⭐️ทำไม? เราถึงโดนทำให้เชื่อว่าถ้าอยากรอดต้องลงทุนให้เงินงอกเงย
การออมมันทำให้เราไม่รอดหรอก บทความนี้จะพาให้ทุกคนกระจ่างกับความจริงของโลกการเงินจอมปลอมนี้ที่ทำให้การออมเป็นเรื่องยากจนต้องไปฝึกวิชาการลงทุนเพื่อสู้กับคนอื่นในตลาดทุน ทั้งที่จริงชีวิตเรา แค่การออมเงินที่ดีก็น่าจะพอแล้วครับ😄
เชิญอ่านกันได้เลยครับ🎁
💥เหตุผลที่บิตคอยน์กำลังจะมาแทนที่พันธบัตรสหรัฐในการเป็น store of value ที่แท้จริง
ในยุคของเงินเฟียต คอนเซ็ปท์ของการออมและการลงทุนถูกเอามาปนกันจนสับสนไปหมด
การออมคือ การผลิตให้มากกว่าที่ใช้จ่าย จนมีส่วนเหลือที่จะนำไปออม
ส่วนการลงทุนคือการกระจายเงินทุนไปยังธุรกิจที่มีอนาคตสร้างความรุ่งเรืองให้ได้ การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ดี กว่าการออม
แต่ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่คิดกันว่าการออมคือการลงทุน
นั่นเพราะพวกเขาใช้เงินส่วนเหลือใช้ของรายได้เข้าลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตร
ส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีว่า มันไม่เป็นการดีแน่ถ้าจะเก็บไว้เป็นเงินเฟียต ธนาคารกลางทำให้เงินเสื่อมค่าอยู่ตลอด เก็บไว้ก็รังแต่จะต้องเจ๊ง เก็บไว้เป็นทรัพย์สินอื่นดีกว่า เช่นพันธบัตรหรือหุ้น
พูดอีกอย่างคือ เงินเฟียตกับเงินเฟ้อเป็นตัวทำลายเงินออมของประชาชน ทำให้ต้องเข้าสู่ความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อรักษาอำนาจซื้อของเงินออมของตน
แต่ก็ไม่มีการันตีว่าการลงทุนจะตามทันเงินเฟ้อได้ แล้วถึงแม้จะได้ ก็ยังต้องไปเจอเรื่องภาษีจาก capital gain อีก แค่จะรักษาอำนาจซื้อของเงินตัวเอง ทำไมมันยุ่งยากจังเลยนะ
นั่นทำให้การออมเงิน เป็นเรื่องที่ impossible ไปเลยสำหรับคนส่วนมาก
ก่อนที่จะมาถึงยุคเงินเฟียตที่พิมพ์กันง่าย ๆ ผู้คนก็เก็บกันไว้เป็นทองคำเอามาแขวนไว้ที่คอหรืออะไรอื่นที่อิงกับทองคำ
ยุคนั้นใครก็ออมเงินกันได้ง่าย ๆ ไม่ต้องทำตัวเป็นผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์จำเป็นให้ตัวเองแบบทุกวันนี้หรอก
ยุคเงินเฟียตจึงเป็นยุคของการ monetize หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ แบบไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อ 50 กว่าปีก่อน market cap ของทองคำทั่วทั้งโลกมีปริมาณสูสีกับ market cap ของหุ้นทั่วทั้งโลก แต่ตอนนี้ทองคำมีเหลือแค่ 10% ของ market cap ของหุ้น นั่นพอจะบอกได้ว่า เงินทุนที่เคยอยู่ในทองคำ ถูกแบ่งมาลงทุนในหุ้นแทนแล้ว
ไม่ได้หมายความว่า ปกติ หุ้น พันธบัตรหรืออสังหาริมทรัพย์จะไม่มีใครเอานะ มันมีเสมอ ผู้คนเข้าไปลงทุนเองมากกว่าและในกรณีอสังหาริมทรัพย์ก็ยังได้กำไรใช้อีกด้วยนะ ไม่ใช่แค่การลงทุน
หุ้นกู้และโดยเฉพาะพันธบัตรสหรัฐ จึงใช้ออมเป็น store wealth ในยุคที่เฟียตครองโลก
