Avatar
frontPhoenix
a8fe8c8447bc02515269f464f62825fee62569766615c9dec823c28bf218532b
Just yapping yapping, don't take me serius.

อากง อาม่า

สองร่าง ย่างล้ำ ค่ำฟ้า

หกขา พยุง จูงกัน

พูดเพรียง เสียงเราะ เริงลั่น

ดุจฝัน นิยาย หมายปอง

#siamstr

#ร้อยกรอง

#poem

ว่าด้วยเรื่องตึกถล่ม

หลงหยิ่งเสียยิ่งแล้ว มนุษย์

ด้วยร่อนห่อนเห็นสุด ขอบฟ้า

พลันยมทูตเผยผุด ประชิด

กลืนชีพไปต่อหน้า แต่ได้ เพียงมอง

#siamstr

#ร้อยกรอง

Olas from nostr:nprofile1qqs04xzt6ldm9qhs0ctw0t58kf4z57umjzmjg6jywu0seadwtqqc75spz4mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduhsz9mhwden5te0wfjkccte9ec8y6tdv9kzumn9wshszxnhwden5te0wpuhyctdd9jzuenfv96x5ctx9e3k7mf0dv4ph5

ผู้ใดเป็นนายของตัวเอง ผู้นั้นเป็นนาย(ของ)ทุน

ดังนั้น... จงเป็นนายของตัวเอง

#siamstr

ผมคิดว่า “ทุนนิยม” คือชื่อที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เพราะมันสื่อเป็นนัยผ่านชื่อของมันว่า ในสังคมทุนนิยม ผู้มีอำนาจคือนายทุน

แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ในสังคมทุนนิยมที่แท้จริง (ซึ่งทุกวันนี้ ไทยเรายังห่างไกลจากคำว่า “ทุนนิยมที่แท้จริง” อยู่มากนัก) ผู้อำนาจคือผู้บริโภคแต่ละคนมากกว่า

ลองนึกถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ “ไม่มีใครสู้ได้” สิครับ

อะไรที่ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่นี้ “ไม่มีใครสู้ได้”?

เพราะผู้บริโภคแต่ละคน (ซึ่งก็คือพวกเรา) ร่วมใจกันไปซื้อสินค้าบริการของรายใหญ่นี้ มากกว่าที่จะไปซื้อสินค้าบริการของคู่แข่ง

และที่ผู้บริโภคอย่างเราๆเลือกซื้อสินค้าบริการของรายใหญ่นี้ ก็เพราะรายใหญ่นี้ขายสินค้าบริการในราคาที่ดีกว่าคู่แข่ง และมีคุณภาพมากกว่าคู่แข่ง

และหากวันหนึ่ง คู่แข่งสามารถขายสินค้าบริการได้ในราคาที่ถูกกว่า และมีคุณภาพดีกว่า ผู้บริโภคอย่างเราๆก็พร้อมใจกันเฮละโลไปซื้อสินค้าบริการของคู่แข่งเหมือนกัน

เหมือนอย่างกรณีสุกี้เอ็มเคที่ถูกสุกี้ตี๋น้อยแซงหน้า เหมือนอย่างกรณีการบินไทยที่ถูกสายการบินเจ้าอื่นๆแซงหน้า เหมือนอย่างกรณีโชว์ห่วยประจำหมู่บ้านถูกแทนที่ด้วย 7-11

การที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ “ใจง่าย” เช่นนี้จึงบีบให้ผู้ประกอบการทุกคน (ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่) จำเป็นต้องหาหนทางในการผลิตสินค้าบริการที่มีคุณภาพ โดยที่มีต้นทุนต่ำๆตลอดเวลา

