หนึ่งสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด

สำหรับหลายๆคนคือความล้มเหลว

.

ไม่ว่าความล้มเหลวนั้นจะเป็นเรื่อง

การเรียน การทำงาน ความรัก หรือเรื่องอะไรก็ตาม

.

มันทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะ “ไม่ลงมือทำ”

.

เพราะถ้าพวกเขา “ไม่ลงมือทำ” พวกเขาก็จะไม่ล้มเหลว

.

แต่ถ้ามองในมุมหนึ่ง การ “ไม่ลงมือทำ” เลยนั้น

มันก็คือความล้มเหลวในรูปแบบหนึ่งอยู่ดี!

.

ดังนั้น การรับมือกับความกลัวล้มเหลว

ด้วยการ “ไม่ลงมือทำ” จึงไม่ใช่คำตอบ

.

แล้วอะไรกันนะ…ที่จะเป็นคำตอบ?

.

แน่นอนครับว่า…คำตอบก็คือการ “ลงมือทำ” (แม้จะยังไม่หายกลัวก็ตาม)

.

เวลาที่เรา “ลงมือทำ” เราอาจจะไม่สามารถ

การันตีความสำเร็จได้ก็จริง แต่อย่างน้อยที่สุด

มันจะป้องกันไม่ให้เราล้มเหลวจากการ “ไม่ลงมือทำ” ได้!

.

แต่การเริ่มต้น “ลงมือทำ” โดยที่ยังมีความกลัวปกคลุมอยู่ในใจนั้น…มันไม่ใช่เรื่องง่าย

.

ดังนั้น หากเราจะเริ่มต้น “ลงมือทำ”

ขอให้เราเริ่มต้นกับเรื่องที่น่ากลัวน้อยที่สุดก่อน

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

เรากลัวที่จะนำเสนองานต่อหน้าลูกค้า

.

เรากลัวที่จะมี spotlight ฉายเข้ามา

เรากลัวที่จะถูกคนอื่นจับจ้อง

เรากลัวว่าคนอื่นจะมองเราแย่หากเราพูดผิด

.

เราเลย “ปัด” ให้เพื่อนร่วมทีมทำสิ่งนี้มาโดยตลอด

.

และไม่ใช่แค่การนำเสนองานกับลูกค้าเท่านั้นนะครับ

ทุกครั้งที่เราเข้ามานั่งอยู่ในห้องประชุม

แทบจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังนั่งอยู่

เพราะเราจะนั่งเงียบๆมาโดยตลอด

.

แต่เราไม่อยากถูกความกลัวครอบงำจิตใจในเรื่องนี้อีกแล้ว

.

แต่ถ้าจะให้เราเริ่มต้นด้วยการนำเสนองาน

ต่อหน้าลูกค้าในการประชุมครั้งต่อไปเลย

มันก็มากเกินกว่าที่เรารับมือไหว (ในตอนนี้)

.

ฉะนั้น เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการพูดทักทาย

คนที่เข้ามาร่วมประชุมสัก 2-3 ประโยค

ก่อนที่การประชุมจะเริ่มเข้าสู่ “เนื้อหา” ดูก่อน

.

นี่ถือเป็นก้าวแรกของเรา

.

ถ้าเราทำก้าวแรกได้แล้ว

เราค่อยคิดว่าก้าวที่สองของเรา

(ซึ่งท้าทายมากกว่าก้าวแรกนิดหนึ่ง)

จะเป็นอะไรต่อไป

.

มันอาจจะฟังดูเป็นการเริ่มต้นที่ “ง่ายเว่อร์” นะครับ

(แม้คนที่รู้สึกกลัวหลายคนก็อาจจะยังมองว่ามัน “ง่าย” อยู่ดี)

.

แต่นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมต้องการ!

.

ผมต้องการให้การเริ่มต้น

มันง่ายมากจนทำให้เราคิดว่า

“ง่ายแบบนี้…ฉันต้องทำแล้วแหละ!”

.

ผมต้องการให้เกิดการ “ลงมือทำ” ก้าวแรก

.

เพราะถ้าเรามีก้าวแรก ก้าวที่สองก็มีโอกาสที่จะตามมา

และถ้าก้าวที่สองตามมา ก้าวที่สามก็จะมีโอกาสตามมาอีก

.

และตามด้วยก้าวที่สี่ ก้าวที่ห้า ก้าวที่หก ฯลฯ

.

และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะเริ่มสังเกตเห็นว่า

ยิ่งเราได้ “ลงมือทำ” ไปหลายๆก้าว

ความกลัวมันจะเริ่มมีอิทธิพลในใจเราน้อยลงเรื่อยๆ

.

จนกระทั่งวันหนึ่ง พอเรารู้ตัวอีกที

เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่นำเสนองาน

ต่อหน้าลูกค้าได้เป็นร้อยเป็นพันแบบสบายๆแล้ว!

.

กล่าวโดยสรุปก็คือ…

.

ถ้าเรากลัวล้มเหลว ทางออกของเราไม่ใช่การ “ไม่ลงมือทำ”

แต่คือการเริ่มต้น “ลงมือทำ” มากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยมากกว่าครับ!

#จิตวิทยา #siamstr

อ้างอิง

https://doi.org/10.1007/BF03000093

https://psycnet.apa.org/doi/10.1037/11553-011

https://doi.org/10.1111/1467-6494.7105003

https://doi.org/10.1177/0146167204271420

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.