบบการศึกษาที่อ้างความเท่าเทียมกลับลดทอนกระบวนการสืบทอด จนประชากรนั้นไม่ได้มีคุณภาพเท่าที่ควร

โดยสรุปแล้วความขาดแคลนในตอนนี้ส่วนหนึ่งมาจากปลิงที่สูบผลผลิตจากทุกคนผ่านรูที่เรียกว่าการพิมพ์เงิน และคนที่ถูกขัดขวางจากการพัฒนาโดยระบบการศึกษาแบบรวมศูนย์ โดยทั้งสองกรณีมาจากระบบเฟียตนั่นเอง

โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ๆ ต่อโพสที่นำมาอ้างอิงเพียงแต่ตอบ และแสดงความเห็นอย่างสุภาพ

โพสต์นี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว หากมีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ขออภัยด้วย

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

อารยธรรมไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้ถ้ามนุษย์มีลูกน้อยลง ต่อให้เครื่องจักรมาทำงานแทนมนุษย์ แต่ถ้ายังมีปัจจัยที่ทำให้มนุษย์สืบพันธ์หรือมีลูกน้อยลงอารยธรรมนั้นก็ยากที่จะเจริญ หรือเจริญช้า เครื่องจักรทดแทนได้แค่ส่วนของเหตุและผลตรรกะ แต่ อายตนะ สิ่งนี้มีอยู่ติดตัวกับแค่มนุษย์เครื่องจักรไม่มี