ฉะนั้น เวลาที่เราได้ยินเรื่องราวของบริษัทที่ลดพนักงานและซื้อเครื่องจักรมาทดแทน เวลาที่เราได้ยินเรื่องราวของบริษัทที่ไล่ทีมผู้บริหารเก่าๆที่ทำงานกับบริษัทมานานหลายปี เวลาที่เราได้ยินเรื่องราวของบริษัทที่ “เคี่ยว” เรื่องราคากับ supplier ส่วนสำคัญก็เพราะแรงบีบจากผู้บริโภคอย่างเราๆนั่นเอง

ถ้าผู้บริโภคอย่างเราๆไม่ “ใจง่าย” เช่นนี้ บริษัทต่างๆก็คงจะไม่ “โหด” ขนาดนี้

นี่เองครับคืออำนาจของผู้บริโภคในสังคมทุนนิยม (ที่แท้จริง) ครับ

#siamstr

นายทุนย่อมเป็นผู้บริโภค ผู้บริโภคย่อมเป็นนายทุน ผู้บริโภคต้องใช้ทุนเพื่อรับเงินซึ่งนำไปใช้จ่าย ผู้บริโภคจึงเป็นนายทุย นายทุนใหญ่ก็ต้องบริโภคและบริโภคได้มากกว่าคนอื่น นายทุนใหญ่จึงเป็นผู้บริโภค และสามารถเป็นผู้บริโภคที่มีอิทธิพลมากกว่าคนอื่นๆ ด้วย

การที่นายทุนต้องยอมผู้บริโภคไม่ใช่เพราะอำนาจอยู่ที่ตัวผู้บริโภคแต่อำนาจอยู่ในเงิน (ซึ่งแลกจากทุน) ที่ผู้บริโภคถืออยู่ต่างหาก ใครไม่มีเงินคนนั้นไม่ใช่ผู้บริโภค

การใช้คำว่า ทุนนิยม จึงเหมาะสมดีแล้ว

Replying to Avatar maiakee

สัตตาวาส 9: สถานะแห่งสัตว์โลกตามพุทธพจน์

พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับ สัตตาวาส 9 ใน อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต โดยจำแนกสัตว์โลกตามลักษณะของรูปนาม สัญญา และทิฏฐิ ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจ โครงสร้างของวัฏสงสาร และ เส้นทางแห่งการหลุดพ้น

พระองค์ตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย! เราจะแสดงสัตตาวาส 9 แก่เธอทั้งหลาย จงฟังให้ดี” (อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สัตตาวาสสูตร)

1. ความหมายของสัตตาวาส 9

สัตตาวาส (Sattāvāsa) คือ ภพภูมิที่สัตว์โลกดำรงอยู่ โดยอาศัยกรรมและภาวะจิตที่แตกต่างกัน

การแบ่งสัตว์ออกเป็น 9 ประเภทนี้แสดงให้เห็นถึง สภาวะของจิต ตั้งแต่ระดับหยาบจนถึงระดับปรมัตถ์

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“สัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรม ผู้ใดทำกรรมเช่นไร ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น” (ขุททกนิกาย ธัมมปทะ 127)

2. การจำแนกสัตตาวาส 9 ตามพุทธพจน์

หมวดที่ 1: การเกิดตามลักษณะของรูปนาม

(1) สัตว์ที่มีรูปและมีสัญญา

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! สัตว์ที่มีรูปและมีสัญญาย่อมรับรู้โลกโดยอาศัยอายตนะทั้งหก” (สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค)

สัตว์ในหมวดนี้ มีร่างกาย (รูป) และมีสัญญา (ความรับรู้) ได้แก่ มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน เทวดา และพรหม

อธิบายเพิ่มเติม:

• มนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน มีรูปขันธ์และสัญญาโดยสมบูรณ์

• เทวดาและพรหมในรูปภูมิ มีรูปละเอียดและสัญญาละเอียด

(2) สัตว์ที่มีรูปแต่ไม่มีสัญญา

“สัตว์บางพวกมีรูปแต่ไม่มีสัญญา เสวยสุขแห่งฌานโดยไม่มีอารมณ์อื่นแทรก” (ทีฆนิกาย มหานิทานสูตร)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ พรหมในชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ซึ่งอยู่ในภาวะที่สัญญาหมดสิ้น

