ทำไมเราต้องทุกข์ ?

นี่เป็นคำถามง่ายๆ ที่หาคำตอบยาก จนหลายคนเลิกที่จะหาคำตอบ แต่ความจริงมันไม่ได้ยาก เกินความเข้าใจ ต้องแสวงหาไกลตัว หรือต้องขอให้ใครมาพาเราออกจากมันเลย

เมื่อก่อน ช่วงที่ผมทุกข์ใจหนักมากๆ ผมมักจะหาทางออก โดยการกิน นัดเพื่อนไปร้านหมูกระทะ เล่นเกม หรือออกไปข้างนอก แต่น่าเสียดายที่หลังจากที่ผมกินจนน้ำหนักขึ้น กางเกงที่เคยใส่ได้ ต้องเริ่มปลดตะขอออกเพื่อให้หน้าท้องได้มีโอกาสหายใจ ผมกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันมีความสุขขึ้นเลย

จริงอยู่ที่มันช่วยบรรเทาได้บ้าง แต่ยามที่กลับมาที่พัก เข้านอน ผมยังคงข่มตาไม่ลง หรือต่อให้พยายามข่มตาไว้ ความคิดในหัวมันก็ยังแล่นแบบไม่หยุด จนทำให้นอนไม่ได้

ร่างกายเริ่มแย่ลง จนเริ่มไม่ไหว ผมเริ่มสวดมนต์ นั่งสมาธิ แน่นอนมันช่วยได้ "ในตอนแรก"

แต่พอผ่านไปสักพัก ความทุกข์มันก็กลับมาอีก

ผมเริ่มถามกับตัวเองว่า ทำไมกูต้องทุกข์วะ? ทำไมกูนอนไม่หลับวะ? แสวงหายา แสวงหาหนทางข้างนอกมากมาย สุดท้ายก็ยังทุกข์เหมือนเดิม

ผมมีโอกาสได้พบเจอหลวงตาท่านหนึ่งตอนที่ผมบวชอยู่ ครั้งหนึ่งหลวงตาได้ถามผมขณะที่เราสองคนกำลังยืนกวาดลานวัดอยู่บริเวณเมรุ ในช่วงเช้า

หลวงตาถามผมว่า ลองดูสิ คนบนเมรุมาเก็บกระดูกที่เผาไว้เมื่อเย็น คนๆ นั้นตายไป เราทุกข์ไหม

ผมตอบไปว่า ไม่ทุกข์สิครับไม่ได้รู้จักกัน

แล้วทำไมเวลาคนที่เรารักตายเราถึงทุกข์ล่ะ

คำถามพวกนั้นทำให้ผมกลับมาคิด

ทำไมคนอื่นโดนแฟนทิ้ง เราเฉยๆ

ทำไมเราโดนทิ้ง เราเสียใจ

ทำไมของคนอื่นหาย เราเฉยๆ

ทำไมของเราหาย เราถึงกระวนกระวาย

หลายคนอาจจะบอกว่า เพราะมันเกี่ยวกับเรา?

ทุกคนลองพิจารณาดูว่าในแต่ละสิ่ง ที่เราพอจะนึกออก ที่เรารู้สึกเสียใจ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับคำว่า "ของเรา" ทั้งสิ้น เมื่อมีของเรา ก็มีทุกข์

แบบนี้เราก็ไม่ต้องมีอะไรสักอย่างสิ ทิ้งมันให้หมด แล้วชีวิตจะมีความหมายอะไร?

เปล่าเลย โลกนี้มีสิ่งใดเป็นของจริงบ้าง แม้แต่ทรายหนึ่งเม็ด แม้แต่ความคิด ทัศนคติ มุมมองของเรา เป็นเพียงกระบวนการทำงาน เป็นคอมพิวเตอร์

มันมี input เข้าไป ใจเราก็ process และ output ออกมา เป็นกระบวนการธรรมชาติ

ถ้าผมบอกว่า มีลิงตัวนึง มันเอานิ้วยัดตูดไว้

ถามว่า อ่านแล้วคุณจะคิดถึงอะไร

แน่นอน... ก็ต้องเป็นภาพลิงเอานิ้วยัดตูด ขึ้นมาในหัว

นี่คือกระบวนการธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวตน

ประเด็นคือ ไม่ใช่ให้เราออกห่างสิ่งเหล่านี้ มันมีหน้าที่ให้เราใช้มัน แต่มันไม่ใช่ตัวตนของเรา

ดังนั้น แท้จริงมีสิ่งใดเป็นของเรา

เปล่าเลย โลกนี้ไม่เคยมีอะไรเป็นของเรา และจะไม่มีอะไรเป็นของเรา มันคือของใช้

เราไม่ได้มากอบโกย เรามาใช้ มาเรียนรู้ และทิ้งอะไรไว้ให้คนรุ่นหลัง

เพราะงั้น แม้ว่าเราจะอ่านพระสูตรคัมภีร์จบเป็นล้านรอบ นั่งสมาธิจนจิตนิ่ง แต่หากยังยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ก็ไม่มีทางพ้นทุกข์ได้

#siamstr

#ธรรมะนอกตำรา

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.