แต่ผมคิดว่าซักวันหนึ่ง พันธบัตรก็จะไม่ store value ได้อีกต่อไป ปี 2022 เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของพันธบัตร Treasuries ในประวัติศาสตร์อเมริกัน คนเริ่มจะถอยหนีออกห่างจากพันธบัตรกันแล้ว นั่นหมายความว่าเงินทุนจำนวนมากกำลังมองหาบ้านใหม่ที่ทำหน้าที่ store of value ได้ดีกว่า
บิตคอยน์ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดการออมกลับมาอีกครั้ง
บิตคอยน์เป็นทรัพย์สินที่สะสมความมั่งคั่งให้มนุษยชาติเพราะคุณสมบัติที่ไม่เหมือนอะไรอื่น
มันมีความคงทน แบ่งแยกได้ มั่นคง สะดวกในการเคลื่อนย้าย มีไม่มากเกินไป และที่สำคัญมันผลิตได้ยากที่สุดในหมู่สินค้าโภคภัณท์ทั้งหลาย
พูดอีกอย่างคือบิตคอยน์ผลิตเพิ่มขึ้น (จากที่มีอยู่แล้ว) ได้ "ยากที่สุด" ในหมู่สินค้าโภคภัณท์ด้วยกัน การ "เสื่อมค่า" (debasement) ของมันจึงเกิดขึ้นได้ "ยากที่สุด"
ในวันที่ผู้คนทั่วโลกให้ค่าต่อบิตคอยน์ มูลค่าในตัวของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการการันตีของใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่ารัฐบาลหรือองค์กรที่มีชื่อเสียงไหน ๆ
ถ้าว่ากันตามประวัติศาสตร์ พันธบัตรรัฐบาลที่ใช้เป็นตัวสะสมมูลค่า เป็นคอนเซปท์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี่เอง ถ้าความคิดนี้เสื่อมลง ผู้คนทั่วโลกจะเก็บ value ของตนไว้ที่ไหนถ้าไม่ใช่ “บิตคอยน์”
ผู้คนทั่วไป ธุรกิจต่าง ๆและรัฐบาลทั่วโลกเริ่มย้าย savings จากพันธบัตรไปไว้ในบิตคอยน์กันบ้างแล้ว
ปัญหาการเงินของโลกกำลังเปิดเผยมาเรื่อย ๆ ผมคิดว่าธนาคารกลางทั้งหลายก็กำลังเทขายพันธบัตรสหรัฐออกมาเรื่อย ๆ และเปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ที่ดีแทน
อาจจะเป็นทองคำหรือบิตคอยน์ครับ
🤩บทสรุปออกมาให้เฝ้าสังเกต 9 ข้อ
1: รัฐบาลสหรัฐไม่มีวันใช้หนี้ได้ ชักดาบจึงเป็นอันหวังได้
2: การชักดาบของสหรัฐไม่ต้องหลบซ่อนเลย อย่างหน้าด้าน ๆ (explicit)
3: หนี้ยังจะเพิ่มไปอีก ในอัตราเร่งซะด้วย
4: ไม่มีประเทศไหนจะซื้อหนี้ของสหรัฐอีกแล้ว
5: รัฐบาลสหรัฐไม่อาจทำให้ดอกเบี้ยสูงกว่านี้ได้แล้ว
6: Federal Reserve เป็นผู้ซื้อหนี้รายใหญ่รายเดียว ก็เป็นการพิมพ์เงินใช้เองจนเงินเสื่อมค่าไปเรื่อย ๆ
7: รัฐบาลสหรัฐใช้ปัญหาการเงินนั่นแหละ มาทำให้เงินเสื่อมค่าไปเรื่อย ๆ แบบคอยควบคุมไว้ แต่ซักวันนึง มันจะพลาดและคุมไม่อยู่ วนเป็น spiral เลย
8: พันธบัตรสหรัฐไม่ใช่ store of value อีกแล้ว คนหนีไปหาอย่างอื่นกันแล้ว
9: บิตคอยน์เสนอตัวเป็นทางเลือก store of value ชั้นยอด ...เมื่อดีมานด์พันธบัตรลดลง ดีมานด์บิตคอยน์จะเพิ่มขึ้น
เรากำลังใกล้ถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงระดับ paradigm shift ในโลกการเงิน..เริ่มมีบิตคอยน์มาแทนพันธบัตรในฐานะทรัพย์สินสะสมมูลค่ากันแล้วครับ
#bitcoin
#siamstr 