(3) สัตว์ที่ไม่มีรูปแต่มีสัญญา

“สัตว์บางพวกไม่มีรูป มีแต่สัญญา ย่อมดำรงอยู่ในภพแห่งอรูปฌาน” (มัชฌิมนิกาย อรูปสัมภวสูตร)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ อรูปพรหม ที่ได้ฌานอรูป 4 ระดับ

• ไม่มีรูปขันธ์ มีแต่จิตที่รับรู้

หมวดที่ 2: การเกิดและการเสื่อมของสัญญา

(4) สัตว์ที่มีรูป มีสัญญา แต่เสื่อมจากสัญญาเป็นบางคราว

“ภิกษุทั้งหลาย! ผู้เจริญฌานบางพวก ย่อมเสื่อมจากฌานบ้างเป็นคราว ๆ” (อังคุตตรนิกาย เอกทสกนิบาต)

อธิบายเพิ่มเติม:

• นักบวชหรือนักสมาธิที่เข้าฌานได้ แต่ยังมีช่วงที่เสื่อมจากฌาน

(5) สัตว์ที่มีรูป มีสัญญา แต่เสื่อมจากสัญญาจนหมดสิ้น

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ผู้เข้าถึงนิโรธสมาบัติ ย่อมดับสัญญาเวทนาโดยสิ้นเชิง” (สังยุตตนิกาย นิพพานวรรค)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ ผู้ที่เข้าสู่สัญญาเวทยิตนิโรธ ซึ่งเป็นสมาบัติขั้นสูง

หมวดที่ 3: ความเห็นเกี่ยวกับตัวตนและโลก

(6) สัตว์ที่เข้าใจว่าสัญญานี้เที่ยง

“สัตว์บางพวกสำคัญว่า สัญญานี้เที่ยง ยั่งยืน ไม่แปรเปลี่ยน” (ทีฆนิกาย พรหมชาลสูตร)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ พราหมณ์ที่เชื่อว่าอัตตาเที่ยงแท้

(7) สัตว์ที่เข้าใจว่าสัญญานี้ไม่เที่ยง แต่ตนเองจะดำรงอยู่ชั่วกาลนาน

“สัตว์บางพวกสำคัญว่า แม้สัญญานี้ไม่เที่ยง แต่เราจักดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์” (อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ นักปรัชญาที่เชื่อในนิรันดร์นิยม

(8) สัตว์ที่เข้าใจว่าไม่มีอะไรเลย (สุนยตาวาท)

“สัตว์บางพวกกล่าวว่า ทุกสิ่งเป็นโมฆะ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้” (อังคุตตรนิกาย สัตตาวาสสูตร)

อธิบายเพิ่มเติม:

• เป็นผู้ที่เชื่อว่าไม่มีอะไรเลย อาจเป็นแนวคิดแบบ นิฮิลิสม์

(9) สัตว์ที่เข้าใจว่า “นี่มิใช่ของเรา มิใช่ตัวเรา มิใช่ตัวตนของเรา”

“ภิกษุทั้งหลาย! อริยสาวกย่อมเห็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณว่า มิใช่ของเรา มิใช่ตัวเรา” (สังยุตตนิกาย ขันธวรรค)

อธิบายเพิ่มเติม:

• ได้แก่ พระอริยบุคคล ผู้เข้าใจไตรลักษณ์อย่างสมบูรณ์

3. การเข้าถึงสถานะแห่งสัตตาวาส 9

พุทธพจน์เกี่ยวกับการละจากสัตตาวาส

“ผู้เจริญปัญญาเห็นธรรมตามความเป็นจริง ย่อมพ้นจากสัตตาวาสทั้งหมด” (อังคุตตรนิกาย อัตตทิฏฐิสูตร)

