ดิฉันขอเป็นทาสของท่านตราบเท่าชีวิตนี้จะหาไม่.. 👩✈️🚨
ขึ้นประโยคนี้มา หลายคนอาจจะมีแหม~ กันยาวบ้าง
ใครมันจะอยากเป็นทาสคนอื่น ใครมันอยากจะมีชีวิตเพื่อเป็นเพียงเศษฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนวงจรชีวิตอยู่ร่ำไป แต่ไม่น้า!! หลายคนไม่ใช่ทาสก็เหมือนทาส บางคนไม่ยอมรับตัวเองด้วยซ้ำ
ทาสแมวบ้างล่ะ ทาสเมียบ้างล่ะ แต่ที่หนักที่สุด ก็คงจะเป็นทาสทางความคิด นี่แหละ 🤔
ว่าด้วยปรัชญาของลุงโซเครติส ค่อยฉุดสติของหนูว่ากำลังเป็นทาสของใครสักคนอยู่หรือเปล่า หลายครั้งของการตัดสินใจบางอย่าง หนูพบว่าหลายการกระทำ เราไม่ได้ทำจากความต้องการของเรา หากแต่ทำไปเพราะคำพูด ความคิด ทัศนคติของผู้คนชี้นำให้เลือกเส้นทางนั้น แต่ว่า..
ใส่ใจทุกคนแล้วจะไม่ได้เป็นคนดี แต่จะเป็นบ้าไปก่อน
ทั้งที่บอกกับตัวเองเสมอว่า จงค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง โดย เป็นสิ่งที่เรายอมรับเองว่าสิ่งนั้นดี แต่สุดท้าย สถานการณ์ก็ซัดสติให้หลงลืมความอิสระที่โหยหาไป 🥹
หากความอิสระ คือ การไม่ถูกครอบงำโดยสิ่งใด
การใฝ่หาในความอิสระก็ต้องมีเกราะป้องกันความคิดให้หลุดจากการเป็นทาส.. ศาสตร์แห่งการเฉย จึงเป็นสิ่งที่ต้องมีควบคู่
หากเผลอคิดว่า ตัวตนของฉันจะถูกใครวิจารณ์อย่างไร หรือ ใครจะมีความรู้สึกกับฉันอย่างไร ถือว่าเราลืมความอิสระที่ตัวเองมีนะคะ
จริงอยู่ว่าการอยู่ในสังคมจะต้องดัดจริต ปั้นแต่งให้สวยงามหรืออะไรสักอย่างที่สังคมยอมรับถึงจะอยู่ได้ แต่ลองคิดดูอีกที การมีชีวิตบนความเห็นของใคร มันต่างยังไงกับการเป็นทาส? ชีวิตที่ไหลตามกระแสสังคม มันเป็นความสุขที่แท้จริงของคนๆหนึ่งได้จริงหรือ?
เกิดมาอายุเท่านี้มีบ้าน เท่านี้มีรถ เท่านี้บวช แต่งงาน มีเมีย.. นี่มันแพทเทิร์นเกมเดอะซิมส์? ชีวิตที่อิสระ เราควรออกแบบได้โดยไม่ต้องเอาอะไรมาเป็นกรอบ และไม่ควรไปวิจารณ์ชีวิตใครเพื่อสร้างกรอบ สร้างมาตรฐานอะไรด้วย ไม่ใช่เหรอ
สุดท้ายโลกนี้มันก็อยู่กันด้วยความพอใจ ไม่ได้มีมาตรฐานมาตวงวัดว่า สิ่งใดควรเป็นสิ่งใด
ฉะนั้นถ้าเลือกชีวิตที่มีอยู่ตอนนี้ได้ การยอมกลายเป็นทาสที่ไม่แปลกแยก เช่น แกะในฝูง กับ การเพิกเฉยเมินเฉยต่อตรรกะใดๆที่เราไม่ยอมรับแล้วทำตามเจตจำนงค์ของตัวเองต่อไป จะเลือกอะไรคะ ? 🧐
#siamstr #จ้าวเลอะเทอะ 