การจะก้าวข้ามจาก สัตตาวาสระดับต่ำไปสู่ระดับสูง ต้องอาศัย

• การรักษาศีล

• การเจริญสมาธิ

• การพิจารณาธรรมตามไตรลักษณ์

จนกระทั่งบรรลุความเข้าใจว่า “ไม่มีสิ่งใดเป็นของเรา” และเข้าถึง นิพพาน

4. สรุป

สัตตาวาส 9 แสดงให้เห็นถึง ระดับของภพภูมิที่สัตว์ดำรงอยู่ โดยมี จุดสูงสุดคือพระอริยบุคคล ที่เข้าใจอนัตตา

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ผู้เห็นกรรมย่อมเห็นธรรม ผู้เห็นธรรมย่อมพ้นจากทุกข์” (ขุททกนิกาย อุทาน)

ดังนั้น เป้าหมายของสัตตาวาส 9 คือ การพัฒนาจิตไปสู่การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร

🪷กลไกและวิธีละสัตตาวาส 9 ตามหลักพุทธพจน์

สัตตาวาส 9 เป็นการจำแนกระดับของสัตว์โลกตามลักษณะของรูปนามและทิฏฐิ การจะละจากสัตตาวาสแต่ละระดับ ต้องอาศัยปัญญาและการปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ผู้ใดเข้าใจธรรมตามความเป็นจริง ผู้นั้นย่อมพ้นจากวัฏฏะอันเป็นที่ตั้งแห่งสัตตาวาส”

(อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สัตตาวาสสูตร)

1. หลักการละจากสัตตาวาส

การละจากสัตตาวาส ต้องอาศัยการเจริญไตรสิกขา ได้แก่

1. ศีล – การรักษาความประพฤติให้บริสุทธิ์

2. สมาธิ – การฝึกจิตให้ตั้งมั่น

3. ปัญญา – การเห็นธรรมตามความเป็นจริง

เมื่อศีล สมาธิ และปัญญาพัฒนาถึงระดับสูงสุด ย่อมนำไปสู่การหลุดพ้นจากสัตตาวาสทั้ง 9

2. กลไกและวิธีละสัตตาวาสแต่ละประเภท

หมวดที่ 1: วิธีละจากการยึดติดในรูปและสัญญา

(1) สัตว์ที่มีรูปและมีสัญญา

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! อริยสาวกเห็นรูปเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ย่อมละความยึดมั่นในรูปนั้น” (สังยุตตนิกาย ขันธวรรค)

วิธีละ:

• พิจารณาขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ว่าเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

• ฝึกวิปัสสนาภาวนาโดย เห็นว่ากายนี้ไม่ใช่ของเรา

(2) สัตว์ที่มีรูปแต่ไม่มีสัญญา

“ผู้เห็นโทษแห่งสัญญา ย่อมไม่ติดอยู่ในภพที่ไม่มีสัญญา” (อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต)

วิธีละ:

• ไม่ยึดติดกับการเข้าฌานเพียงเพื่อเสวยสุขของอรูปฌาน

• เจริญปัญญาเห็นว่าสมาธิสูงสุดก็ยังเป็นอนัตตา

(3) สัตว์ที่ไม่มีรูปแต่มีสัญญา

“ภิกษุละความยึดมั่นในรูปได้แล้วย่อมไม่ติดอยู่ในอรูป” (มัชฌิมนิกาย อรูปสัมภวสูตร)

วิธีละ:

• ละอัตตาทิฏฐิที่ยังหลงเหลือแม้อยู่ในอรูปภพ

• ใช้วิปัสสนาปัญญาพิจารณาว่า แม้แต่จิตที่รับรู้อยู่ ก็เป็นอนัตตา

หมวดที่ 2: วิธีละจากการยึดติดในสัญญา

(4) สัตว์ที่มีรูป มีสัญญา แต่เสื่อมจากสัญญาเป็นบางคราว

“ภิกษุทั้งหลาย! ผู้หลงในฌานแต่ไม่เจริญปัญญา ย่อมไม่ถึงนิพพาน” (ขุททกนิกาย อุทาน)

วิธีละ:

• ต้องพัฒนาปัญญาควบคู่กับสมาธิ

• ไม่ติดอยู่แค่ความสุขของสมาธิ แต่เห็นว่าทุกข์ยังมีอยู่

(5) สัตว์ที่มีรูป มีสัญญา แต่เสื่อมจากสัญญาจนหมดสิ้น

“ผู้ละสัญญาโดยเห็นว่ามันเป็นเพียงสังขาร ย่อมเข้าถึงอรหัตผล” (สังยุตตนิกาย นิพพานวรรค)

วิธีละ:

• ไม่ติดอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธ (การดับสัญญาชั่วคราว)

• เห็นว่าสัญญาและวิญญาณยังเป็น ขันธ์ 5 ที่ต้องละให้สิ้นเชิง

หมวดที่ 3: วิธีละจากทิฏฐิที่ผิดเกี่ยวกับตัวตนและโลก

(6) สัตว์ที่เข้าใจว่าสัญญานี้เที่ยง

“ภิกษุผู้เห็นไตรลักษณ์ย่อมละมิจฉาทิฏฐิได้” (อังคุตตรนิกาย ทิฏฐิสูตร)

วิธีละ:

• ใช้ ปฏิจจสมุปบาท พิจารณาว่า ทุกสิ่งเกิดจากเหตุปัจจัย ไม่ใช่สิ่งเที่ยงแท้

• เห็นว่าแม้สัญญาก็เปลี่ยนแปลง

(7) สัตว์ที่เข้าใจว่าสัญญานี้ไม่เที่ยง แต่ตนเองจะดำรงอยู่ชั่วกาลนาน

“ภิกษุทั้งหลาย! อัตตาทิฏฐิเป็นเหตุให้ติดอยู่ในภพ” (ขุททกนิกาย ธัมมปทัฏฐกถา)

วิธีละ:

• ละความเชื่อว่า ตัวตนแท้จริงยังคงอยู่

• เจริญ อนัตตสัญญา โดยเห็นว่าตัวเราเป็นเพียงสังขารที่ปรุงแต่งขึ้น

(8) สัตว์ที่เข้าใจว่าไม่มีอะไรเลย (สุนยตาวาท)

“ภิกษุทั้งหลาย! การเห็นว่าสิ่งทั้งปวงสูญเปล่าคือมิจฉาทิฏฐิ” (มัชฌิมนิกาย อลคัททูปมสูตร)

วิธีละ:

• เข้าใจว่า นิพพานไม่ใช่ความว่างเปล่าแบบสูญนิยม

• เห็นว่าธรรมชาติของสิ่งทั้งปวงเป็น สุญญตา แต่ยังมีปัจจัยปรุงแต่ง

(9) สัตว์ที่เข้าใจว่า “นี่มิใช่ของเรา มิใช่ตัวเรา มิใช่ตัวตนของเรา”

“ผู้เห็นขันธ์ 5 ตามความเป็นจริง ย่อมพ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง” (ขุททกนิกาย อุทาน)

วิธีละ:

• บรรลุอรหัตผลโดยละตัณหาและอวิชชาทั้งหมด

• ไม่ถือมั่นขันธ์ 5 ว่าเป็นตัวตน

3. สรุป: เส้นทางแห่งการหลุดพ้นจากสัตตาวาส

1. ละความยึดติดในรูปและนาม

• เจริญวิปัสสนา พิจารณาขันธ์ 5 ว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

2. ละสมมติสัญญาและความยึดมั่นในภพ

• ไม่ติดอยู่ในสุขแห่งฌานหรือความไม่มีสัญญา

• เจริญปัญญาโดยเห็นว่า แม้สมาธิสูงสุด ก็ยังไม่ใช่นิพพาน

3. ละทิฏฐิผิดเกี่ยวกับอัตตา

• เห็นไตรลักษณ์อย่างสมบูรณ์ จนไม่เหลือความยึดมั่นในตัวตน

4. บรรลุอรหัตผล

• ดับตัณหาและอวิชชา

• พ้นจากสัตตาวาสโดยสมบูรณ์

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“ภิกษุผู้เห็นทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคโดยแจ้งชัด ย่อมพ้นจากวัฏสงสาร” (สังยุตตนิกาย มรรควรรค)

นี่คือเส้นทางแห่งการละสัตตาวาสอย่างสมบูรณ์ จนถึงความหลุดพ้นอันสูงสุดคือนิพพาน

#Siamstr #พุทธวจนะ #พุทธวจน #ธรรมะ #nostr

1. เนวสัญญานาสัญญายตนพรหม คือ อรูปพรหม ดังนั้นท่านจึงไม่มีรูป

2. เนวสัญญานาสัญญายตนะ แปลว่า จะว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ ดังนั้น การบอกว่า พรหมชั้นนี้ไม่มีสัญญา ก็ไม่น่าจะถูกต้อง

3. คุณ nostr:nprofile1qqst5v67wyyx5cq78hd55nqgzkfgna629gnsg39fpxjhlvnsfedlczqrk37ga น่าจะหมายถึง อสัญญสัตตาพรหม (พรหมลูกฟัก) หรือเปล่า เพราะ เป็นภพภูมิเดียวที่มีขันธ์เดียว (รูป)

I mean #amethyst can translate post automaticly, but this time when it translate this post, the video just disapears.

Upload video on some server allowing public access. Put the link to nostr, ez.

Is it any nip that seperate WOT from follows because you may follow some people but not trust them. Or show the people who report it because I always curious and end up click it.

Replying to Avatar HGGlobal

แม้ว่าผมจะไม่ชอบการให้อำนาจรัฐ แต่มีเรื่องนึงที่ผมเห็นว่ารัฐควรมีอำนาจนี้อย่างเต็มที่คือการยึดรถควันดำ กับมอเตอร์ไซค์ท่อดัง

และมันจะเป็นแหล่งรายได้มหาศาลให้กับรัฐบาลทันทีที่ประกาศใช้กฎหมายนี้ หรือต่อให้เงินไม่เข้ารัฐก็จะเกิดการจ้างงานมหาศาลเพื่อให้แปลงสภาพรถกลับไปสู่สภาพปกติ

หากเจอควันดำหรือท่อดัง ก็ยึดรถไว้ก่อนแล้วบังคับมาเสียค่าปรับ 5 หมื่นบาท บวกกับบังคับให้แปลงสภาพกลับไปเหมือนเดิมในทันที ถ้าไม่ยอมทำก็ไม่มีสิทธิ์ได้รถคืน รถนั้นจะถูกนำไปขายทอดตลาดทันที

ส่วนถ้าไม่มีเงินมาไถ่รถ ก็บังคับให้ใช้แรงงาน 3 เดือน จะเอาไปลอกท่อ เก็บขยะ หรืออะไรก็สุดแล้วแต่

ทำแค่นี้รัฐก็จะมีรายได้เพิ่ม จะได้ลดการพิมพ์เงินลงไปได้บ้าง สรุปคือไปขูดรีดกับพวกที่ไร้ประโยชน์ในสังคมที่ชอบแปะสติกเกอร์ท้ายรถว่า “วัยรุ่นสร้างตัว”ก่อนจะมาปล้นคนอื่นด้วยการพิมพ์เงิน

#siamstr

มันก็คงดีต่อสภาพสังคมแหละ แต่คุณพร้อมจะเห็นลุงแก่ๆ ขับ 'รถเครื่อง' เก่าๆ มาตลาดไม่ได้เพราะควันดำหรือยังล่ะ ต่างจังหวัดมอไซมันจำเป็นมากนะ